ผู้วินิจฉัย 16:1-27
ผู้วินิจฉัย 16:1-27 NTV
แซมสันไปเมืองกาซา เขาเห็นหญิงแพศยาคนหนึ่ง และเขาก็ไปนอนกับนาง มีคนไปบอกชาวกาซาว่า “แซมสันได้มาที่นี่” พวกเขาจึงล้อมสถานที่ และดักซุ่มรอเขาอยู่ตลอดทั้งคืนที่ประตูเมือง พวกเขารออย่างเงียบๆ ตลอดคืน และพูดว่า “เราควรจะรอจนรุ่งสาง แล้วเราจะฆ่าเขา” แต่แซมสันรอจนถึงเที่ยงคืน เขาลุกขึ้นและไปขยับประตูเมืองรวมทั้งเสา 2 ต้นด้วย แล้วถอนทุกสิ่งรวมทั้งดาลประตูออกจากที่ แบกขึ้นบ่าและหามไปที่ยอดเขาที่อยู่หน้าเมืองเฮโบรน หลังจากนั้นแซมสันไปรักผู้หญิงคนหนึ่งในหุบเขาที่เมืองโสเรก นางชื่อเดลิลาห์ พวกเจ้านายของชาวฟีลิสเตียมาหานางและพูดว่า “เจ้าจงยั่วยวนเขาให้ลุ่มหลง และดูว่าพลังมหาศาลของเขาอยู่ที่ไหน และเราจะมีพลังเหนือเขาได้ทางใดบ้าง เราจะได้มัดตัวและกำราบเขา พวกเราแต่ละคนจะให้เงินเจ้า 1,100 เหรียญ” เดลิลาห์จึงพูดกับแซมสันว่า “ช่วยบอกฉันเถิดว่าพลังมหาศาลของท่านอยู่ที่ไหน และท่านจะถูกจับและมัดตัวได้อย่างไร ผู้คนจะปราบท่านได้อย่างไร” แซมสันบอกเธอว่า “ถ้าเขาใช้สายธนูใหม่ที่ยังไม่แห้ง 7 เส้นมัดตัวเรา แล้วเราก็จะอ่อนกำลังเป็นเหมือนชายทั่วๆ ไป” พวกเจ้านายของชาวฟีลิสเตียจึงเอาสายธนูใหม่ที่ยังไม่แห้ง 7 เส้นมาให้นาง นางก็เอามามัดตัวเขา ขณะนั้นนางให้พวกผู้ชายดักซุ่มรออยู่ในห้องชั้นใน นางพูดกับแซมสันว่า “ชาวฟีลิสเตียมีชัยเหนือท่านแล้ว แซมสันเอ๋ย” แต่เขาดึงสายธนูขาด ราวกับป่านที่ขาดเมื่อต้องไฟ ฉะนั้นความลับเรื่องพลังของเขาก็ไม่เป็นที่ประจักษ์ เดลิลาห์จึงพูดกับแซมสันว่า “ดูสิ ท่านล้อฉันเล่นและโกหกฉัน ช่วยบอกเถิดว่าท่านจะถูกมัดตัวได้อย่างไร” เขาพูดกับเธอว่า “ถ้าพวกเขาใช้เชือกใหม่ที่ยังไม่เคยใช้มาก่อนมัดตัวเรา แล้วเราก็จะอ่อนกำลังเป็นเหมือนชายทั่วๆ ไป” ดังนั้นเดลิลาห์จึงเอาเชือกใหม่มามัดตัวเขา และพูดว่า “ชาวฟีลิสเตียมีชัยเหนือท่านแล้ว แซมสันเอ๋ย” และพวกผู้ชายดักซุ่มรออยู่ในห้องชั้นใน แต่เขาดึงเชือกหลุดจากแขนประหนึ่งดึงเส้นด้าย แล้วเดลิลาห์พูดกับแซมสันว่า “จนบัดนี้ท่านก็ยังล้อฉันเล่นและโกหกฉันอีก บอกฉันเถิดว่าท่านจะถูกจับและมัดตัวได้อย่างไร” เขาพูดกับนางว่า “ถ้าเจ้าเอาผมของเรา 7 ปอย ถักติดกับผ้าบนกี่ แล้วหมุดไว้ให้แน่น แล้วเราก็จะอ่อนกำลังเป็นเหมือนชายทั่วๆ ไป” ดังนั้นเมื่อเขานอนอยู่ เดลิลาห์เอาผมของเขา 7 ปอย ถักติดกับผ้าบนกี่ แล้วนางก็หมุดไว้ให้แน่น และพูดกับเขาว่า “ชาวฟีลิสเตียมีชัยเหนือท่านแล้ว แซมสันเอ๋ย” แต่เขาตื่นขึ้นและดึงหมุดกี่ และผ้าบนกี่หลุดออก นางจึงพูดกับเขาว่า “ท่านพูดได้อย่างไรว่า ‘เรารักเจ้า’ เมื่อใจของท่านไม่อยู่กับฉันเลย ท่านล้อฉันเล่นแล้ว 3 ครั้ง และท่านยังไม่ได้บอกฉันว่าพลังมหาศาลของท่านอยู่ที่ไหน” เมื่อนางพูดคาดคั้นแซมสันวันแล้ววันเล่า และนางรบเร้าจนแซมสันรำคาญใจจนเหลือทน เขาจึงบอกความจริงทุกประการว่า “มีดโกนไม่เคยแตะต้องหัวของเรา เพราะเราเป็นชาวนาศีร์แด่พระเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถ้าเราถูกโกนศีรษะ พลังก็จะหมดไปจากตัวเรา และเราก็จะอ่อนกำลังเป็นเหมือนชายทั่วๆ ไป” เมื่อเดลิลาห์เห็นว่าเขาบอกความจริงทุกประการแก่นางแล้ว นางให้คนไปบอกพวกเจ้านายของชาวฟีลิสเตียให้ขึ้นมาหานาง พร้อมกับนำเงินติดมือมาด้วย นางทำให้เขานอนหนุนตักนาง และนางเรียกชายคนหนึ่งให้มาโกนผมของแซมสัน 7 ปอย แล้วนางก็เริ่มทรมานเขา พลังก็หมดไปจากตัวเขา นางพูดว่า “ชาวฟีลิสเตียมีชัยเหนือท่านแล้ว แซมสันเอ๋ย” เขาตื่นขึ้นและพูดว่า “เราจะออกไปเหมือนครั้งก่อนๆ และสลัดตัวให้หลุด” แต่เขาไม่รู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าได้จากเขาไปเสียแล้ว ครั้นแล้วชาวฟีลิสเตียก็จับตัวแซมสันไว้ ควักลูกตาออกแล้วลากตัวลงไปที่กาซา และใช้ตรวนทองสัมฤทธิ์ล่ามตัวเขาไว้ ใช้ให้เขาโม่แป้งอยู่ที่คุก แต่ผมของเขาเริ่มงอกอีกหลังจากที่ถูกโกน พวกเจ้านายของชาวฟีลิสเตียประชุมกันเพื่อถวายเครื่องสักการะครั้งใหญ่แก่เทพเจ้าดาโกนเพื่อแสดงความยินดี พวกเขาพูดว่า “เทพเจ้าของเราได้มอบแซมสันศัตรูของเราไว้ในมือเราแล้ว” เมื่อประชาชนเห็นแซมสันก็สรรเสริญเทพเจ้าของตน เพราะพากันพูดว่า “เทพเจ้าของเราได้มอบศัตรูของเราไว้ในมือเรา เป็นคนที่ทำลายประเทศเราจนพินาศ เป็นคนที่ฆ่าคนของพวกเราไปมากต่อมาก” เมื่อใจของคนเหล่านั้นรื่นเริงอยู่ จึงพูดว่า “เรียกแซมสันสิ เขาจะได้สร้างความบันเทิงให้พวกเราดูบ้าง” ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกแซมสันออกมาจากคุก และแซมสันก็เป็นที่ขบขันสำหรับพวกเขา พวกเขาให้แซมสันยืนอยู่ระหว่างเสา และแซมสันพูดกับชายหนุ่มที่จูงมือเขาว่า “ให้เราสัมผัสเสาที่ค้ำบ้าน เราจะได้พิงที่เสา” ในขณะนั้นมีทั้งชายและหญิงอยู่กันเต็มบ้าน พวกเจ้านายของชาวฟีลิสเตียก็อยู่ที่นั่นด้วย และบนดาดฟ้าหลังคามีประมาณ 3,000 คนที่กำลังดูแซมสันสร้างความบันเทิงอยู่



