โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

เอเสเคียล 12:1-12 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

เอเสเคียล 12:1-12 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางพงศ์พันธุ์มักกบฏ ผู้มีตาไว้ดูแต่ไม่เห็น ผู้มีหูไว้ฟัง แต่ไม่ได้ยิน เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์มักกบฏ เพราะฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงจัดเตรียมข้าวของสำหรับการเป็นเชลยให้ตัวเอง และจงไปเป็นเชลยในเวลากลางวันต่อหน้าต่อตาเขาทั้งหลาย เจ้าจะต้องจากสถานที่ของเจ้าไปเป็นเชลยยังอีกที่หนึ่งต่อหน้าต่อตาพวกเขา บางทีพวกเขาจะเข้าใจแม้ว่าเขาเป็นพงศ์พันธุ์มักกบฏ เจ้าจงนำข้าวของของเจ้า คือข้าวของสำหรับการเป็นเชลยออกมาในเวลากลางวันต่อหน้าต่อตาเขาทั้งหลาย และในเวลาเย็นเจ้าจงออกไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาเหมือนอย่างออกไปเป็นเชลย จงเจาะกำแพงต่อหน้าต่อตาพวกเขา แล้วนำข้าวของออกไปตามช่องกำแพงนั้น จงยกข้าวของใส่บ่าของเจ้าต่อหน้าต่อตาพวกเขา แล้วแบกออกไปในเวลามืด เจ้าจงคลุมหน้าไม่ให้เห็นแผ่นดิน เพราะเราจะทำให้เจ้าเป็นหมายสำคัญแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล” แล้วข้าพเจ้าก็ทำตามที่ข้าพเจ้าได้รับบัญชา ข้าพเจ้านำข้าวของเหมือนข้าวของสำหรับการเป็นเชลยออกมาในเวลากลางวัน ในเวลาเย็นข้าพเจ้าก็เจาะกำแพงด้วยมือของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้านำข้าวของออกไปในเวลามืด แบกบนบ่าของข้าพเจ้าไปต่อหน้าต่อตาเขา ในเวลาเช้า พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย พงศ์พันธุ์อิสราเอลคือพงศ์พันธุ์มักกบฏนั้น ได้พูดกับเจ้าไม่ใช่หรือว่า ‘เจ้าทำอะไร?’ จงกล่าวแก่พวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ครุวาทนี้เกี่ยวกับเจ้านายผู้นั้นในเยรูซาเล็ม และพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดซึ่งอยู่ในนครนั้น’ จงกล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญต่อพวกท่าน สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำไปแล้วนั้น เขาทั้งหลายก็จะถูกทำแบบเดียวกันนี้ด้วย เขาจะถูกกวาดไปเป็นเชลยและถูกคุมขัง และเจ้านายผู้นั้นซึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา จะยกข้าวของขึ้นใส่บ่าในเวลามืด แล้วออกไป เขาทั้งหลายจะเจาะกำแพงและนำข้าวของออกไปทางนั้น เขาจะคลุมหน้าของเขา เพื่อว่าเขาจะไม่เห็นแผ่นดินด้วยตาของเขาเอง

เอเสเคียล 12:1-12 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระวจนะของพระเจ้า มาถึงข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ ผู้มีตาเพื่อดูแต่ดูไม่เห็น ผู้มีหูเพื่อฟัง แต่ฟังไม่ได้ยิน เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ เพราะฉะนั้น บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงจัดเตรียมข้าวของสำหรับตนเพื่อการถูกกวาด ไปเป็นเชลย และจงไปเป็นเชลยในเวลากลางวันต่อหน้าต่อตาเขา เจ้าจะต้องไปเป็นเชลยจากสถานที่ของเจ้า ไปยังอีกที่หนึ่งต่อหน้าต่อตาเขา ชะรอยเขาจะเข้าใจแม้ว่าเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ เจ้าจงนำข้าวของของเจ้าออกมากลางวันต่อหน้า ต่อตาเขา เหมือนข้าวของเพื่อการถูกกวาดไปเป็นเชลย ในเวลาเย็นเจ้าจงออกไปต่อหน้าต่อตาเขา ออกไปอย่างผู้ถูกกวาดไปเป็นเชลย จงเจาะกำแพงต่อหน้าต่อตาเขา แล้วออกไปตามรูกำแพงนั้น จงยกข้าวของใส่บ่าของเจ้าต่อหน้าต่อตาเขา แล้วแบกออกไปในเวลามืด เจ้าจงคลุมหน้าเสียอย่าให้เห็นแผ่นดิน เพราะเรากระทำเจ้าให้เป็นหมายสำคัญ แก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล>> ข้าพเจ้าก็กระทำตามที่ข้าพเจ้ารับบัญชามา ข้าพเจ้านำข้าวของออกมาในเวลากลางวัน เหมือนข้าวของเพื่อการถูกกวาดไปเป็นเชลย ในเวลาเย็นข้าพเจ้าก็เจาะกำแพงด้วยมือของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าออกไปในเวลามืด แบกสัมภาระของข้าพเจ้าไปต่อหน้าต่อตาเขา ในเวลาเช้า พระวจนะของพระเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย พงศ์พันธุ์อิสราเอลคือพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏนั้น ได้พูดกับเจ้ามิใช่หรือว่า <เจ้าทำอะไร> จงกล่าวแก่เขาว่า <พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ครุวาทเกี่ยวกับเจ้านายคนนั้นในเยรูซาเล็ม และพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดซึ่งอยู่ในนครนั้น> จงกล่าวว่า <ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรับท่าน ที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วนี้ เขาทั้งหลายจะถูกกระทำอย่างเดียวกัน เขาจะถูกกวาดไปเป็นเชลย> และเจ้านายคนนั้นผู้อยู่ท่ามกลางเขา จะยกข้าวของขึ้นใส่บ่าในเวลามืด และออกไป เขาทั้งหลายจะเจาะกำแพงและนำออกไปทางนั้น ท่านจะคลุมหน้าของท่าน เพื่อว่าท่านจะไม่แลเห็นแผ่นดินด้วยตาของท่านเอง

เอเสเคียล 12:1-12 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าความว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางคนชอบกบฏ ซึ่งมีตาแต่มองไม่เห็น มีหูแต่ไม่ได้ยิน เพราะพวกเขาเป็นคนชอบกบฏ “ฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเก็บข้าวของเตรียมตัวอพยพในเวลากลางวัน ในขณะที่พวกเขาเฝ้าดูอยู่ จงออกเดินทางจากที่ที่เจ้าอยู่ไปยังอีกที่หนึ่ง เผื่อบางทีพวกเขาจะเข้าใจ แม้พวกเขาจะเป็นพงศ์พันธุ์ที่ชอบกบฏ ในเวลากลางวัน ขณะที่พวกเขาเฝ้าดูอยู่ จงนำข้าวของสัมภาระที่เจ้าเก็บไว้เพื่อการอพยพออกมา และในตอนเย็น ขณะที่พวกเขาเฝ้าดูอยู่ จงออกเดินทางไปเหมือนคนที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ขณะที่พวกเขาเฝ้าดูอยู่ จงเจาะช่องที่กำแพงบ้านและแบกสัมภาระลอดกำแพงไป จงหอบสัมภาระขึ้นบ่าขณะที่พวกเขากำลังเฝ้าดูอยู่ และแบกไปยามพลบค่ำ จงคลุมหน้าเจ้าไว้เพื่อเจ้าจะมองไม่เห็นแผ่นดิน เพราะเราทำให้เจ้าเป็นหมายสำคัญแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงปฏิบัติตามพระบัญชา ข้าพเจ้านำข้าวของออกมาจัดหีบห่อเตรียมอพยพในตอนกลางวัน ครั้นตกเย็นข้าพเจ้าเจาะกำแพงบ้านด้วยมือ พอพลบค่ำข้าพเจ้าก็หอบสัมภาระใส่บ่าแบกออกไปขณะที่พวกเขาเฝ้าดูอยู่ เช้าวันรุ่งขึ้นพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าความว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย พงศ์พันธุ์อิสราเอลที่ชอบกบฏถามเจ้าไม่ใช่หรือว่า ‘เจ้ากำลังทำอะไร?’ “จงบอกพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า พระดำรัสนี้พยากรณ์ถึงเจ้านายคนนั้นในเยรูซาเล็มกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงที่นั่น’ จงกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรับท่าน’ “สิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างที่ข้าพเจ้าได้ทำให้เห็นนั้น พวกเขาจะต้องอพยพไปในฐานะเชลย “เจ้านายในหมู่พวกเขาจะหอบข้าวของใส่บ่ายามพลบค่ำ และออกเดินทางผ่านช่องซึ่งขุดไว้ในกำแพง เขาจะคลุมหน้าไว้เพื่อเขาจะมองไม่เห็นแผ่นดิน

เอเสเคียล 12:1-12 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​ผม​ว่า “เจ้า​ลูกมนุษย์ เจ้า​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​คน​ที่​ชอบ​กบฏ พวกเขา​มีตา​แต่​มอง​ไม่เห็น มี​หู​แต่​ไม่​ได้ยิน เพราะ​พวกเขา​คือ​คน​ที่​ชอบ​กบฏ ดังนั้น เจ้า​ลูก​มนุษย์ ให้​เก็บ​ข้าวของ​ของเจ้า เพื่อ​เตรียม​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย ใน​ตอน​กลางวัน​ขณะที่​พวกเขา​มอง​ดู​เจ้า ให้​เจ้า​ออก​เดินทาง​จาก​ที่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ยัง​ที่อื่น บางที​พวกเขา​อาจจะ​เข้าใจ​ความหมาย​ของ​สิ่ง​ที่​เจ้า​ทำนี้ ถึงแม้​พวกเขา​เป็น​บ้าน​ที่​ชอบ​กบฏ​ก็ตาม ใน​ตอน​กลางวัน​ขณะที่​พวกเขา​มอง​ดู​เจ้า​อยู่นั้น ให้​เจ้า​เก็บ​รวบรวม​ข้าวของ​ต่างๆ​ของเจ้า เพื่อ​เตรียม​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย แล้ว​ใน​ตอนเย็น​ขณะที่​พวกเขา​กำลัง​มอง​ดู​เจ้า ก็​ให้​เจ้า​ออก​ไป​ทำที​เหมือน​กับ​ว่า​กำลัง​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย ใน​ขณะที่​พวกเขา​มอง​ดู​เจ้า ก็​ให้​เจ้า​ขุด​รู​กำแพง​มุด​ออกไป พร้อม​กับ​เอา​ข้าวของ​ของเจ้า​ออก​ไป​ทาง​รูนั้น​ด้วย ใน​ขณะที่​พวกเขา​มอง​ดู​เจ้า​อยู่นั้น ให้​เจ้า​เอา​ของ​เหล่านั้น​แบก​ไว้​บน​บ่า แบก​มัน​ออก​ไป​ใน​ความมืด ให้​ปิด​หน้า​ของเจ้า​ไว้​เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​ไม่เห็น​แผ่นดิน เรา​ได้​ใช้​เจ้า​เป็น​ตัวอย่าง สำหรับ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิดขึ้น​กับ​บ้าน​ของ​อิสราเอล” ดังนั้น ผม​จึง​ทำ​ตาม​คำสั่ง​นั้น ผม​ได้​เก็บ​ข้าวของ​ต่างๆ​ของ​ผม​ใน​ตอน​กลางวัน เพื่อ​เตรียม​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย ใน​ตอนเย็น​ผม​ได้​ขุด​รู​กำแพง​ด้วย​มือ​ของผม​เอง แล้ว​ใน​ความมืด ผม​ได้​เอา​ของ​ทั้งหมด​แบก​ไว้​บน​บ่า ใน​ขณะที่​พวกเขา​มอง​ดู​ผม​อยู่ ใน​ตอนเช้า​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​ผม​ว่า “เจ้า​ลูก​มนุษย์ พวก​อิสราเอล​ที่​ชอบ​กบฏ​พวก​นั้น ได้​ถาม​เจ้า​ใช่ไหม​ว่า​เจ้า​กำลัง​ทำ​อะไร ให้​บอก​กับ​พวกนั้น​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด ข้อความ​นี้​เกี่ยวข้อง​กับ​เจ้าชาย​องค์นั้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​กับ​ครอบครัว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ที่นั่น’ ให้​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า ‘ผม เป็น​ตัวอย่าง​ให้​กับ​พวกท่าน สิ่ง​ที่​ผม​ได้​ทำ​ไป​นั้น จะ​เกิดขึ้น​กับ​พวกท่าน พวกท่าน​จะ​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย เจ้าชาย​ของ​พวกท่าน​จะ​ต้อง​เอา​ของ​แบก​ไว้​บน​บ่า​ของเขา​ใน​ความมืด และ​เขา​จะ​ให้​คน​ขุด​กำแพง​เป็น​ช่อง แล้ว​หนี​ออกไป เขา​จะ​ปิด​หน้า​ของเขา​เพื่อ​จะ​ไม่ได้​เห็น​แผ่นดิน’

เอเสเคียล 12:1-12 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้​ว่า “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย เจ้า​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​พงศ์​พันธุ์​ที่​ขัดขืน ซึ่ง​มี​ตา​เพื่อ​มอง​เห็น แต่​ก็​ไม่​เห็น มี​หู​เพื่อ​ได้ยิน แต่​ก็​ไม่​ได้ยิน เพราะ​พวก​เขา​เป็น​พงศ์​พันธุ์​ที่​ขัดขืน แต่​สำหรับ​เจ้า​แล้ว บุตร​มนุษย์​เอ๋ย จง​เตรียม​ข้าว​ของ​ติด​ตัว และ​ลี้​ภัย​ไป​ใน​เวลา​กลาง​วัน​ต่อ​หน้า​พวก​เขา เจ้า​จง​ไป​อย่าง​ผู้​ลี้​ภัย​จาก​ที่​เจ้า​อยู่​ไป​ยัง​ที่​อื่น พวก​เขา​อาจ​จะ​เข้า​ใจ แม้​ว่า​พวก​เขา​เป็น​พงศ์​พันธุ์​ที่​ขัดขืน​ก็​ตาม เจ้า​จง​เอา​ข้าว​ของ​ของ​เจ้า​ออก​มา​ใน​ตอน​กลาง​วัน​อย่าง​ผู้​ลี้​ภัย​ต่อ​หน้า​พวก​เขา และ​เจ้า​จง​ออก​ไป​ใน​ตอน​เย็น​อย่าง​ผู้​ลี้​ภัย​ต่อ​หน้า​พวก​เขา จง​ทะลวง​กำแพง​ต่อ​หน้า​พวก​เขา และ​เอา​ข้าว​ของ​ของ​เจ้า​ออก​ไป​ทาง​ช่อง​กำแพง​ต่อ​หน้า​พวก​เขา จง​ยก​ข้าว​ของ​ขึ้น​บ่า​แบก​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา​ใน​ยาม​พลบ​ค่ำ จง​ปิด​หน้า​และ​เจ้า​จะ​มอง​ไม่​เห็น​แผ่นดิน เพราะ​เรา​ได้​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​เครื่อง​พิสูจน์​แก่​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล” และ​ข้าพเจ้า​ก็​ทำ​ตาม​ที่​ได้​รับ​คำ​บัญชา ข้าพเจ้า​นำ​ข้าว​ของ​ออก​มา​ใน​ตอน​กลาง​วัน​อย่าง​คน​ลี้​ภัย และ​ใน​ยาม​เย็น​ข้าพเจ้า​ทะลวง​กำแพง​ด้วย​มือ​ข้าพเจ้า​เอง ข้าพเจ้า​นำ​ข้าว​ของ​ออก​มา​ใน​ยาม​พลบ​ค่ำ แบก​ขึ้น​บ่า​ต่อ​หน้า​พวก​เขา ใน​ยาม​เช้า พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้​ว่า “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​ที่​ขัดขืน​ไม่​ได้​พูด​กับ​เจ้า​หรือ​ว่า ‘ท่าน​กำลัง​ทำ​อะไร’ จง​บอก​พวก​เขา​ดังนี้ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​กล่าว​ว่า คำ​พยากรณ์​ถึง​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ใน​เยรูซาเล็ม​และ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​ทั้ง​ปวง​ที่​อยู่​ใน​นั้น’ จง​บอก​พวก​เขา​ว่า ‘ข้าพเจ้า​เป็น​เครื่อง​พิสูจน์​แก่​พวก​ท่าน’ เรา​จะ​กระทำ​ต่อ​พวก​เขา​อย่าง​ที่​เรา​ได้​กระทำ​แล้ว พวก​เขา​จะ​ลี้​ภัย​ไป​อย่าง​เชลย​ศึก ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​คน​นั้น​ใน​หมู่​พวก​เขา​จะ​ยก​ข้าว​ของ​แบก​ขึ้น​บ่า​ออก​ไป​ใน​เวลา​พลบ​ค่ำ พวก​เขา​จะ​ทะลวง​กำแพง​ให้​เขา​ออก​ไป เขา​จะ​ปิด​หน้า และ​ตา​ของ​เขา​จะ​มอง​ไม่​เห็น​แผ่นดิน

เอเสเคียล 12:1-12 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระวจนะของพระเยโฮวาห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เจ้​าอาศัยอยู่ท่ามกลางวงศ์วานที่มักกบฏ ผู้​มี​ตาเพื่​อด​ู แต่​ดู​ไม่เห็น ผู้​มี​หู​เพื่อฟัง แต่​ฟังไม่​ได้ยิน เพราะเขาทั้งหลายเป็นวงศ์วานที่มักกบฏ เพราะฉะนั้น บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เจ้​าจงจัดเตรียมข้าวของสำหรับตนเพื่อการถูกกวาดไปเป็นเชลย และจงไปเป็นเชลยในเวลากลางวันท่ามกลางสายตาของเขา เจ้​าจะต้องไปเป็นเชลยจากสถานที่ของเจ้าไปยั​งอ​ีกที่​หน​ึ่งในสายตาของเขา บางที​เขาอาจจะพินิจพิ​เคราะห์​ดู​ได้ แม้ว​่าเขาเป็นวงศ์วานที่มักกบฏ เจ้​าจงเอาข้าวของของเจ้าออกมาในเวลากลางวันท่ามกลางสายตาของเขา เหมือนข้าวของเพื่อการถูกกวาดไปเป็นเชลย เจ้​าจงออกไปในเวลาเย็นท่ามกลางสายตาของเขา ออกไปอย่างผู้​ถู​กกวาดไปเป็นเชลย จงเจาะกำแพงท่ามกลางสายตาของเขา แล​้วออกไปตามรูกำแพงนั้น จงยกข้าวของใส่บ่าของเจ้าท่ามกลางสายตาของเขา แล​้วแบกออกไปในเวลามืด เจ้​าจงคลุมหน้าเสีย อย่าให้​เห​็นแผ่นดิน เพราะเรากระทำเจ้าให้เป็นหมายสำคัญแก่​วงศ์​วานอิสราเอล” ข้าพเจ้าก็กระทำตามที่ข้าพเจ้ารับบัญชามา ข้าพเจ้านำข้าวของออกมาในเวลากลางวัน เหมือนข้าวของเพื่อการถูกกวาดไปเป็นเชลย ในเวลาเย็นข้าพเจ้าก็เจาะกำแพงด้วยมือของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าออกไปในเวลามืด แบกสัมภาระของข้าพเจ้าไปท่ามกลางสายตาของเขา ในเวลาเช้า พระวจนะของพระเยโฮวาห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย วงศ์​วานอิสราเอลคือวงศ์วานที่มักกบฏนั้น ได้​พู​ดก​ับเจ้ามิ​ใช่​หรือว่า ‘​เจ้​าทำอะไร’ จงกล่าวแก่เขาว่า ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า ภาระเกี่ยวกับเจ้านายคนนั้นในเยรูซาเล็ม และวงศ์วานอิสราเอลทั้งหมดซึ่งอยู่ในนครนั้น’ จงกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรั​บท​่าน ที่​ข้าพเจ้าได้กระทำแล้​วน​ี้ เขาทั้งหลายจะถูกกระทำอย่างเดียวกัน เขาจะถูกกวาดไปเป็นเชลย’ และเจ้านายคนนั้นผู้​อยู่​ท่ามกลางเขา จะยกข้าวของขึ้นใส่บ่าในเวลามืดและออกไป เขาทั้งหลายจะเจาะกำแพงและนำออกไปทางนั้น ท่านจะคลุมหน้าของท่าน เพื่อว่าท่านจะไม่แลเห็นแผ่นดินด้วยตาของท่านเอง