เอเสเคียล 11:4-25 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
เอเสเคียล 11:4-25 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
เพราะฉะนั้น จงเผยพระวจนะกล่าวโทษพวกเขา บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะ” แล้วพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ลงมาบนข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงกล่าวเถิดว่า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าพูดเช่นนี้ และเรารู้สิ่งที่อยู่ในความคิดของพวกเจ้า เจ้าได้ทวีคนที่เจ้าได้ฆ่าในนครนี้ และทิ้งคนถูกฆ่าไว้เต็มถนน เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า พวกคนที่เจ้าได้ฆ่าซึ่งเจ้าทิ้งไว้ในนครนี้เป็นเนื้อ และนครนี้เป็นหม้อ แต่พวกเจ้าจะถูกนำออกมาจากนคร พวกเจ้ากลัวดาบ แต่เราจะนำดาบมาเหนือพวกเจ้า” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ “เราจะนำพวกเจ้าออกมาจากนคร แล้วมอบเจ้าไว้ในมือคนต่างด้าวและนำการพิพากษาโทษมายังพวกเจ้า พวกเจ้าจะล้มลงด้วยดาบ เราจะพิพากษาโทษเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ นครนี้จะไม่ใช่หม้อของพวกเจ้า และเจ้าไม่ใช่เนื้อในนั้น เราจะพิพากษาโทษเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล และพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ พวกเจ้าไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา หรือทำตามกฎหมายของเรา แต่ได้ทำตามกฎหมายของประชาชาติทั้งหลายที่อยู่รอบๆ เจ้า” อยู่มาเมื่อข้าพเจ้ากำลังเผยพระวจนะ เป-ลาทียาห์บุตรเบไนยาห์ก็เสียชีวิต แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดินร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระองค์จะทรงทำให้คนอิสราเอลที่เหลืออยู่นั้นหมดสิ้นไปหรือ?” แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย พี่น้องของเจ้า คือพี่น้องของเจ้าที่เป็นเครือญาติและพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด ซึ่งเป็นพวกที่ชาวเยรูซาเล็มเคยกล่าวว่า ‘เขาทั้งหลายได้เหินห่างไปจากพระยาห์เวห์ เราจึงได้รับมอบแผ่นดินนี้ไว้เป็นกรรมสิทธิ์’ เพราะฉะนั้น จงกล่าวว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า แม้เราย้ายพวกเขาไปไกลยังประชาชาติทั้งหลาย คือเรากระจายพวกเขาไปอยู่ท่ามกลางประเทศทั้งหมด เราก็ยังเป็นสถานนมัสการชั่วคราวของเขาในประเทศที่เขาได้ไปอยู่นั้น เพราะฉะนั้น จงกล่าวว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมเจ้าทั้งหลายมาจากชนชาติทั้งหลาย และจะชุมนุมพวกเจ้าจากประเทศที่เจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะมอบแผ่นดินอิสราเอลให้พวกเจ้า และเมื่อพวกเขาไปอยู่ที่นั่น เขาจะรื้อสิ่งน่าขยะแขยงและสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดออกไปจากที่นั่น และเราจะให้ใจเดียวแก่เขาทั้งหลาย และเราจะใส่วิญญาณใหม่ไว้ภายในพวกเขา เราจะนำใจหินออกไปจากเนื้อของเขา และให้ใจเนื้อแก่เขาทั้งหลาย เพื่อเขาจะดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเราและรักษากฎหมายของเรา ทั้งทำตามสิ่งเหล่านั้น แล้วเขาทั้งหลายจะเป็นประชาชนของเรา และเราเองจะเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย แต่พวกที่ใจของเขาดำเนินตามสิ่งน่าขยะแขยงและสิ่งน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขานั้น เราจะลงโทษการกระทำของพวกเขาบนศีรษะของเขาเอง” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ แล้วพวกเครูบก็กางปีกออก โดยมีวงล้ออยู่ข้างๆ และพระสิริของพระเจ้าของอิสราเอลก็อยู่เหนือเหล่าเครูบ พระสิริของพระยาห์เวห์ขึ้นไปจากกลางนคร ไปสถิตอยู่บนภูเขาซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของนครนั้น แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น และนำข้าพเจ้ามาด้วยนิมิตโดยพระวิญญาณของพระเจ้าถึงเมืองเคลเดีย มายังพวกเชลย แล้วนิมิตที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้นก็ขึ้นไปจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้บอกถึงสิ่งต่างๆ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าให้พวกเชลยได้รู้
เอเสเคียล 11:4-25 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เพราะฉะนั้นจงเผยพระวจนะกล่าวโทษเขา จงเผยเถิด>> พระวิญญาณของพระเจ้าลงมาประทับบนข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า <<จงกล่าวเถิดว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ยเจ้าคิดดังนั้น และเรารู้สิ่งที่เข้ามาในใจของเจ้า เจ้าได้ทวีคนที่เจ้าได้ฆ่าในนครนี้ และทิ้งคนที่ถูกฆ่าเต็มตามถนนหนทางไปหมด เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า บรรดาผู้ที่เจ้าได้ฆ่า ซึ่งเจ้าได้ทิ้งไว้ท่ามกลางนครนี้เขาทั้งหลายเป็นเนื้อ และนครนี้เป็นหม้อ แต่เจ้าจะถูกนำออกมาจากท่ามกลางนั้น พระเจ้าตรัสว่า เจ้ากลัวดาบ และเราจะนำดาบมาเหนือเจ้า เราจะนำเจ้าออกมาจากท่ามกลางนั้น และมอบเจ้าไว้ในมือของคนต่างด้าวและ ทำการพิพากษาลงโทษเจ้า เจ้าจะถูกดาบล้มลง เราจะลงโทษเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล และเจ้าจะได้ทราบว่าเราคือพระเจ้า นครนี้จะไม่ใช่หม้อของเจ้า ที่เจ้าจะเป็นเนื้อในท่ามกลางนั้น เราจะลงโทษเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล และเจ้าจะทราบว่าเราคือพระเจ้า เพราะเจ้ามิได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา หรือปฏิบัติตามกฎหมายของเรา แต่ได้ประพฤติ ตามกฎหมายของประชาชาติทั้งหลายที่อยู่รอบเจ้า>> อยู่มาเมื่อข้าพเจ้ากำลังเผยพระวจนะอยู่ ปาลิติยาห์บุตรเบไนยาห์ก็สิ้นชีวิต แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดินร้องเสียงดังว่า <<พระเจ้า เจ้าข้า พระองค์จะทรงกระทำให้คนอิสราเอลที่เหลือ อยู่นั้นสิ้นสุดเลยทีเดียวหรือ พระเจ้าข้า>> พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ยพี่น้องของเจ้า คือญาติที่มีสิทธิ์ไถ่คืนสิ้นทั้งพงศ์พันธุ์ อิสราเอลหมดด้วยกันคือบุคคลที่ชาว เยรูซาเล็มได้กล่าวว่า <เขาทั้งหลายได้เหินห่างไป จากพระเจ้าแผ่นดินนี้ทรงมอบไว้แก่เราเป็นกรรมสิทธิ์> เพราะฉะนั้นจงกล่าวว่า <พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า แม้เราจะได้ย้ายเขาให้ห่างออกไปอยู่ท่ามกลาง ประชาชาติทั้งหลาย แม้เราได้กระจายเขาไปอยู่ท่ามกลางประเทศทั้งปวง เราก็ยังเป็นสถานนมัสการของเขาขณะหนึ่งในประเทศ ที่เขาได้ไปอยู่> เพราะฉะนั้นจงกล่าวว่า <พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมเจ้ามาจากชนชาติทั้งหลาย และชุมนุมเจ้าจากประเทศที่เจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะมอบแผ่นดินอิสราเอลให้แก่เจ้า> และเมื่อเขามาอยู่ที่นั่น เขาจะรื้อสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของเมืองนั้นทั้งสิ้น และสิ่งลามกของเมืองนั้นทั้งสิ้นออกไปเสียจากที่นั่น และเราจะให้จิตใจเดียวแก่เขา และเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเขา เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเขา และให้ใจเนื้อแก่เขา เพื่อเขาจะดำเนินตามกฎเกณฑ์ ของเราและรักษากฎหมายของเราและกระทำตาม เขาทั้งหลายจะเป็นประชาชนของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย แต่บุคคลเหล่านั้นที่จิตใจของเขาดำเนินตามสิ่งที่น่า สะอิดสะเอียนและสิ่งลามกของเขาเราจะลงทัณฑ์ให้ สมกับการประพฤติของเขาเหนือศีรษะของเขาเอง พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ>> แล้วเหล่าเครูบก็กางปีกออก วงล้อก็อยู่ข้างๆ และพระสิริของพระเจ้าของอิสราเอลก็อยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น พระสิริของพระเจ้าขึ้นไปจากกลางนคร ไปสถิตอยู่บนภูเขาซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของนครนั้น และพระวิญญาณได้ยกข้าพเจ้าขึ้น นำข้าพเจ้ามาด้วยนิมิตโดยพระวิญญาณ ของพระเจ้าถึงเมืองเคลเดีย มาสู่พวกที่กวาดไปเป็นเชลย แล้วนิมิตที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้นก็ขึ้นไปจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้บอกถึงบรรดาสิ่งต่างๆ ซึ่งพระเจ้าทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าให้พวก ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยทราบ
เอเสเคียล 11:4-25 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
ฉะนั้นจงเผยพระวจนะกล่าวโทษเขาเถิด บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะ” แล้วพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาเหนือข้าพเจ้า พระองค์ตรัสสั่งให้ข้าพเจ้ากล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าพูดเช่นนั้น แต่เรารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้าได้ฆ่าคนมากมายในกรุงนี้ มีคนตายเกลื่อนถนนไปหมด “ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า ซากศพที่เจ้าทิ้งเกลื่อนคือเนื้อ และกรุงนี้คือหม้อ แต่เราจะขับไล่เจ้าออกไปจากที่นี่ เจ้ากลัวดาบ เราก็จะนำดาบมายังเจ้า พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศไว้ดังนี้ เราจะขับไล่เจ้าออกจากกรุงนี้และมอบเจ้าให้แก่คนต่างชาติ เราจะลง โทษเจ้า เจ้าจะล้มตายด้วยดาบและเราจะพิพากษาเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล เมื่อนั้นเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ กรุงนี้จะไม่ใช่หม้อสำหรับเจ้า และเจ้าก็ไม่ใช่เนื้อในหม้อนี้ เราจะพิพากษาเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล และเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เพราะเจ้าไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของเราและไม่ได้รักษาบทบัญญัติของเรา แต่กลับประพฤติตามแบบอย่างของชนชาติทั้งหลายที่อยู่รายรอบเจ้า” ขณะที่ข้าพเจ้าเผยพระวจนะอยู่ เปลาทียาห์บุตรเบไนยาห์ก็สิ้นชีวิตไป ข้าพเจ้าจึงซบหน้าลงและร้องเสียงดังว่า “โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต! พระองค์จะทรงทำลายล้างชนอิสราเอลที่เหลืออยู่นี้เสียสิ้นเลยหรือ?” พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย ผู้คนในเยรูซาเล็มได้กล่าวถึงญาติพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันกับเจ้าและพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดว่า ‘พวกเขาห่างไกลจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ดินแดนนี้จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเรา’ “ฉะนั้นจงกล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า ถึงแม้เราขับไล่พวกเขาไปไกลๆ ไปอยู่ในหมู่ประชาชาติต่างๆ และทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปสู่นานาประเทศ แต่อีกไม่นานเราก็จะเป็นสถานนมัสการสำหรับพวกเขาในประเทศที่เขาไปนั้น’ “ฉะนั้นจงกล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมพวกเจ้าจากประชาชาติต่างๆ และนำเจ้ากลับมาจากนานาประเทศที่เราทำให้เจ้ากระจัดกระจายไปนั้น ทั้งเราจะคืนดินแดนอิสราเอลให้เจ้าอีกครั้ง’ “พวกเขาจะกลับมาและกำจัดเทวรูปอันชั่วช้าสามานย์และรูปเคารพอันน่าชิงชังให้หมดไป เราจะให้พวกเขามีใจเดียว และมีจิตวิญญาณใหม่ เราจะถอนใจหินของพวกเขาออกและให้ใจเนื้อแก่พวกเขา แล้วพวกเขาจะปฏิบัติตามกฎหมายของเรา และจะใส่ใจรักษาบทบัญญัติของเรา พวกเขาจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา แต่ส่วนผู้ที่มอบใจให้เทวรูปอันชั่วช้าสามานย์และรูปเคารพอันน่าชิงชัง เราจะตอบแทนให้สาสมกับที่พวกเขาทำลงไป พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศไว้ดังนี้” จากนั้นเครูบซึ่งมีวงล้ออยู่ข้างๆ ก็กางปีกออก และพระเกียรติสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลอยู่เหนือเหล่าเครูบ พระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้า เคลื่อนขึ้นจากในกรุงนั้น และหยุดนิ่งอยู่เหนือภูเขาด้านตะวันออกของกรุง ในนิมิตซึ่งพระวิญญาณของพระเจ้าประทาน พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น และพาข้าพเจ้ากลับมายังเหล่าเชลยในบาบิโลน แล้วนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นก็ขึ้นไปจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงแจ้งทุกสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าให้บรรดาเชลยฟัง
เอเสเคียล 11:4-25 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
ดังนั้น เจ้าลูกมนุษย์ ไปพูดแทนเราต่อว่าคนพวกนั้น” แล้วพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่บนตัวผม พระองค์บอกผมว่า “ไปบอกกับคนพวกนั้นว่า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด ‘ครอบครัวอิสราเอลเอ๋ย นั่นคือสิ่งที่พวกเจ้าพูดกัน แต่เราเอง รู้ความคิดทั้งหลายในใจของพวกเจ้า เจ้าได้ฆ่าผู้คนจำนวนมากในเมืองนี้ และเจ้าได้ทำให้ถนนสายต่างๆเต็มไปด้วยซากศพ’ ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูด ‘พวกซากศพที่เจ้าได้โยนทิ้งไว้ที่นั่นก็คือเนื้อ และเมืองนี้ก็คือหม้อ แต่เราจะขับไล่เจ้าออกไปจากเมืองนี้ เจ้ากลัวดาบ ดังนั้นเราจะเอาดาบมาลงบนเจ้า’” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนี้ “เราจะขับไล่เจ้าออกไปจากเมืองนี้ เราจะมอบเจ้าให้กับพวกคนต่างชาติและเราจะลงโทษเจ้า เจ้าจะล้มตายด้วยดาบ เราจะลงโทษเจ้าที่ชายแดนต่างๆของอิสราเอลนี้ แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือยาห์เวห์ เมืองนี้จะไม่เป็นหม้อใบหนึ่งสำหรับเจ้า และเจ้าจะไม่เป็นเนื้อในหม้อนั้น เราจะลงโทษเจ้าตามชายแดนต่างๆของอิสราเอล เมื่อนั้นเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือยาห์เวห์ และเป็นข้อบังคับต่างๆของเราเองที่เจ้าไม่ยอมทำตาม และเป็นพวกกฎของเราเองที่พวกเจ้าไม่ยอมรักษา แต่เจ้ากลับไปทำตัวเหมือนชนชาติต่างๆที่อยู่รอบๆเจ้า” ในขณะที่ผมกำลังพูดแทนพระเจ้าอยู่นั้น เปลาทียาห์ลูกชายของเบไนยาห์ก็ตาย แล้วผมก้มหน้ากราบลงกับพื้น และร้องด้วยเสียงอันดังว่า “พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต พระองค์จะทำลายอิสราเอลที่เหลือทั้งหมดหรือ” คำพูดของพระยาห์เวห์ได้มาถึงผมว่า “เจ้าลูกมนุษย์ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม ได้พูดอย่างนี้เกี่ยวกับพี่น้องของเจ้า ญาติที่เจ้ามีหน้าที่ดูแล และครอบครัวทั้งหมดของอิสราเอลว่า ‘พวกเขาได้ไปอยู่ห่างไกลจากพระยาห์เวห์ แผ่นดินนี้ตกเป็นของพวกเราแล้ว พวกเราได้รับสิทธิ์ที่จะยึดครองประเทศนี้แล้ว’ ดังนั้น ให้บอกสิ่งนี้กับคนพวกนั้นว่า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูด ‘ถึงแม้เราได้ส่งพวกเขาไปอยู่ห่างไกลท่ามกลางชนชาติต่างๆและทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปตามประเทศต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม เราได้กลายเป็นวิหารของพวกเขาระดับหนึ่งในช่วงที่พวกเขาอยู่ตามประเทศเหล่านั้น’ แต่เจ้าจะต้องบอกคนเหล่านั้นว่า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูด ‘เราจะรวบรวมพวกเจ้ามาจากชนชาติต่างๆและนำพวกเจ้ากลับมาจากประเทศที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะคืนแผ่นดินของอิสราเอลให้กับพวกเจ้า’ เมื่อพวกเขากลับคืนสู่แผ่นดินนี้ พวกเขาจะกำจัดพวกรูปปั้นเลวๆเหล่านี้ กับพวกรูปเคารพขี้ๆเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป เราจะให้พวกเขาไม่เป็นคนสองจิตสองใจและจะใส่วิญญาณใหม่ลงในตัวพวกเขา เราจะเอาหัวใจหินของพวกเขาออกไป และเอาหัวใจที่มีเลือดเนื้อใส่เข้าไปแทน เพื่อพวกเขาจะทำตามข้อบังคับต่างๆของเรา และจะรักษากฎทั้งหลายของเราอย่างเคร่งครัด พวกเขาจะเป็นคนของเราและเราก็จะเป็นพระเจ้าของพวกเขา แต่ส่วนพวกที่ได้มอบใจให้กับพวกรูปปั้นเลวๆและพวกรูปเคารพขี้ๆเหล่านั้น เราก็จะให้พวกเขารับกรรมชั่วที่พวกเขาก่อขึ้นนั้น” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนั้น แล้วพวกเครูบได้กางปีกบินไป ล้อที่อยู่เคียงข้างพวกเขาก็ลอยไปด้วย และรัศมีของพระเจ้าแห่งอิสราเอลได้อยู่เหนือพวกเขา รัศมีของพระยาห์เวห์ได้ลอยขึ้นมาจากเมืองเยรูซาเล็ม และไปหยุดอยู่เหนือภูเขาทางตะวันออกของเมือง พระวิญญาณได้ยกผมขึ้น และนำผมกลับมาที่แผ่นดินบาบิโลน มายังพวกที่ถูกกวาดต้อนมา ผมได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ในนิมิตที่มาจากพระเจ้า แล้วนิมิตนั้นก็ได้หายไปจากผม แล้วผมได้บอกกับเชลยพวกนี้ ถึงทุกสิ่งที่พระยาห์เวห์ให้ผมเห็น
เอเสเคียล 11:4-25 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
ฉะนั้น เจ้าจงเผยความกล่าวโทษพวกเขา บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยความ” และพระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าสถิตกับข้าพเจ้า และพระองค์กล่าวกับข้าพเจ้า พระผู้เป็นเจ้ากล่าวดังนี้ว่า “โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าคิดเช่นนี้ เนื่องจากเรารู้ว่าพวกเจ้าคิดอะไร พวกเจ้าสังหารคนจำนวนมากในเมืองนี้ และมีคนตายเต็มถนน” ฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวดังนี้ว่า “ร่างคนซึ่งถูกฆ่าตาย และพวกเจ้าโยนไปที่นั่นคือเนื้อ และเมืองนี้คือหม้อต้ม แต่เราจะขับไล่พวกเจ้าออกไปจากเมืองนั้น พวกเจ้ากลัวคมดาบ เราก็จะใช้ดาบกับเจ้า” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวดังนั้น “เราจะขับไล่พวกเจ้าออกไปจากเมืองนั้น และมอบเจ้าไว้ในมือของบรรดาชาวต่างชาติ และลงโทษพวกเจ้า พวกเจ้าจะตายด้วยคมดาบ เราจะลงโทษเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือพระผู้เป็นเจ้า เมืองนี้จะไม่เป็นหม้อสำหรับพวกเจ้า และเจ้าจะไม่ใช่เนื้อในหม้อ เราจะลงโทษพวกเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล และพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือพระผู้เป็นเจ้า เพราะเจ้าไม่ได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และฟังคำบัญชาของเรา แต่กลับทำตามบรรดาประชาชาติที่อยู่โดยรอบเจ้า” ขณะที่ข้าพเจ้าเผยความอยู่ ปาลัทยาห์บุตรเบไนยาห์ก็สิ้นชีวิต ข้าพเจ้าซบหน้าลงกับพื้น และร้องด้วยเสียงอันดังว่า “โอ พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ พระองค์จะกำจัดชาวอิสราเอลที่มีชีวิตเหลืออยู่ทั้งหมดเลยหรือ” พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย พี่น้องของเจ้า พี่น้องที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าและพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงเป็นบรรดาผู้ที่ประชาชนของเยรูซาเล็มพูดถึงพวกเขาว่า ‘พวกเขาห่างไกลจากพระผู้เป็นเจ้า แผ่นดินนี้ถูกมอบให้แก่พวกเราเพื่อเป็นเจ้าของ’ ฉะนั้น จงบอกเขาว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวดังนี้ ‘แม้ว่าเราทำให้พวกเขาต้องย้ายไปไกลในท่ามกลางบรรดาประชาชาติ และให้กระจัดกระจายไปในหลายดินแดน แต่เราก็ยังเป็นที่พำนักสำหรับพวกเขาระยะหนึ่งในดินแดนที่พวกเขาไปอาศัยอยู่’ ฉะนั้นจงบอกพวกเขาว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวดังนี้ ‘เราจะรวบรวมพวกเจ้าจากบรรดาชนชาติ และนำพวกเจ้ากลับมาจากดินแดนต่างๆ ที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ และเราจะมอบแผ่นดินของอิสราเอลคืนให้แก่พวกเจ้าอีก และเมื่อพวกเขากลับมายังแผ่นดิน พวกเขาจะกำจัดสิ่งอันน่ารังเกียจและสิ่งอันน่าชังออกไป และเราจะมอบใจที่เป็นหนึ่งเดียวและมอบวิญญาณดวงใหม่ไว้ในพวกเขา เราจะเอาใจที่แข็งเยี่ยงหินออกจากกายของพวกเขา และมอบใจที่เป็นเลือดเนื้อให้พวกเขาแทน เพื่อพวกเขาจะดำเนินตามกฎเกณฑ์และฟังคำบัญชาของเรา และพวกเขาจะเป็นชนชาติของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา แต่สำหรับบรรดาผู้ที่มีใจติดตามสิ่งอันน่ารังเกียจและสิ่งอันน่าชัง เราจะสนองตอบพวกเขาตามที่เขากระทำ’” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น ครั้นแล้วบรรดาเครูบซึ่งมีล้อติดอยู่ข้างตัวก็กางปีกออก และพระบารมีของพระเจ้าของอิสราเอลอยู่เหนือบรรดาเครูบ พระบารมีของพระผู้เป็นเจ้าขึ้นไปจากกลางเมือง และยืนบนภูเขาซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง พระวิญญาณยกตัวข้าพเจ้าขึ้น และนำข้าพเจ้าในภาพนิมิตด้วยพระวิญญาณพระเจ้าให้ลี้ภัยไปยังเคลเดีย แล้วภาพนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นก็จากข้าพเจ้าขึ้นสู่เบื้องบน และข้าพเจ้าบอกบรรดาผู้ลี้ภัยถึงทุกสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้ชี้ให้ข้าพเจ้าเห็น
เอเสเคียล 11:4-25 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
โอ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เพราะฉะนั้นจงพยากรณ์กล่าวโทษเขา จงพยากรณ์เถิด” พระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ลงมาประทับบนข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงกล่าวเถิดว่า พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า โอ วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย เจ้าคิดดังนั้น และเรารู้สิ่งทั้งหลายที่เข้ามาในใจของเจ้า เจ้าได้ทวีคนที่เจ้าได้ฆ่าในนครนี้ และทิ้งคนที่ถูกฆ่าเต็มตามถนนหนทางไปหมด เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า คนทั้งหลายที่เจ้าได้ฆ่าซึ่งเจ้าได้ทิ้งไว้ท่ามกลางนครนี้ เขาทั้งหลายเป็นเนื้อ และนครนี้เป็นหม้อขนาดใหญ่ แต่เราจะนำเจ้าออกมาจากท่ามกลางนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า เจ้ากลัวดาบ และเราจะนำดาบมาเหนือเจ้า เราจะนำเจ้าออกมาจากท่ามกลางนั้น และมอบเจ้าไว้ในมือของคนต่างด้าว และจะทำการพิพากษาลงโทษเจ้า เจ้าจะถูกดาบล้มลง เราจะลงโทษเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล และเจ้าจะได้ทราบว่าเราคือพระเยโฮวาห์ นครนี้จะไม่ใช่หม้อขนาดใหญ่ของเจ้า ที่เจ้าจะเป็นเนื้อในท่ามกลางนั้น เราจะพิพากษาเจ้าที่พรมแดนอิสราเอล และเจ้าจะทราบว่าเราคือพระเยโฮวาห์ เพราะเจ้ามิได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา หรือปฏิบัติตามคำตัดสินของเรา แต่ได้ประพฤติตามลักษณะท่าทางของประชาชาติทั้งหลายที่อยู่รอบเจ้า” อยู่มาเมื่อข้าพเจ้ากำลังพยากรณ์อยู่ เป-ลาทียาห์บุตรชายเบไนยาห์ก็สิ้นชีวิต แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดินร้องเสียงดังว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า เจ้าข้า พระองค์จะทรงกระทำให้คนอิสราเอลที่เหลืออยู่นั้นสิ้นสุดเลยทีเดียวหรือ พระเจ้าข้า” พระวจนะของพระเยโฮวาห์มายังข้าพเจ้าอีกว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย พี่น้องของเจ้า คือพี่น้องของเจ้าเอง คือญาติที่มีสิทธิ์ไถ่คืน สิ้นทั้งวงศ์วานอิสราเอลหมดด้วยกัน คือบุคคลที่ชาวเยรูซาเล็มได้กล่าวว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงเหินห่างไปจากพระเยโฮวาห์ แผ่นดินนี้ทรงมอบไว้แก่เราเป็นกรรมสิทธิ์’ เพราะฉะนั้นจงกล่าวว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า แม้เราได้ย้ายเขาให้ห่างออกไปอยู่ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย แม้เราได้กระจายเขาไปอยู่ท่ามกลางประเทศทั้งปวง เราก็จะเป็นสถานบริสุทธิ์อันเล็กสำหรับเขาในประเทศที่เขาจะได้ไปอยู่’ เพราะฉะนั้นจงกล่าวว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมเจ้ามาจากชนชาติทั้งหลาย และชุมนุมเจ้าจากประเทศที่เจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะมอบแผ่นดินอิสราเอลให้แก่เจ้า’ และเขาจะมาที่นั่น เขาจะเอาสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งสิ้นของเมืองนั้น และสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนทั้งสิ้นของเมืองนั้นออกไปเสียจากที่นั่น และเราจะให้จิตใจเดียวแก่เขา และเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเขา และจะให้ใจเนื้อแก่เขา เพื่อเขาจะดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และรักษากฎของเราและกระทำตาม เขาทั้งหลายจะเป็นประชาชนของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย แต่คนเหล่านั้นที่ใจของเขาดำเนินตามจิตใจแห่งสิ่งที่น่ารังเกียจของเขาและสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของเขา เราจะตอบสนองต่อวิถีทางของเขาเหนือศีรษะของเขาเอง องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ” แล้วเหล่าเครูบก็กางปีกออก วงล้อก็อยู่ข้างๆ และสง่าราศีของพระเจ้าของอิสราเอลก็อยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น สง่าราศีของพระเยโฮวาห์ขึ้นไปจากกลางนคร ไปสถิตอยู่บนภูเขาซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของนครนั้น ต่อมาพระวิญญาณได้ยกข้าพเจ้าขึ้น และนำข้าพเจ้ามาด้วยนิมิตโดยพระวิญญาณของพระเจ้าถึงเมืองเคลเดีย มาสู่พวกที่ถูกกวาดไปเป็นเชลย แล้วนิมิตที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้นก็ขึ้นไปจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้บอกถึงบรรดาสิ่งต่างๆซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าให้พวกที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยทราบ