โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

เอเสเคียล 1:2-27 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

เอเสเคียล 1:2-27 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ในวันที่ 5 เดือนนั้น (คือในปีที่ 5 ที่กษัตริย์เยโฮยาคีนตกเป็นเชลย) พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังปุโรหิตเอเสเคียลบุตรบุซี ในแผ่นดินของคนเคลเดียริมแม่น้ำเคบาร์ ณ ที่นั่นพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือท่าน ดูสิ เมื่อข้าพเจ้ามองดู ลมพายุพัดมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีความสว่างโดยรอบ และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่เสมอ ท่ามกลางไฟนั้นดูเหมือนทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ และท่ามกลางไฟนั้นมีรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต 4 ตน ลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นเช่นนี้คือ มีรูปลักษณ์ของมนุษย์ แต่ละตนมีหน้า 4 หน้า และมีปีก 4 ปีก ส่วนขานั้นตรง ฝ่าเท้าเหมือนกีบลูกโคและเป็นประกายเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดเงา ที่ใต้ปีกมีมือเหมือนมือมนุษย์อยู่ข้างลำตัวทั้งสี่ ทั้งสี่ตนต่างมีหลายหน้าและมีหลายปีก ปีกของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่างก็จดปีกของกันและกัน ขณะที่บินไปก็ไม่ต้องหัน แต่ละตนสามารถบินไปในทิศที่ใบหน้านั้นๆ มุ่งไป รูปลักษณ์ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นคือด้านหน้าเป็นหน้าคน ด้านขวาเป็นหน้าสิงโต ด้านซ้ายเป็นหน้าโค และด้านหลังเป็นหน้านกอินทรี ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็เป็นเช่นนี้แหละ ส่วนปีกทั้งหลายนั้นกางขึ้นข้างบน แต่ละตนมีสองปีกที่จดปีกของกันและกัน ส่วนอีกสองปีกคลุมกายของตัวเอง แต่ละตนบินไปในทิศที่ใบหน้ามุ่งไป วิญญาณจะไปทางไหน พวกเขาก็ไปทางนั้นและไปโดยไม่ต้องหันเลย รูปลักษณ์และลักษณะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเหมือนถ่านลุกโชน ลักษณะเหมือนคบเพลิงหลายอันเคลื่อนไปมาระหว่างสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น มีความสว่างของไฟและมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นพุ่งไปพุ่งมาเหมือนลักษณะสายฟ้าแลบ เมื่อข้าพเจ้ามองดูสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ดูสิ มีวงล้อบนพื้นอยู่ข้างกายสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ตนละหนึ่งวงล้อทั้งสี่ตน ลักษณะและโครงสร้างของวงล้อเหล่านั้นเหมือนเบริล วงล้อทั้งสี่มีรูปลักษณ์เหมือนกัน มีลักษณะและโครงสร้างเหมือนวงล้อซ้อนอยู่กลางวงล้อ เมื่อเคลื่อนที่ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะไปทางด้านใดของใบหน้าทั้งสี่ก็ได้ทั้งนั้น พวกเขาเคลื่อนโดยไม่ต้องหันเลย ขอบวงล้อเหล่านั้นสูงและดูน่าสะพรึงกลัว และขอบล้อทั้งสี่เต็มด้วยดวงตาอยู่โดยรอบ เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่บินไป วงล้อเหล่านั้นก็เคลื่อนตามไปข้างๆ ด้วย เมื่อสิ่งมีชีวิตลอยขึ้นจากพิภพ วงล้อก็ลอยขึ้นด้วย เมื่อวิญญาณจะไปที่ไหน สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ไปด้วย และวงล้อนั้นก็ลอยตามไปอย่างใกล้ชิด เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอยู่ในวงล้อ เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่บินไป วงล้อก็เคลื่อนไปด้วย และเมื่อหยุด วงล้อก็หยุดด้วย เมื่อพวกนั้นลอยขึ้นจากพิภพ วงล้อก็ลอยตามไปอย่างใกล้ชิด เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอยู่ในวงล้อ เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีสิ่งที่มีรูปลักษณ์คล้ายพื้นฟ้า ซึ่งเหมือนผลึกพร่าตา แผ่กว้างอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา ที่ใต้พื้นฟ้านี้ ปีกของพวกเขากางออกตรงเข้าหากัน และแต่ละตนมีปีก 2 ปีกคลุมกายของตนเอง และเมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นบินไป ข้าพเจ้าได้ยินเสียงปีกเหมือนเสียงของน้ำไหลเชี่ยว เหมือนพระสุรเสียงขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เสียงโกลาหลเหมือนเสียงกองทหาร เมื่อพวกเขายืนนิ่ง ปีกก็จะหุบลง และมีเสียงจากข้างบนพื้นฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะพวกเขา ขณะที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยืนนิ่ง ปีกทั้งหลายก็หุบลง และบนพื้นฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขา มีสิ่งที่มีรูปลักษณ์ของพระที่นั่งซึ่งมีลักษณะเหมือนไพลิน และบนสิ่งที่มีรูปลักษณ์ของพระที่นั่งนั้นก็มีผู้มีลักษณะเหมือนมนุษย์อยู่บนนั้น และจากส่วนที่มีลักษณะของบั้นเอวของผู้นั้นขึ้นไป ข้าพเจ้าเห็นสิ่งคล้ายทองสัมฤทธิ์แวบวาบ ลักษณะคล้ายไฟถูกบังไว้โดยรอบ และจากส่วนที่มีลักษณะของบั้นเอวลงมา ข้าพเจ้าเห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายไฟและมีความสุกใสอยู่รอบๆ ท่านผู้นั้น

เอเสเคียล 1:2-27 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

เมื่อวันที่ห้าเดือนนั้น (คือในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนต้องเป็น เชลย) พระวจนะของพระเจ้ามายังเอเสเคียลปุโรหิต บุตรบุซีในแผ่นดินของคนเคลเดียริมแม่น้ำเคบาร์ ณ ที่นั่นพระหัตถ์ของพระเจ้ามาอยู่เหนือท่าน ดูเถิด เมื่อข้าพเจ้ามองดู ลมพายุก็พัดมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีความสว่างอยู่รอบ และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่เสมอ ท่ามกลางไฟนั้นดูประหนึ่งทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ และจากท่ามกลางไฟนี้มีร่างดังสัตว์สี่ตัวออกมา รูปร่างของสัตว์นั้นเป็นเช่นนี้คือ มีสัณฐานเหมือนมนุษย์ แต่สัตว์ทุกตัวมีหน้าสี่หน้า และมีปีกสี่ปีกทุกตัว ขาของสัตว์นั้นตรง และฝ่าตีนก็เหมือนฝ่าตีนลูกวัว และเป็นประกายอย่างทองสัมฤทธิ์ขัด ที่ใต้ปีกข้างตัวมันทั้งสี่ข้างมีเป็นมือคน สัตว์ทั้งสี่มีหน้าและมีปีกดังนี้ คือปีกของมันต่างก็จดปีกของกันและกัน มันบินตรงไปข้างหน้าขณะที่ไปก็ไม่หันเลย สัณฐานหน้าของมันทุกตัวมีหน้าเหมือนหน้าคน สัตว์ทั้งสี่มีหน้าสิงห์อยู่ด้านขวา สัตว์ทั้งสี่มีหน้าวัวอยู่ด้านซ้าย สัตว์ทั้งสี่มีหน้านกอินทรีอยู่ด้านหลัง หน้าของมันเป็นดังนี้แหละ ปีกของมันกางแผ่ขึ้นข้างบน สัตว์แต่ละตัวมีสองปีก แต่ละปีกจดปีกของกันและกัน ส่วนอีกสองปีกคลุมกายของมัน สัตว์ทุกตัวบินตรงไปข้างหน้า ไม่ว่าวิญญาณจะไปทางไหนมันก็ไปทางนั้น เมื่อไปก็ไม่หันเลย ในหมู่สัตว์นั้นมีสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนถ่านคุ เหมือนคบเพลิงหลายอัน เคลื่อนไปมาอยู่ในหมู่สัตว์เหล่านั้น ไฟนั้นสุกใสและมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น สัตว์นั้นก็พุ่งไปพุ่งมาดั่งฟ้าแลบแปลบปลาบ เมื่อข้าพเจ้ามองดูสัตว์นั้น ดูเถิด วงล้ออยู่บนพิภพข้างสัตว์นั้น ตัวละหนึ่งวงล้อสี่ตัว ลักษณะและทรวดทรงของวงล้อเหล่านั้นแวบวาบอย่างเพทาย วงล้อทั้งสี่ก็มีสัณฐานเหมือนกัน ส่วนทรวดทรงนั้นเหมือนวงล้อซ้อนในวงล้อ เมื่อจะไปก็ไปข้างใดในสี่ข้างของมันได้ เมื่อไปก็ไม่หันเลย ขอบวงล้อนั้นสูงและน่าสะพรึงกลัวและทั้ง สี่นั้นที่ขอบมีนัยน์ตาอยู่รอบๆ เมื่อสัตว์นั้นไป วงล้อก็ตามไปข้างๆด้วย เมื่อสัตว์เหาะขึ้นจากพิภพ วงล้อก็เหาะขึ้นด้วย วิญญาณจะไปที่ไหนสัตว์นั้นก็ไป และวงล้อนั้นก็เหาะตามไปด้วย เพราะว่าวิญญาณของสัตว์อยู่ในวงล้อ เมื่อสัตว์ไปวงล้อก็ไปด้วย เมื่อสัตว์หยุดวงล้อก็หยุด เมื่อสัตว์เหาะขึ้นจากพิภพ วงล้อก็เหาะตามไปด้วย เพราะว่าวิญญาณของสัตว์อยู่ในวงล้อ เหนือศีรษะของสัตว์นั้น มีลักษณะเหมือนท้องฟ้า ทอแสงอย่างผลึกที่น่ากลัว แผ่กว้างอยู่เหนือศีรษะของสัตว์นั้น ใต้ท้องฟ้านี้ปีกกางออกตรง กางออกไปหากัน สัตว์ทุกตัวมีปีกคลุมกายสองปีก และเมื่อสัตว์เหล่านี้ไป ข้าพเจ้าได้ยินเสียงของปีกเหมือนเสียงของ น้ำมากหลายดังพระสุรเสียงขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เสียงโกลาหลเหมือนเสียงพลโยธา เมื่อสัตว์เหล่านั้นหยุดนิ่งก็หุบปีกลง และมีเสียงมาจากท้องฟ้าเหนือศีรษะของมัน เมื่อสัตว์เหล่านั้นหยุดนิ่งก็หุบปีกลง และเหนือท้องฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของสัตว์นั้น มีสิ่งคล้ายบัลลังก์มีลักษณะเหมือนไพฑูรย์ และบนสิ่งที่เหมือนบัลลังก์นั้นก็มีลักษณะเหมือน มนุษย์ และข้าพเจ้าเห็นประหนึ่งทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ เหมือนไฟที่บังไว้อยู่รอบข้าง เหนือสิ่งที่เหมือนบั้นเอวของผู้นั้นขึ้นไป และจากสิ่งที่เหมือนบั้นเอวลงมา ข้าพเจ้าเห็นเหมือนไฟและมีความ สุกใสอยู่รอบท่านผู้นั้น

เอเสเคียล 1:2-27 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ในวันที่ห้าเดือนนั้นเป็นปีที่ห้าซึ่งกษัตริย์เยโฮยาคีนตกเป็นเชลย พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงปุโรหิตเอเสเคียลบุตรบุซีที่ริมแม่น้ำเคบาร์ในดินแดนของชาวบาบิโลน พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือเอเสเคียลที่นั่น ข้าพเจ้ามองดูและเห็นพายุใหญ่พัดมาจากทางเหนือ มีเมฆมหึมาซึ่งรายล้อมด้วยแสงสว่างเจิดจ้าและมีฟ้าแลบแวบวาบอยู่ ใจกลางไฟนั้นดูเหมือนโลหะสุกปลั่ง และในไฟนั้นมีบางสิ่งคล้ายสิ่งมีชีวิตสี่ตน ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายมนุษย์ แต่ว่าทุกตนต่างมีสี่หน้าและมีสี่ปีก มีขาเหยียดตรง มีกีบเท้าเหมือนกีบลูกวัว และสุกปลั่งเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดเงา ภายใต้ปีกทั้งสี่ด้าน มีมือเป็นมือมนุษย์ สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นี้มีหน้าและปีก ปีกของมันกางออกจดปีกของกันและกัน เคลื่อนตัวไปในทิศทางใดก็ได้ โดยไม่ต้องหันตัวเลย ทั้งสี่ตนล้วนมีสี่หน้า คือหน้าหนึ่งเป็นมนุษย์ ด้านขวาเป็นหน้าสิงโต ด้านซ้ายเป็นหน้าวัว และด้านหลังเป็นหน้านกอินทรี หน้าของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็เป็นเช่นนั้น ทั้งสี่ตนคลี่สองปีกแผ่ขึ้นข้างบน ออกไปจดกับปีกของกันและกัน ส่วนอีกสองปีกปกคลุมลำตัวไว้ แต่ละตนมุ่งตรงไปข้างหน้า ไม่ว่าวิญญาณจะไปทางไหน ทั้งสี่ตนก็มุ่งไปทางนั้นโดยไม่ได้หันตัวเลย ลักษณะของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนเหมือนถ่านไฟคุโชนหรือเหมือนคบไฟ มีดวงไฟที่สว่างเคลื่อนไปมาท่ามกลางทั้งสี่ตนนี้ และมีแสงแวบวาบออกมาจากดวงไฟนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนนี้โฉบไปมาดุจสายฟ้าแลบ ขณะที่ข้าพเจ้าจ้องดูสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนนี้ ก็เห็นวงล้อที่พื้น วงล้อแต่ละวงอยู่ข้างสิ่งมีชีวิตแต่ละตนซึ่งมีสี่หน้า วงล้อมีรูปร่างและโครงสร้างดังนี้ มันส่องประกายคล้ายพลอยสีเขียวอมเหลือง วงล้อทั้งสี่มีสัณฐานเหมือนกัน แต่ละล้อดูเหมือนมีอีกล้อหนึ่งซ้อนขวางอยู่ข้างใน ดังนั้นวงล้อนี้จะเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับที่สิ่งมีชีวิตนั้นมุ่งหน้าไปโดยล้อไม่ต้องหันไปมา ขอบวงล้อนั้นสูงและน่ากลัว ขอบวงล้อทั้งสี่มีนัยน์ตาอยู่รอบ เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนเคลื่อนที่ วงล้อซึ่งอยู่ข้างๆ ก็เคลื่อนตาม และเมื่อทั้งสี่ลอยขึ้นจากพื้น วงล้อก็ลอยขึ้นด้วย ไม่ว่าวิญญาณไปที่ไหน ทั้งสี่ตนก็ไปที่นั่น และวงล้อก็ลอยตามไปด้วย เพราะวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนอยู่ในวงล้อ เมื่อทั้งสี่ตนเคลื่อนที่ วงล้อก็เคลื่อนที่ เมื่อทั้งสี่ตนหยุดนิ่ง วงล้อก็หยุดนิ่งด้วย และเมื่อทั้งสี่ตนลอยขึ้นจากพื้น วงล้อก็ลอยตามขึ้นด้วย เพราะวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนอยู่ในวงล้อ เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนคล้ายผืนฟ้าที่แผ่ออก ส่องประกายเหมือนผลึกน้ำแข็ง ดูน่าเกรงขาม ใต้สิ่งที่คล้ายผืนฟ้านี้ สองปีกของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนคลี่ออกจดกัน ส่วนอีกสองปีกคลุมลำตัวไว้ เมื่อทั้งสี่ตนเคลื่อนไหว ข้าพเจ้าได้ยินเสียงปีกเหมือนเสียงน้ำเชี่ยวกราก เหมือนเสียงขององค์ทรงฤทธิ์เหมือนเสียงโกลาหลของกองทัพ เมื่อทั้งสี่ตนหยุดนิ่งก็หุบปีกลง ขณะที่ทั้งสี่ตนยืนหุบปีกนิ่งอยู่นั้น ก็มีเสียงจากเหนือผืนฟ้าซึ่งอยู่เหนือศีรษะของทั้งสี่ตน เหนือผืนฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนนี้คือสิ่งที่คล้ายบัลลังก์ไพฑูรย์ และเหนือบัลลังก์นั้นมีร่างหนึ่งดูคล้ายมนุษย์ ข้าพเจ้าเห็นส่วนที่คล้ายบั้นเอวของผู้นั้นขึ้นไป ดูเหมือนโลหะสุกปลั่ง ราวกับเต็มไปด้วยไฟ และจากส่วนนั้นลงมาดูเหมือนไฟและมีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่รอบผู้นั้น

เอเสเคียล 1:1-27 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ใน​วัน​ที่​ห้า เดือน​สี่ ปี​ที่​สามสิบ ใน​ขณะที่​ผม​เอเสเคียล ลูกชาย​ของ​บุซี อยู่​กับ​พวก​ที่​ถูก​เนรเทศ ที่​ข้าง​คลอง​เคบาร์ ใน​บาบิโลน สวรรค์​ได้​เปิด​ออก​และ​ผม​ได้​เห็น​นิมิต ของ​พระเจ้า ใน​วัน​ที่​ห้า​ของ​เดือน​นั้น ซึ่ง​เป็น​ปี​ที่​ห้า​ที่​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​เป็น​เชลย​อยู่​ใน​บาบิโลน คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​นักบวช​เอเสเคียล ที่​อยู่​ข้าง​คลอง​เคบาร์​ใน​แผ่นดิน​ของ​ชาว​บาบิโลน มือ​ของ​พระยาห์เวห์​วาง​อยู่​บน​ตัวเขา​ที่นั่น ผม​มอง​ไป เห็น​พายุ​พร้อม​กับ​ลม​แรง​มาก​กำลัง​มา​จาก​ทาง​เหนือ มี​เมฆ​ก้อน​ใหญ่​มาก​ที่​มี​แสง​ส่อง​สว่างจ้า​รอบๆ​เมฆ​นั้น และ​มี​ไฟ​แลบ​ออก​มา ตรง​กลาง​ของ​ไฟ​นั้น มี​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​ดู​เหมือน​เหล็ก​ที่​ร้อน​ระอุ ที่​ใจกลาง​ไฟ​นั้น​ดู​เหมือน​มี​สิ่งมีชีวิต​สี่​ท่าน​อยู่​ที่นั่น พวกเขา​มี​รูปร่าง​เหมือน​คน แต่ละ​ท่าน​มี​ใบหน้า​สี่​หน้า​และ​มี​ปีก​สี่​ปีก ขา​ของ​พวกเขา​เหยียด​ตรง ฝ่าเท้า​ของ​พวกเขา​เหมือน​กีบเท้า​ของ​ลูกวัว และ​ตัว​พวกเขา​เป็น​ประกาย​เหมือน​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​ได้รับ​การ​ขัดเงา ที่​ใต้​ปีก​ของ​พวกเขา​ทั้ง​สี่​ข้าง มี​มือ​ของ​คน​อยู่​ด้วย พวกเขา​ทั้ง​สี่​แต่ละ​ท่าน​มี​หลาย​หน้า​หลาย​ปีก ปีก​ของ​พวกเขา​แตะ​กัน เวลา​เคลื่อนไหว พวกเขา​ไม่​หันไป​หันมา ได้​แต่​มุ่ง​ตรง​ไป​ข้างหน้า​อย่าง​เดียว ใบหน้า​ของ​แต่ละ​ท่าน​เป็น​อย่าง​นี้​คือ ด้านหน้า​เป็น​หน้า​ของ​คน ด้าน​ขวา​เป็น​หน้า​สิงโต ด้าน​ซ้าย​เป็น​หน้า​ของ​วัว​ตัวผู้ และ​ด้าน​หลัง​เป็น​หน้า​ของ​นกอินทรี ใบหน้า​ทั้งหลาย​ของ​พวกเขา​เป็น​อย่าง​นั้น ปีก​ของ​พวกเขา​กาง​ขึ้น​ข้าง​บน มี​สอง​ปีก​ที่​แตะ​กับ​ปีก​ของ​อีก​ท่าน​ที่​อยู่​ติดกัน​ใน​แต่ละ​ด้าน ส่วน​อีก​สอง​ปีก​ที่​เหลือ​ปกคลุม​ร่างกาย​ไว้ แต่ละ​ท่าน​มุ่ง​ไป​ด้าน​หน้า ไม่ว่า​พระวิญญาณ​จะ​นำ​ไป​ทางไหน พวกเขา​ก็​ไป​ทางนั้น โดย​ไม่​หันซ้าย​หันขวา ตรง​ใจกลาง​ของ​สิ่งมีชีวิต​เหล่านี้ มี​สิ่ง​ที่​ดู​เหมือน​พวก​ถ่านไฟ​ที่​ร้อนแรง​เหมือน​คบเพลิง​ที่​เคลื่อน​ไป​มา​ใน​ท่ามกลาง​สิ่งมีชีวิต​เหล่านี้ ไฟนี้​สว่างจ้า​และ​มี​สายฟ้า​แลบ​ออก​มา​จาก​ไฟนี้ สิ่งมีชีวิต​ทั้งสี่​นี้​พุ่ง​ไปมา​เหมือน​สายฟ้า​แลบ​แปลบ​ปลาบ เมื่อ​ผม​มอง​ดู​สิ่งมีชีวิต​เหล่า​นั้น ผม​สังเกต​เห็น​ว่า​พวก​ที่​มี​สี่หน้า​นี้​แต่ละ​ท่าน​มี​วงล้อ​อัน​หนึ่ง​อยู่​ข้างๆ วงล้อ​ทั้งสี่​นี้​แตะ​อยู่​บน​พื้น ล้อ​ทั้งสี่​มี​ลักษณะ​เหมือน​กัน​หมด แวววาว​เป็น​ประกาย​เหมือน​กับ​เพทาย​สี​เหลือง​สด มี​สิ่ง​ที่​ดู​เหมือน​วงล้อ​อีกวง​ซ้อน​อยู่​ใน​วงล้อ​เหล่า​นั้น เมื่อ​พวก​ล้อ​นี้​มุ่ง​ไป​ข้าง​หน้า มัน​สามารถ​หัน​ไป​ทาง​ไหน​ก็​ได้​ทั้ง​สี่​ทิศ แต่​พอ​มัน​เคลื่อน​ที่​มัน​จะ​เปลี่ยน​ทิศทาง​ไม่ได้ ขอบล้อ​นั้น​สูง​และ​ดู​น่ากลัว ที่​ขอบ​ล้อ​ทั้งสี่​มี​ดวงตา​ล้อม​รอบ​อยู่​เต็ม​ไปหมด เมื่อ​สิ่งมีชีวิต​เหล่านี้​เคลื่อนที่ ล้อ​ที่​ติด​อยู่​ข้างๆ​พวกเขา​ก็​จะ​เคลื่อน​ไปด้วย เมื่อ​พวกเขา​ลอย​ขึ้น​จาก​พื้น ล้อ​พวกนี้​จะ​ลอย​ขึ้น​ไปด้วย พวกเขา​จะ​ไป​ตาม​ที่​พระวิญญาณ​จะ​พาไป และ​ล้อ​พวกนี้​จะ​ตาม​ไปด้วย เพราะ​วิญญาณ​ของ​สิ่งมีชีวิต​เหล่านี้​อยู่​ใน​ล้อ​พวกนั้น ดังนั้น​เมื่อ​พวกเขา​เคลื่อนที่ ล้อ​จะ​เคลื่อน​ไป​ด้วย เมื่อ​พวกเขา​หยุด ล้อ​ทั้งหมด​จะ​หยุด​ด้วย และ​เมื่อ​ล้อ​พวกนั้น​ลอย​ขึ้น​จาก​พื้น พวกเขา​ก็​จะ​ลอย​ขึ้น​ไป​กับ​ล้อ​ด้วย เพราะ​วิญญาณ​ของ​สิ่งมีชีวิต​เหล่า​นั้น​อยู่​ใน​ล้อ​พวกนั้น เหนือ​หัว​ของ​สิ่งมีชีวิต​เหล่า​นั้น​ขึ้น​ไป มี​โดม ที่​ส่อง​สว่าง​อย่าง​น่า​ตะลึงงัน​เหมือน​แก้ว​เจียรไน ภายใต้​โดม​นั้น ปีก​สอง​ข้าง​ของ​พวกเขา​กาง​ออก​ชน​กัน และ​อีก​สอง​ปีก​ที่เหลือ​ปกคลุม​ร่าง​ของ​พวกเขา​อยู่ เมื่อ​สิ่งมีชีวิต​เหล่า​นี้​เคลื่อนที่ ผม​ได้ยิน​เสียง​ปีก​ของ​พวกเขา​เหมือน​กับ​เสียง​ดังสนั่น​ของ​น้ำ​ที่​เชี่ยว​กราก เหมือน​กับ​เสียง​ของ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธิ์ เหมือน​กับ​เสียง​สับสน​วุ่นวาย​ใน​กองทัพ เมื่อ​พวกเขา​หยุด​อยู่​กับที่ พวกเขา​ก็​หุบ​ปีก​ลง ใน​ขณะที่​พวกเขา​หุบ​ปีก​ลง​อยู่นั้น ก็​มี​เสียง​ดัง​มา​จาก​โดม​ที่​อยู่​เหนือ​หัว​พวกเขา มี​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​ดู​เหมือน​บัลลังก์​ตั้ง​อยู่​บน​โดม​นั้น บัลลังก์​นั้น​สีฟ้า​เหมือน​พลอย​ไพฑูรย์ และ​มี​ผู้หนึ่ง​ที่​ดู​เหมือน​มนุษย์​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​นั้น ผม​มอง​ดู​ชาย​ผู้นั้น และ​เห็น​ว่า​ตั้งแต่​เอว​ขึ้น​ไป​เป็น​เหมือน​เหล็ก​ที่​กำลัง​ร้อน​ระอุ เหมือน​กับ​มี​ไฟ​อยู่​ล้อมรอบ และ​ตั้งแต่​เอว​ลง​มา ดู​เหมือน​กับ​ไฟ​และ​มี​รัศมี​ส่อง​ล้อมรอบ​ตัวเขา​อยู่

เอเสเคียล 1:2-27 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ใน​วัน​ที่​ห้า​ของ​เดือน (เป็น​ปี​ที่​ห้า​ที่​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​ลี้​ภัย​ไป) พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​เอเสเคียล​ปุโรหิต​บุตร​ของ​บูซี ใน​แผ่นดิน​ของ​ชาว​เคลเดีย ริม​แม่น้ำ​เคบาร์ และ​มือ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สถิต​กับ​ท่าน​ที่​นั่น ดู​เถิด ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​มอง​ดู ก็​มี​ลม​อัน​แรง​กล้า​จาก​ทิศ​เหนือ มี​เมฆ​ก้อน​มหึมา​พร้อม​กับ​ประกาย​ฟ้า​แลบ​และ​แสง​สว่าง​ล้อม​รอบ ตรง​กลาง​ของ​เปลว​ไฟ​ดู​เหมือน​โลหะ​วาววับ ดู​เหมือน​ว่า​ใน​เปลว​ไฟ​มี​สิ่ง​มี​ชีวิต 4 ตัว ซึ่ง​มี​ลักษณะ​เป็น​ร่าง​มนุษย์ แต่​ละ​ตัว​มี 4 หน้า​และ 4 ปีก ขา​เหยียด​ตรง และ​ฝ่า​เท้า​เหมือน​กีบ​ลูก​โค เป็น​ประกาย​ดั่ง​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​ถูก​หลอม​ใน​เตา​ไฟ ที่​ใต้​ปีก​ทั้ง​สี่​มี​มือ​มนุษย์ ทั้ง​สี่​ตัว​มี​หน้า​และ​ปีก ปีก​กาง​ออก​สัมผัส​กัน สัตว์​แต่​ละ​ตัว​ขยับ​ตัว​ตรง​ไป​ข้าง​หน้า โดย​ไม่​หัน​ลำ​ตัว หน้า​ของ​สัตว์​เหล่า​นี้​เป็น​เช่น​นี้​คือ สัตว์​แต่​ละ​ตัว​มี​หน้า​เหมือน​มนุษย์ ด้าน​ขวา​ของ​แต่​ละ​ตัว​มี​หน้า​เหมือน​สิงโต ด้าน​ซ้าย​มี​หน้า​เหมือน​โค แต่​ละ​ตัว​ยัง​มี​อีก​หน้า​เหมือน​นก​อินทรี​ด้วย หน้า​ของ​สัตว์​เป็น​อย่าง​นั้น ปีก​กาง​ออก​และ​แผ่​สูง​ขึ้น แต่​ละ​ตัว​ใช้ 2 ปีก​สัมผัส​ปีก​ของ​สัตว์​ตัว​อื่น​ที่​อยู่​แต่​ละ​ข้าง และ​ใช้​อีก 2 ปีก​ปก​ปิด​กาย​ของ​ตน​เอง สัตว์​แต่​ละ​ตัว​ขยับ​ตัว​ตรง​ไป​ข้าง​หน้า ไม่​ว่า​วิญญาณ​จะ​ไป​ที่​ใด สัตว์​เหล่า​นี้​ก็​จะ​ไป​โดย​ไม่​หัน​ลำ​ตัว ลักษณะ​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​ปรากฏ​นั้น​เหมือน​ถ่าน​ลุก​โพลง​ขึ้น​เป็น​เปลว​ไฟ เหมือน​คบ​ไฟ​ที่​เคลื่อน​ไป​มา​ระหว่าง​สิ่ง​มี​ชีวิต เปลว​ไฟ​สุก​สว่าง​และ​มี​สาย​ฟ้า​แลบ​จาก​เปลว​ไฟ สิ่ง​มี​ชีวิต​พุ่ง​ตัว​ไป​มา​ดั่ง​สาย​ฟ้า​แลบ ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​มอง​ดู​สิ่ง​มี​ชีวิต​เหล่า​นั้น ข้าพเจ้า​เห็น​ล้อ​บน​พื้น​ดิน​ข้างๆ สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่ ล้อ​ละ​ตัว โครง​ล้อ​ที่​ปรากฏ​คือ มัน​ส่อง​แสง​เหมือน​โกเมน​ที่​วาววับ เหมือน​กัน​ทั้ง​สี่​ล้อ โครง​ล้อ​ดู​เหมือน​มี​อีก​ล้อ​ที่​ซ้อน​อยู่​ด้าน​ใน เวลา​ที่​ล้อ​เคลื่อน​ตัว มัน​เคลื่อน​ไป​ทิศ​ใด​ก็​ได้​ทั้ง​สี่​ทิศ​ตาม​แต่​สิ่ง​มี​ชีวิต​จะ​ไป​โดย​ไม่​ต้อง​หัน ขอบ​ล้อ​สูง​และ​น่า​เกรงขาม ที่​รอบ​ขอบ​ล้อ​ทั้ง​สี่​มี​ดวง​ตา​เต็ม​ไป​หมด เวลา​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ขยับ​ตัว​ไป ล้อ​ก็​เคลื่อน​ขึ้น​ตาม​ไป​ด้วย​กัน เวลา​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ลุก​ขึ้น​จาก​พื้น​ดิน ล้อ​ก็​ขึ้น​ตาม​ไป​ด้วย ไม่​ว่า​วิญญาณ​ต้อง​การ​ไป​ที่​ใด สิ่ง​มี​ชีวิต​ก็​ไป​ด้วย และ​ล้อ​ก็​ตาม​ไป​พร้อม​กัน เพราะ​วิญญาณ​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ล้อ เวลา​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ขยับ​ตัว​ไป​ที่​ใด ล้อ​ก็​เคลื่อน​ไป​ด้วย เวลา​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ยืน​นิ่ง ล้อ​ก็​หยุด​นิ่ง และ​เวลา​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ลุก​ขึ้น​จาก​พื้น​ดิน ล้อ​ก็​เคลื่อน​ไป​พร้อม​กัน เพราะ​วิญญาณ​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ล้อ เหนือ​ศีรษะ​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต ดู​เหมือน​มี​โดม​กว้าง​ใหญ่​เปล่ง​แสง​ประกาย​อย่าง​แก้ว​เจียระไน ดู​น่า​เกรงขาม​นัก ใต้​โดม​กว้าง​ใหญ่​นั้น ปีก​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​กาง​ออก​และ​เหยียด​ตรง และ​ปีก​สัมผัส​กัน สัตว์​แต่​ละ​ตัว​มี 2 ปีก​ที่​ปก​ปิด​กาย​ของ​ตน เวลา​ที่​สัตว์​เหล่า​นี้​ขยับ​ตัว​ไป ข้าพเจ้า​ได้ยิน​เสียง​ปีก​กระพือ​ดุจ​กระแส​น้ำ​แรง​กล้า ดุจ​เสียง​ของ​องค์​ผู้​กอปร​ด้วย​มหิทธานุภาพ ดุจ​เสียง​ชุลมุน​ของ​กองทัพ​ใหญ่ เวลา​สัตว์​เหล่า​นี้​ยืน​นิ่ง ปีก​ของ​มัน​จะ​หุบ​ลง​ที่​ข้าง​ตัว และ​มี​เสียง​จาก​เบื้อง​สูง​เหนือ​โดม​กว้าง​ใหญ่​ที่​เหนือ​ศีรษะ เมื่อ​มัน​ยืน​นิ่ง มัน​ก็​จะ​หุบ​ปีก​ลง เบื้อง​สูง​เหนือ​โดม​กว้าง​ใหญ่​เหนือ​ศีรษะ ปรากฏ​เหมือน​บัลลังก์​ประดุจ​นิล​สี​คราม และ​มี​ผู้​หนึ่ง​ปรากฏ​เหมือน​มนุษย์​นั่ง​บน​บัลลังก์ ข้าพเจ้า​เห็น​สิ่ง​ที่​ปรากฏ​เหนือ​บั้น​เอว​ผู้​นั้น​ขึ้น​ไป ซึ่ง​เป็น​เหมือน​โลหะ​วาววับ​ดั่ง​ไฟ​ลุก​โดย​รอบ ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า​ส่วน​ที่​ปรากฏ​จาก​บั้น​เอว​ลง​มา​เป็น​ดุจ​ไฟ และ​แสง​อัน​เจิด​จ้า​ล้อม​รอบ​ผู้​นั้น

เอเสเคียล 1:2-27 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

เมื่อวั​นที​่ห้าเดือนนั้น คือในปี​ที่​ห้าที่​กษัตริย์​เยโฮยาคีนต้องเป็นเชลย พระวจนะของพระเยโฮวาห์​มาย​ังเอเสเคียลปุโรหิต บุ​ตรชายบุ​ซี​ในแผ่นดินของคนเคลเดียริมแม่น้ำเคบาร์ ณ ที่​นั่นพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์มาอยู่เหนือท่าน ดู​เถิด เมื่อข้าพเจ้ามองดู ลมหมุ​นก​็พัดมาจากทางเหนือ มี​เมฆก้อนใหญ่​ที่​มี​ความสว่างอยู่​รอบ และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่​เสมอ ท่ามกลางไฟนั้นดูประหนึ่งทองสัมฤทธิ์​ที่​แวบวาบ ซึ่งออกมาจากท่ามกลางไฟนั้น และจากท่ามกลางไฟนี้​มี​ร่างดังสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​สี​่ตัวออกมา รู​ปร่างของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้นเป็นเช่นนี้ คื​อม​ีสัณฐานเหมือนมนุษย์ แต่​สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ทุ​กตัวมี​หน​้าสี่​หน้า และมี​ปี​กสี่​ปี​กทุกตัว เท​้าของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้นตรง และฝ่าเท้าก็เหมือนฝ่าตีนลูกวัว และเป็นประกายอย่างทองสัมฤทธิ์​ขัด ที่​ใต้​ปี​กข้างตั​วท​ั้งสี่ข้างมีเป็​นม​ือคน สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่ทั้งสี่​มี​หน​้าและมี​ปี​กด​ังนี้ คือปีกของมันต่างก็จดปีกของกันและกัน มันบินตรงไปข้างหน้า ขณะที่​ไปก็​ไม่​หันเลย สัณฐานหน้าของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่ทั้งสี่​มี​หน​้าเหมือนหน้าคน ทั้งสี่​มี​หน​้าสิงโตอยู่ด้านขวา ทั้งสี่​มี​หน​้าวัวอยู่ด้านซ้าย ทั้งสี่​มี​หน​้านกอินทรี​ด้วย หน​้าของมันเป็นดังนี้​แหละ ปี​กของมันกางแผ่ขึ้นข้างบน ปี​กสองปีกของแต่ละตัวจดปีกของกันและกัน ส่วนอีกสองปีกคลุมกายของมัน สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ทุ​กตัวบินตรงไปข้างหน้า ไม่​ว่าว​ิญญาณจะไปทางไหน มั​นก​็ไปทางนั้น เมื่อไปก็​ไม่​หันเลย สัณฐานของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​นั้น มี​สิ​่งหนึ่งที่​ดู​เหมือนถ่านคุเหมือนคบเพลิงหลายอัน เคลื่อนไปมาอยู่ในหมู่​สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​เหล่านั้น ไฟนั้นสุกใสและมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ก็​พุ​่งไปพุ่งมาดั่งฟ้าแลบแปลบปลาบ ขณะเมื่อข้าพเจ้ามองดู​สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​นั้น ดู​เถิด วงล้​ออ​ันหนึ่งอยู่บนพิภพข้างสิ่​งม​ี​ชี​วิตอยู่​ที่​มี​หน​้าสี่​หน​้านั้น ลักษณะและทรวดทรงของวงล้อเหล่านั้นแวบวาบอย่างพลอยเขียว วงล้อทั้งสี่​ก็​มี​สัณฐานเหมือนกัน ส่วนลักษณะและทรวดทรงนั้นเหมือนวงล้อซ้อนในวงล้อ เมื่อจะไปก็ไปข้างใดในสี่ข้างของมันได้ เมื่อไปก็​ไม่​หันเลย ขอบวงล้อนั้นสูงและน่าสะพรึงกลัว และทั้งสี่นั้​นที​่ขอบมี​นัยน์​ตาเต็มอยู่รอบๆ เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้นไป วงล้​อก​็ตามไปข้างๆด้วย เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่เหาะขึ้นจากพิ​ภพ วงล้​อก​็เหาะขึ้นด้วย วิญญาณจะไปที่​ไหน สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้​นก​็​ไป คือวิญญาณของมันไปที่​นั่น และวงล้อนั้​นก​็เหาะตามไปด้วย เพราะว่าวิญญาณของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ได้​อยู่​ในวงล้อ เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ไป วงล้​อก​็ไปด้วย เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​หยุด วงล้​อก​็​หยุด เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่เหาะขึ้นจากพิ​ภพ วงล้​อก​็เหาะตามไปด้วย เพราะว่าวิญญาณของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ได้​อยู่​ในวงล้อ เหนือศีรษะของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้​นม​ีลักษณะเหมือนท้องฟ้า ทอแสงอย่างแก้วผลึกที่​น่ากลัว แผ่​กว้างอยู่เหนือศีรษะของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​นั้น ใต้​ท้องฟ้านี้​ปี​กกางออกตรง กางออกไปหากัน สิ​่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ทุ​กตัวมี​ปี​กคลุมกายข้างนี้สองปีก และมี​ปี​กคลุมกายข้างนั้นสองปีก และเมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​เหล่านี้​ไป ข้าพเจ้าได้ยินเสียงของปีกเหมือนเสียงของน้ำมากหลาย ดังพระสุรเสียงขององค์​ผู้​ทรงมหิทธิ​ฤทธิ์ เสียงโกลาหล เหมือนเสียงพลโยธา เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​เหล่​านั้นหยุดนิ่​งก​็หุบปีกลง และมีเสียงมาจากท้องฟ้าเหนือศีรษะของมัน เมื่อสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​เหล่​านั้นหยุดนิ่​งก​็หุบปีกลง และเหนือท้องฟ้าที่​อยู่​เหนือศีรษะของสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่นั้​นม​ี​สิ​่งคล้ายบัลลั​งก​์​มี​ลักษณะเหมือนไพทูรย์ และบนสิ่งที่เหมือนบัลลั​งก​์นั้​นก​็​มี​ลักษณะเหมือนมนุษย์ และข้าพเจ้าเห็นประหนึ่งทองสัมฤทธิ์​ที่​แวบวาบ เหมือนไฟที่บังไว้​อยู่​รอบข้าง เหนือสิ่งที่เหมือนบั้นเอวของผู้นั้นขึ้นไป และจากสิ่งที่เหมือนบั้นเอวลงมา ข้าพเจ้าเห็นเหมือนไฟ และมีความสุกใสที่​อยู่​รอบท่านผู้​นั้น