โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

เอเสเคียล 3:10-27 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

เอเสเคียล 3:10-27 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงรับถ้อยคำทั้งหมดของเราที่พูดกับเจ้าไว้ในใจของเจ้า และจงฟังด้วยหูของเจ้า จงไปเถอะ เจ้าจงไปหาพวกที่เป็นเชลยคือชนชาติของเจ้านั้น จงพูดกับเขาทั้งหลาย และกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้’ ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือปฏิเสธก็ตาม” พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกระหึ่มอยู่ข้างหลังข้าพเจ้า (สาธุการแด่พระสิริของพระยาห์เวห์ในที่ประทับของพระองค์) และมีเสียงปีกของสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสกัน และเสียงวงล้อข้างๆ ของสิ่งมีชีวิตนั้น เป็นเสียงกระหึ่ม แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้นและนำข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็ไปด้วยความขมขื่น วิญญาณจิตของข้าพเจ้าเดือดดาล และพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ก็ทรงพลังอยู่บนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกเชลยที่เทลอาบิบ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเคบาร์ และในที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นข้าพเจ้าก็นั่งด้วยความตะลึงงันอยู่ท่ามกลางพวกเขาเจ็ดวัน พอสิ้นวันที่เจ็ด พระวจนะของพระยาห์เวห์ก็มาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล เมื่อเจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากของเรา เจ้าจงกล่าวคำตักเตือนจากเราแก่พวกเขา ถ้าเราจะบอกกับคนอธรรมว่า ‘เจ้าจะต้องตายแน่’ และเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขาหรือไม่ได้กล่าวตักเตือนคนอธรรมให้ละจากทางอธรรมของเขา เพื่อจะช่วยชีวิตเขาไว้ คนอธรรมนั้นจะตายเพราะความผิดบาปของเขา แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือเจ้า แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนอธรรม และเขาไม่ได้หันกลับจากการอธรรมของเขา หรือจากทางอธรรมของเขา เขาจะตายเพราะความผิดบาปของเขา แต่เจ้าจะช่วยชีวิตของเจ้าให้รอด อีกประการหนึ่ง ถ้าคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขา และทำการอยุติธรรม แล้วเราวางสิ่งสะดุดไว้ตรงหน้าเขา เขาจะต้องตาย เขาตายเพราะบาปของเขา เนื่องจากเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขา และจะไม่มีใครจดจำความชอบธรรมที่เขาเคยทำไว้ แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือเจ้า แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชอบธรรมไม่ให้ทำบาป และเขาไม่ทำบาป เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน เพราะว่าเขารับคำตักเตือนและเจ้าก็จะช่วยชีวิตของเจ้าให้รอด” ณ ที่นั่นพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่บนข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ แล้วเราจะพูดกับเจ้าที่นั่น” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ และนี่แน่ะ พระสิริของพระยาห์เวห์ก็อยู่ที่นั่นเหมือนกับพระสิริซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์ แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน แต่พระวิญญาณเสด็จเข้าในข้าพเจ้าและทำให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าและทรงบอกข้าพเจ้าว่า “จงไป แล้วขังตัวเองไว้ภายในบ้านของเจ้า เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย ดูสิ พวกเขาจะเอาเชือกพันเจ้า และมัดเจ้าด้วยเชือกนั้น เจ้าจึงออกไปอยู่ท่ามกลางพวกเขาไม่ได้ และเราจะทำให้ลิ้นของเจ้าติดกับเพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ เจ้าจะไม่สามารถว่ากล่าวพวกเขา เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะเปิดปากเจ้า แล้วเจ้าจะพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า’ ผู้ที่จะฟังก็ให้เขาฟัง และผู้ที่จะปฏิเสธก็ให้เขาปฏิเสธ เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์มักกบฏ”

เอเสเคียล 3:10-27 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงรับถ้อยคำทั้งสิ้นของเราที่พูดกับเจ้าไว้ในใจของเจ้า และจงฟังไว้ด้วยหูของเจ้า ไปเถอะ เจ้าจงไปหาพวกที่เป็นเชลยคือชนชาติของเจ้านั้น จงพูดกับเขา และกล่าวแก่เขาว่า <พระเจ้าตรัสดังนี้> ถึงเขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ช่างเถิด>> พระวิญญาณจึงยกข้าพเจ้าขึ้นและเมื่อพระสิริของ พระเจ้าขึ้นมาจากสถานที่อยู่ ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงกระหึ่มอยู่ข้างหลังข้าพเจ้า และมีเสียงปีกสัตว์ที่ถูกต้องกัน และเสียง วงล้อข้างๆสัตว์นั้น เป็นเสียงกระหึ่ม พระวิญญาณก็ยกข้าพเจ้าขึ้นและพาข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็ไปด้วยความขมขื่น ใจข้าพเจ้าเดือดร้อน พระหัตถ์ของพระเจ้าก็หนักอยู่บนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกที่เป็นเชลยที่เทลอาบิบ ผู้ที่อาศัยอยู่ที่ริมแม่น้ำเคบาร์ และที่ที่เขาอยู่ข้าพเจ้าก็อยู่อย่างมึนซึมท่ามกลางเขาเจ็ดวัน พอสิ้นเจ็ดวัน พระวจนะแห่งพระเจ้าก็มาถึงข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เราได้กระทำเจ้าให้เป็นยามเฝ้าพงศ์พันธุ์อิสราเอล เจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากของเราเมื่อไร เจ้าจงกล่าวคำตักเตือนเขาจากเรา ถ้าเราจะบอกแก่คนอธรรมว่า <เจ้าจะต้องตายแน่ๆ> และเจ้าไม่ตักเตือนเขาหรือกล่าวเตือนคนอธรรม ให้ละทิ้งทางอธรรมของตนเสีย เพื่อจะช่วยชีวิตเขาไว้ คนอธรรมนั้นจะตายเพราะความบาปผิดของเขา แต่เราจะลงโทษเจ้า เพราะความตายของเขา แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนอธรรมและเขามิได้ หันกลับจากความอธรรมของเขา หรือจากทางอธรรมของเขา เขาจะตายเพราะความบาปผิดของเขา แต่เจ้าจะได้ช่วยชีวิตของเจ้าให้รอด อีกประการหนึ่ง ถ้าคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขา และได้กระทำความบาปผิด และเราวางสิ่งที่สะดุดไว้ตรงหน้าเขา เขาต้องตายเพราะว่าเจ้ามิได้ตักเตือนเขา เขาจะตายเพราะบาปของเขา และจะไม่มีใครจดจำการกระทำอันชอบธรรมของเขาไว้เลย แต่เราจะลงโทษเจ้าเพราะความตายของเขา แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชอบธรรมไม่ให้กระทำบาป และเขามิได้กระทำบาป เขาจะมีชีวิตอยู่ได้แน่ เพราะเขารับคำตักเตือนและเจ้าก็ได้ช่วยชีวิตของเจ้าไว้>> ณ ที่นั่นพระหัตถ์แห่งพระเจ้าได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า <<จงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ และเราจะพูดกับเจ้าที่นั่น>> ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ และนี่แน่ะพระสิริของพระเจ้าก็อยู่ที่นั่น อย่างเดียวกับพระสิริ ซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์ และข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน แต่พระวิญญาณได้เสด็จเข้าในข้าพเจ้ากระทำ ให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าและทรงบอกข้าพเจ้าว่า <<จงไป ขังตัวเจ้าไว้ภายในเรือนของเจ้า เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ดูเถิด เขาจะเอาเชือกพันเจ้า และผูกมัดเจ้าไว้ด้วยเชือกนั้น เจ้าจึงออกไปท่ามกลางเขาไม่ได้ และเราจะกระทำให้ลิ้นของเจ้าติดกับ เพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ ไม่สามารถว่ากล่าวเขาได้ เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะให้เจ้าหายใบ้ และเจ้าจะกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า <พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า> ผู้ที่จะฟังก็ให้เขาได้ฟัง และผู้ที่จะปฏิเสธไม่ฟังก็ให้เขาปฏิเสธ เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ

เอเสเคียล 3:10-27 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงตั้งใจฟังให้ดีและจงจดจำทุกถ้อยคำที่เรากล่าวแก่เจ้าให้ขึ้นใจ บัดนี้จงไปหาพี่น้องร่วมชาติของเจ้าที่ตกเป็นเชลยอยู่ และจงกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้’ จงพูดกับพวกเขาไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่ก็ตาม” แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น และข้าพเจ้าได้ยินเสียงกระหึ่มจากทางด้านหลังของข้าพเจ้าว่า “ขอพระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นที่สรรเสริญยกย่องในที่ประทับของพระองค์!” มีเสียงปีกกระทบกันของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น และเสียงวงล้อที่อยู่ข้างตัวดังกระหึ่ม แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้นและพาไป ข้าพเจ้าขมขื่นและโกรธเคืองในจิตใจ พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าหนักอยู่เหนือข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามาถึงเหล่าเชลยซึ่งอาศัยอยู่ที่เทลอาบิบใกล้แม่น้ำเคบาร์ ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา ในที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่และอัดอั้นตันใจอยู่ตลอดเจ็ดวัน เมื่อครบเจ็ดวัน พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เราได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นยามสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล ฉะนั้นจงฟังถ้อยคำที่เรากล่าว แล้วแจ้งคำเตือนของเราแก่พวกเขา เมื่อเราบอกคนชั่วว่า ‘เจ้าจะต้องตายแน่’ และเจ้าไม่ไปเตือนเขาหรือพูดชักชวนเขาให้ออกจากทางชั่วเพื่อช่วยชีวิตเขา คนชั่วคนนั้นก็จะตายเพราะบาปของตน และเราจะให้เจ้ารับผิดชอบที่เขาต้องตาย แต่หากเจ้าเตือนคนชั่วนั้นแล้ว และเขาไม่ยอมหันจากความชั่วหรือเลิกทำผิด เขาก็จะตายเพราะบาปของตน แต่ตัวเจ้าจะช่วยตัวเองให้รอด “และเมื่อคนชอบธรรมหันจากความชอบธรรมไปทำชั่ว เราจะวางสิ่งที่ทำให้สะดุดไว้ตรงหน้าเขา แล้วเขาจะตาย เนื่องจากเจ้าไม่ได้เตือนเขา เขาจะตายเพราะบาปของตน เราจะไม่จดจำความชอบธรรมของเขา และเราจะให้เจ้ารับผิดชอบที่เขาต้องตาย แต่หากเจ้าเตือนคนชอบธรรมไม่ให้ทำบาปและเขาก็ไม่ทำบาป เขาย่อมจะมีชีวิตอยู่เพราะรับฟังคำเตือน และเจ้าก็ได้ช่วยชีวิตตัวเองให้รอด” พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือข้าพเจ้าที่นั่น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงลุกขึ้นและออกไปยังที่ราบ เราจะพูดกับเจ้าที่นั่น” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นและออกไปยังที่ราบนั้น พระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับพระเกียรติสิริซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์และข้าพเจ้าก็หมอบกราบซบหน้าลงถึงดิน แล้วพระวิญญาณเสด็จเข้ามาในตัวข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “ไปเถิด จงขังตัวเองอยู่ในบ้านของเจ้า แล้วบุตรมนุษย์เอ๋ย พวกเขาจะใช้เชือกมัดเจ้า เจ้าจึงไม่สามารถไปไหนมาไหนในหมู่ประชากรได้ เราจะทำให้ลิ้นของเจ้าคับติดเพดานปาก เพื่อเจ้าจะนิ่งใบ้และไม่อาจว่ากล่าวตักเตือนพวกเขา แม้พวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่ชอบกบฏ แต่เมื่อเรากล่าวกับเจ้า เราจะเปิดปากเจ้าและเจ้าจะกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้’ ใครที่รับฟังก็ให้รับฟังไป ใครจะปฏิเสธก็ปฏิเสธไป เพราะพวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่ชอบกบฏ

เอเสเคียล 3:10-27 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​ผม​ว่า “เจ้า​ลูก​มนุษย์ ฟัง​ให้ดี​และ​จำ​ใส่ใจ​ทุก​คำพูด​ที่​เรา​พูด​กับ​เจ้า ตอนนี้ ให้​เจ้า​ไปหา​คน​ของเจ้า​ที่​ถูก​เนรเทศ​พวกนั้น ไม่ว่า​พวกเขา​จะ​ฟัง​หรือ​ไม่ฟัง​เจ้า​ก็ตาม ให้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า ‘พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า​อย่างนี้’” แล้ว​พระวิญญาณ​ก็​ได้​ยก​ตัว​ผม​ขึ้น และ​เมื่อ​รัศมี​ของ​พระยาห์เวห์​ลอย​ขึ้น​มา​จาก​สถานที่​อยู่​ของ​รัศมี​นั้น ผม​ได้ยิน​เสียง​ดัง​กึกก้อง​ด้าน​หลัง​ผม มัน​เป็น​เสียง​ที่​เกิด​จาก​ปีก​ที่​เสียดสี​กัน​ของ​สิ่งมีชีวิต​ทั้งสี่​นั้น และ​เสียง​ของ​ล้อ​ทั้งสี่​ที่​อยู่​ข้าง​พวกเขา​ดัง​กึกก้อง​มาก แล้ว​พระวิญญาณ​ได้​ยก​ผม​ขึ้น​และ​พา​ผม​ไป ผม​ไป​ด้วย​ความ​ขมขื่น​และ​โกรธ​จัด และ​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ของ​พระยาห์เวห์​ผลัก​ผม​ไป ผม​ได้​มา​ถึง​ชาว​อิสราเอล​ที่​ถูก​เนรเทศ​มา​อยู่​ที่​เทลอาบิบ ใกล้​กับ​คลอง​ขุด​เคบาร์ พวกเขา​อาศัย​อยู่​ที่นั่น และ​ผม​ได้​อยู่​ที่นั่น​กับ​พวกเขา ผม​นั่ง​ตะลึงงัน​พูด​อะไร​ไม่ออก​อยู่​ถึง​เจ็ด​วัน หลังจาก​เจ็ด​วัน​แล้ว ถ้อยคำ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​ผม​ว่า “เจ้า​ลูกมนุษย์ เรา​ได้​ตั้ง​ให้​เจ้า​เป็น​ยาม​เฝ้าดู ครอบครัว​อิสราเอล ดังนั้น​เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​เจ้า​ได้ยิน​คำพูด​จาก​ปาก​ของเรา เจ้า​จะ​ต้อง​ไป​เตือน​พวกเขา​ให้​กับ​เรา ถ้า​เรา​พูด​กับ​คนชั่ว​คนหนึ่ง​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่ๆ’ แล้ว​เจ้า​ไม่​เตือน​เขา​หรือ​พูด​ให้​เขา​กลับใจ​เลิก​ทำชั่ว เพื่อ​ช่วย​ชีวิต​เขา คนชั่ว​คนนั้น​ก็​จะ​ตาย​เพราะ​บาป​ของเขา และ​เรา​จะ​ถือ​ว่า​เจ้า​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​การตาย​นั้น แต่​ถ้า​เจ้า​ได้​เตือน​คนชั่ว​คนนั้น แล้ว​เขา​ไม่ยอม​กลับใจ​เลิก​ทำชั่ว เขา​ก็​จะตาย​เพราะ​บาป​ของเขา แต่​เจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตัว​เจ้าเอง​ไว้ ถ้า​คนดี​คน​หนึ่ง​หัน​จาก​การ​ทำ​ดี​ไป​ทำ​ชั่ว​แทน เรา​จะ​วาง​อุปสรรค​ไว้​ตรง​หน้า​เขา เพื่อ​ให้​เขา​สะดุด​ล้ม แล้ว​เขา​จะ​ตาย เขา​จะ​ตาย​เพราะ​บาป​ของ​เขา เพราะ​เจ้า​ไม่​ได้​เตือน​เขา เรา​จะ​มอง​ข้าม​สิ่ง​ดีๆ​ที่​เขา​เคย​ทำ​นั้น อย่าง​นี้​เรา​ถือ​ว่า​เจ้า​จะ​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​การ​ตาย​ของ​เขา แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ที่​ทำดี​คนนั้น​ไม่ให้​ไป​ทำ​บาป แล้ว​เขา​ก็​ไม่ได้​ทำ​บาป เขา​ก็​จะ​มีชีวิต​แน่ เพราะ​เขา​ฟัง​คำเตือน​ของเจ้า และ​เจ้า​ก็​จะได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ตัว​เจ้าเอง​ด้วย” มือ​อัน​ทรง​พลัง​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​อยู่​บน​ตัวผม​ที่นั่น พระองค์​พูด​กับ​ผม​ว่า “ลุก​ขึ้นมา แล้ว​ไป​ที่​หุบเขา​นั้น แล้ว​เรา​จะ​พูด​กับ​เจ้า​ที่นั่น” ผม​จึง​ลุกขึ้น​และ​ออก​ไป​ที่​หุบเขา​นั้น รัศมี​ของ​พระยาห์เวห์​อยู่​ที่นั่น ซึ่ง​เหมือน​กับ​รัศมี​ที่​ผม​เห็น​ข้าง​คลองขุด​เคบาร์ ผม​ก้มหน้า​ลง​กับ​ดิน พระวิญญาณ​ได้​เข้า​ใน​ตัวผม และ​พยุง​ผม​ยืนขึ้น พระองค์​พูด​กับ​ผม​ว่า “ไป​ขัง​ตัวเอง​ใน​บ้าน​ของเจ้า​ซะ เจ้า​ลูก​มนุษย์ พวกเขา​จะ​เอา​เชือก​มา​มัดเจ้า​ไม่ให้​เจ้า​ออก​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​ประชาชน เรา​จะ​ทำ​ให้​ลิ้น​ของเจ้า​ติด​กับ​เพดาน​ปาก เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​เงียบ​และ​ไม่​สามารถ​ต่อว่า​พวกเขา​ได้ ถึงแม้​พวกเขา​จะ​เป็น​ครอบครัว​ที่​ชอบ​กบฏ แต่​เมื่อ​เรา​พูด​กับ​เจ้า เรา​จะ​เปิด​ปาก​ของเจ้า​และ​เจ้า​จะ​ได้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด’ ใคร​อยาก​ฟัง​ก็​ฟัง​เถอะ ใคร​ไม่​อยาก​ฟัง​ก็​ไม่ต้อง​ฟัง เพราะ​พวกเขา​เป็น​บ้าน​ที่​ชอบ​กบฏ​อยู่แล้ว

เอเสเคียล 3:10-27 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ยิ่ง​กว่า​นั้น พระ​องค์​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้ “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย จง​รับ​ไว้​ใน​ใจ​เจ้า และ​ใช้​หู​รับ​ฟัง​ทุก​คำ​พูด​ที่​เรา​จะ​กล่าว​กับ​เจ้า และ​จง​ไป​ยัง​ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า​ซึ่ง​ลี้​ภัย​อยู่ และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​กล่าว​ดังนี้’ ไม่​ว่า​พวก​เขา​จะ​ฟัง​หรือ​ไม่​ยอม​ฟัง​ก็​ตาม” ครั้น​แล้ว พระ​วิญญาณ​ก็​ยก​ตัว​ข้าพเจ้า​ขึ้น ข้าพเจ้า​ได้ยิน​เสียง​ดัง​กระหึ่ม​ดั่ง​แผ่นดิน​ไหว​ที่​เบื้อง​หลัง​ว่า “ขอ​พระ​บารมี​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ได้​รับ​การ​สรรเสริญ​ใน​ที่​พระ​องค์​สถิต” เป็น​เสียง​ปีก​ของ​บรรดา​สิ่ง​มี​ชีวิต​สัมผัส​กัน และ​เป็น​เสียง​ล้อ​ที่​อยู่​ข้าง​ตัว และ​เป็น​เสียง​ดัง​กระหึ่ม พระ​วิญญาณ​พัด​ข้าพเจ้า​ขึ้น​และ​พา​ข้าพเจ้า​ไป จิต​วิญญาณ​ข้าพเจ้า​ฉุนเฉียว​และ​ไป​ด้วย​ความ​ขมขื่น มือ​อัน​มั่นคง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สถิต​กับ​ข้าพเจ้า และ​ข้าพเจ้า​ก็​ไป​ยัง​บรรดา​ผู้​ลี้​ภัย​ที่​เทลอาบิบ พวก​เขา​อาศัย​อยู่​ใกล้​แม่น้ำ​เคบาร์ และ​ข้าพเจ้า​นั่ง​ใน​ท่าม​กลาง​พวก​เขา ข้าพเจ้า​นั่ง​ตก​ตะลึง​อยู่​ที่​นั่น​เป็น​เวลา 7 วัน หลัง​จาก 7 วัน​ผ่าน​ไป พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้ “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย เรา​ได้​ให้​เจ้า​เป็น​ผู้​เฝ้า​ยาม​ของ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล เมื่อ​ใด​ก็​ตาม​ที่​เจ้า​ได้ยิน​คำ​พูด​จาก​ปาก​ของ​เรา เจ้า​จะ​ต้อง​ตักเตือน​พวก​เขา​ให้​เรา ถ้า​เรา​พูด​กับ​คน​ชั่ว​ร้าย​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่​นอน’ และ​ถ้า​เจ้า​ไม่​ให้​คำ​เตือน หรือ​พูด​ตักเตือน​คน​ชั่ว​ร้าย​ให้​ละ​จาก​วิถี​ทาง​ชั่ว​เพื่อ​รักษา​ชีวิต​ไว้ คน​ชั่ว​คน​นั้น​ก็​จะ​ตาย​เนื่อง​จาก​บาป​ของ​เขา แต่​เรา​จะ​ให้​ชีวิต​ของ​เขา​อยู่​ใน​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ของ​เจ้า แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชั่ว​ร้าย และ​เขา​ไม่​หัน​ไป​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย​หรือ​จาก​วิถี​ทาง​ชั่ว เขา​จะ​ตาย​เนื่อง​จาก​บาป​ของ​เขา แต่​เจ้า​จะ​รักษา​จิต​วิญญาณ​ของ​เจ้า​ไว้​ได้ และ​ใน​วิธี​เดียว​กัน​คือ ถ้า​ผู้​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​หัน​ไป​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม และ​ไร้​ความ​ยุติธรรม เรา​จะ​วาง​เครื่อง​กีด​ขวาง​กั้น​เขา เขา​ก็​จะ​ตาย เพราะ​เจ้า​ไม่​ได้​ตักเตือน​เขา เขา​จะ​ตาย​เพราะ​บาป​ของ​เขา และ​การ​กระทำ​อัน​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา​ที่​เคย​ทำ​ไว้​ก็​จะ​ไม่​เป็น​ที่​ระลึก​ถึง แต่​ชีวิต​ของ​เขา​อยู่​ใน​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ของ​เจ้า แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​ผู้​ที่​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​ผู้​นั้น​ไม่​ให้​กระทำ​บาป และ​เขา​ไม่​กระทำ​บาป เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่​นอน เพราะ​เขา​รับ​คำ​เตือน และ​เจ้า​จะ​รักษา​จิต​วิญญาณ​ของ​เจ้า​ไว้​ได้” มือ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สถิต​กับ​ข้าพเจ้า​ที่​นั่น และ​พระ​องค์​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้ “จง​ลุก​ขึ้น และ​เข้า​ไป​ใน​หุบ​เขา และ​เรา​จะ​พูด​กับ​เจ้า​ที่​นั่น” ข้าพเจ้า​ลุก​ขึ้น และ​เข้า​ไป​ใน​หุบ​เขา ดู​เถิด พระ​บารมี​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​อยู่​ที่​นั่น เหมือน​กับ​พระ​บารมี​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​แล้ว​ที่​ข้าง​แม่น้ำ​เคบาร์ และ​ข้าพเจ้า​ซบ​หน้า​ลง​กับ​พื้น แต่​พระ​วิญญาณ​ก็​เข้า​สู่​ตัว​ข้าพเจ้า ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​ยืน​ขึ้น และ​พระ​องค์​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้ “เจ้า​จง​ไป และ​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เจ้า​ตาม​ลำพัง ดู​เถิด บุตร​มนุษย์​เอ๋ย เจ้า​จะ​ถูก​เชือก​มัด​ตัว และ​เจ้า​จึง​ออก​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ผู้​คน​ไม่​ได้ และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​ลิ้น​ของ​เจ้า​ติด​อยู่​กับ​เพดาน​ปาก เจ้า​จะ​เป็น​ใบ้​และ​พูด​ตักเตือน​ว่า​กล่าว​พวก​เขา​ไม่​ได้ แม้​ว่า​พวก​เขา​จะ​เป็น​พงศ์​พันธุ์​ที่​ขัดขืน แต่​เมื่อ​เรา​พูด​กับ​เจ้า เรา​จะ​เปิด​ปาก​เจ้า และ​เจ้า​จะ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​กล่าว​ดังนี้’ ผู้​ที่​จะ​ฟัง ให้​เขา​ฟัง และ​ผู้​ที่​ไม่​ยอม​ฟัง ก็​ช่าง​เขา เพราะ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​พงศ์​พันธุ์​ที่​ขัดขืน

เอเสเคียล 3:10-27 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระองค์​ตรัสกับข้าพเจ้าอี​กว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย จงรับถ้อยคำทั้งสิ้นของเราที่​พู​ดก​ับเจ้าไว้ในใจของเจ้า และจงฟังไว้ด้วยหูของเจ้า ไปเถอะ เจ้​าจงไปหาพวกที่เป็นเชลย คือชนชาติของเจ้านั้น จงพู​ดก​ับเขา และกล่าวแก่เขาว่า ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า​’ ถึงเขาจะฟังหรือปฏิเสธไม่ฟั​งก​็​ช่างเถิด​” พระวิญญาณจึงยกข้าพเจ้าขึ้น และข้าพเจ้าก็​ได้​ยินเสียงกระหึ่มอยู่ข้างหลังข้าพเจ้าว่า “จงสรรเสริญแด่สง่าราศีของพระเยโฮวาห์ซึ่งขึ้นมาจากสถานที่ของพระองค์” และข้าพเจ้าได้ยินเสียงปีกสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​ที่​ถู​กต้องกัน และเสียงวงล้อข้างๆสิ่งที่​มี​ชี​วิตอยู่​นั้น เป็นเสียงกระหึ่ม พระวิญญาณก็ยกข้าพเจ้าขึ้นและพาข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็ไปด้วยความขมขื่น ใจข้าพเจ้าเดือดร้อน พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์​ก็​หน​ักอยู่บนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกที่เป็นเชลยที่เทลอาบิบ ผู้​ที่​อาศัยอยู่​ที่​ริมแม่น้ำเคบาร์ และที่​ที่​เขานั่งอยู่ข้าพเจ้าก็นั่งอยู่ และยังคงอยู่อย่างมึนซึ​มท​่ามกลางเขาเจ็ดวัน ต่อมาพอสิ้นเจ็ดวัน พระวจนะแห่งพระเยโฮวาห์​ก็​มาถึงข้าพเจ้าว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เราได้กระทำให้​เจ้​าเป็นยามเฝ้าวงศ์วานอิสราเอล เจ้​าได้ยินถ้อยคำจากปากของเราเมื่อไร เจ้​าจงกล่าวคำตักเตือนเขาจากเรา ถ้าเราจะบอกแก่คนชั่​วว​่า ‘​เจ้​าจะต้องตายแน่​ๆ​’ และเจ้าไม่ตักเตือนเขาหรือกล่าวเตือนคนชั่วให้ละทิ้งทางชั่วของตนเสีย เพื่อจะช่วยชีวิตเขาให้​รอด คนชั่​วน​ั้นจะตายเพราะความชั่วช้าของเขา แต่​เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของเจ้า แต่​ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชั่วและเขามิ​ได้​หันกลับจากความชั่วของเขา หรือจากทางชั่วของเขา เขาจะตายเพราะความชั่วช้าของเขา แต่​เจ้​าจะได้ช่วยชีวิตของเจ้าให้รอดพ้นมาได้ อี​กประการหนึ่ง ถ้าคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขา และได้กระทำความชั่วช้า และเราวางสิ่งที่สะดุดไว้ตรงหน้าเขา เขาจะต้องตาย เพราะว่าเจ้ามิ​ได้​ตักเตือนเขา เขาจะตายเพราะบาปของเขา และจะไม่​มี​ใครจดจำการกระทำอันชอบธรรมของเขาไว้​เลย แต่​เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของเจ้า แต่​ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชอบธรรมไม่​ให้​กระทำบาปและเขามิ​ได้​กระทำบาป เขาจะมี​ชี​วิตอยู่​ได้​แน่ เพราะเขารับคำตักเตือน และเจ้าก็​ได้​ช่วยชีวิตของเจ้าให้รอดพ้นมาได้” ณ ที่​นั่นพระหัตถ์​แห่​งพระเยโฮวาห์​ได้​มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงลุกขึ้นออกไปยังที่​ราบ และเราจะพู​ดก​ับเจ้าที่​นั่น​” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นออกไปยังที่​ราบ และดู​เถิด สง่าราศีของพระเยโฮวาห์​ก็​อยู่​ที่​นั่นอย่างเดียวกับสง่าราศีซึ่งข้าพเจ้าได้​เห็นที​่ริมแม่น้ำเคบาร์ และข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึ​งด​ิน แต่​พระวิญญาณได้เสด็จเข้าในข้าพเจ้ากระทำให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้า และทรงบอกข้าพเจ้าว่า “จงไป ขังตัวเจ้าไว้ภายในเรือนของเจ้า เจ้า โอ บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย ดู​เถิด เขาจะเอาเชือกพันเจ้า และผูกมัดเจ้าไว้ด้วยเชือกนั้น เจ้​าจึงออกไปท่ามกลางเขาไม่​ได้ และเราจะกระทำให้ลิ้นของเจ้าติ​ดก​ับเพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ ไม่​สามารถว่ากล่าวเขาได้ เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นวงศ์วานที่มักกบฏ แต่​เมื่อเราพู​ดก​ับเจ้า เราจะให้​เจ้​าหายใบ้ และเจ้าจะกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า​’ ผู้​ที่​จะฟั​งก​็​ให้​เขาได้​ฟัง และผู้​ที่​จะปฏิเสธไม่ฟั​งก​็​ให้​เขาปฏิเสธ เพราะเขาทั้งหลายเป็นวงศ์วานที่มักกบฏ”