เอเสเคียล 32:4-32 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
เอเสเคียล 32:4-32 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
และเราจะทิ้งเจ้าลงบนแผ่นดิน เราจะเหวี่ยงเจ้าลงบนพื้นทุ่ง และจะให้นกทั้งหมดในอากาศมาอาศัยอยู่บนเจ้า และให้สัตว์ทั่วทั้งแผ่นดินอิ่มหนำด้วยตัวเจ้า เราจะเอาเนื้อของเจ้าเกลี่ยไว้บนภูเขา และถมหุบเขาด้วยกองศพของเจ้า เราจะทำให้แผ่นดินจนถึงภูเขา ชุ่มด้วยเลือดของเจ้าที่ไหลอาบ และห้วยต่างๆ จะถูกถมให้เต็มด้วยตัวเจ้า เมื่อเรากำจัดเจ้า เราจะคลุมฟ้าสวรรค์ไว้ และจะทำให้ดวงดาวมืดไป เราจะเอาเมฆคลุมดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง แสงสุกใสทั้งหมดของท้องฟ้านั้น เราจะทำให้มืดอยู่เหนือตัวเจ้า และเราจะใส่ความมืดไว้เหนือแผ่นดินของเจ้า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ เราจะทำให้ใจของชนชาติมากมายทุกข์โศก เมื่อเราทำลายเจ้าท่ามกลางประชาชาติ ในประเทศที่เจ้าไม่รู้จักนั้น เราจะทำให้ชนชาติจำนวนมากกลัวลานเพราะเจ้า และบรรดากษัตริย์ของพวกเขาจะสั่นเทาเพราะเจ้า เมื่อเราแกว่งดาบของเราต่อหน้าเขาทั้งหลาย เขาทั้งหลายจะตัวสั่นทุกขณะ เพราะห่วงชีวิตของพวกเขาแต่ละคน ในวันที่เจ้าล้มลงนั้น เพราะพระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมายังเจ้า เราจะทำให้ไพร่พลของเจ้าล้มลง ด้วยดาบของพวกผู้กล้าหาญ ทุกคนล้วนเป็นคนผู้โหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาประชาชาติ เขาจะนำหายนะมายังความจองหองของอียิปต์ และไพร่พลทั้งหมดของมันจะถูกทำลาย เราจะทำลายสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของมัน จากตรงที่มีน้ำมากหลาย และไม่มีเท้ามนุษย์คนใดจะกวนน้ำนั้นให้ขุ่นอีก กีบเท้าสัตว์เลี้ยงก็จะไม่กวนน้ำนั้นให้ขุ่นเช่นกัน แล้วเราจะทำให้น้ำของพวกเขานิ่ง และให้บรรดาแม่น้ำของเขาไหลเหมือนน้ำมัน พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ เมื่อเราทำให้แผ่นดินอียิปต์ร้างเปล่า เมื่อแผ่นดินถูกริบเอาข้าวของที่มีอยู่ในนั้นไปหมด และเมื่อเราทำลายทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น แล้วเขาทั้งหลายจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ นี่เป็นบทคร่ำครวญที่คนจะร้องคร่ำครวญ และบุตรีของบรรดาประชาชาติจะร้องคร่ำครวญ เขาจะร้องคร่ำครวญเรื่องอียิปต์และไพร่พลของมัน” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ เมื่อวันที่ 15 เดือนนั้นในปีที่ 12 พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงพิลาปร่ำไห้เพื่อไพร่พลของอียิปต์ และจงส่งเขาลงไป ทั้งตัวเขาและบุตรีของบรรดาประชาชาติที่งามสง่า ลงไปยังเบื้องล่างสุดของแผ่นดิน ด้วยกันกับพวกที่ลงไปยังปากแดนคนตายแล้ว เจ้าน่ารักกว่าผู้ใดหรือ? จงลงไป และนอนอยู่กับพวกไม่ได้เข้าสุหนัต เขาทั้งหลายจะล้มลงท่ามกลางพวกที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ดาบเล่มหนึ่งถูกกำหนดไว้แล้ว จงลากอียิปต์ไปพร้อมกับไพร่พลทั้งหมดของมัน พวกผู้นำที่กล้าหาญกับผู้ช่วยของเขาจะพูดถึงอียิปต์จากท่ามกลางแดนคนตายว่า ‘พวกเขาลงมาแล้ว พวกเขานอนนิ่งอยู่ พวกไม่เข้าสุหนัตที่ถูกฆ่าด้วยดาบ’ “อัสซีเรียและพรรคพวกทั้งหมดของมันก็อยู่ที่นั่น หลุมศพของพวกเขาอยู่รอบมัน ทุกคนล้วนถูกฆ่าและล้มลงด้วยดาบ ที่ฝังศพของพวกเขาอยู่ตรงที่ไกลสุดของแดนมรณา และพรรคพวกทั้งหมดของมันก็อยู่รอบๆ หลุมฝังศพของมัน ทุกคนล้วนถูกฆ่า ล้มลงด้วยดาบ พวกเขาเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น “เอลามกับไพร่พลทั้งหมดของมันก็อยู่ที่นั่น อยู่รอบๆ หลุมศพของมัน ทุกคนล้วนถูกฆ่าและล้มลงด้วยดาบ พวกไม่ได้เข้าสุหนัตผู้ลงไปยังเบื้องล่างสุดของแผ่นดิน พวกเขาเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น และพวกเขาต้องทนรับความอับอายร่วมกับผู้ลงไปยังแดนคนตาย คนเขาได้ทำที่นอนให้มันท่ามกลางพวกถูกฆ่าพร้อมกับไพร่พลทั้งหมดของมัน มีหลุมศพอยู่รอบมัน พวกไม่ได้เข้าสุหนัตทั้งหมดล้วนถูกฆ่าด้วยดาบ คือพวกเขาที่เคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น แต่พวกเขาต้องทนรับความอับอายร่วมกับผู้ลงไปยังแดนคนตาย พวกเขาถูกวางไว้ท่ามกลางพวกถูกฆ่า “เมเชคและทูบัลกับไพร่พลทั้งหมดของมันก็อยู่ที่นั่น หลุมศพของเขาทั้งหลายอยู่รอบมัน พวกไม่เข้าสุหนัตทั้งหมดล้วนถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะพวกเขาเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น เขาทั้งหลายนอนอยู่กับพวกผู้กล้าหาญของพวกไม่ได้เข้าสุหนัตที่ล้มลง ผู้ซึ่งลงไปยังแดนคนตายพร้อมกับอาวุธของพวกเขาไม่ใช่หรือ? พวกเขามีดาบวางไว้ใต้ศีรษะของเขา และความผิดบาปของพวกเขาก็อยู่บนกระดูกของเขา เพราะว่าพวกผู้กล้าหาญเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น ดังนั้นเจ้าก็จะถูกทำลายและนอนอยู่กับพวกไม่ได้เข้าสุหนัต กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ “เอโดมก็อยู่ที่นั่น ทั้งบรรดากษัตริย์และบรรดาเจ้านายทั้งหลายของมัน แม้ว่าเขาทั้งหลายมีความกล้าหาญ ก็ยังถูกนำมาวางไว้กับพวกถูกฆ่าด้วยดาบ พวกเขานอนอยู่กับพวกไม่ได้เข้าสุหนัต กับพวกที่ลงไปยังปากแดนคนตาย “เจ้านายทุกคนจากทางเหนือพร้อมทั้งคนไซดอนทั้งหมดก็อยู่ที่นั่น คือพวกที่ลงไปด้วยความขายหน้าพร้อมกับผู้ถูกฆ่า แม้ความกล้าหาญของพวกเขาเคยทำให้เกิดความครั่นคร้าม พวกเขาที่ไม่ได้เข้าสุหนัตนอนอยู่ที่นั่นกับพวกถูกฆ่าด้วยดาบ และทนรับความอับอายพร้อมกับบรรดาผู้ลงไปยังแดนคนตาย “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า เมื่อฟาโรห์เห็นพวกเขาแล้ว เขาก็จะเบาใจในเรื่องไพร่พลทั้งหมดของเขาที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ฟาโรห์และไพร่พลทั้งหมดของเขา เพราะเขาเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น เขาก็จะถูกวางไว้ท่ามกลางผู้ไม่ได้เข้าสุหนัต พร้อมกับพวกถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้งฟาโรห์และไพร่พลทั้งหมดของเขา” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ
เอเสเคียล 32:4-32 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
และเราจะเหวี่ยงท่านลงบนดิน และเราจะฟัดท่านลงบนพื้นทุ่ง และจะกระทำให้นกทั้งสิ้นในอากาศมาจับอยู่บนท่าน และเราจะให้ท่านเป็นอาหารอิ่มออกของสัตว์ทั่วทั้งโลก เราจะเอาเนื้อของท่านเกลี่ยไว้บนภูเขา และถมหุบเขาด้วยศพของท่าน เราจะให้แผ่นดินถึงแม้ภูเขา ชุ่มโชกด้วยเลือดกำลังไหลของท่าน และห้วยจะเต็มไปด้วยท่าน เมื่อเราดับท่าน เราจะคลุมฟ้าสวรรค์ไว้ และกระทำให้ดวงดาวมืดไป เราจะเอาเมฆบังดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จะไม่ทอแสง แสงสุกใสทั้งสิ้นแห่งสวรรค์นั้น เราจะกระทำให้มืดอยู่เหนือท่าน และวางความมืดไว้เหนือแผ่นดินของท่าน พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ <<เมื่อเราทำลายท่านท่ามกลางประชาชาติในประเทศ ซึ่งท่านไม่รู้จักนั้น เราจะกระทำให้จิตใจของชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากลำบาก เออ เมื่อเราแกว่งดาบของเราต่อหน้าเขาทั้งหลาย เราจะกระทำให้ชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากแลตะลึงที่ท่าน และกษัตริย์ของเขาทั้งหลายจะสะทกสะท้านเพราะท่าน ในวันที่ท่านล้มลงนั้นเขาทั้งหลายจะตัวสั่นทุก ขณะจิตทั่วกันเพราะห่วงชีวิตของตนเอง เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมาเหนือท่าน เราจะทำให้หมู่นิกรของท่านล้มลงด้วยดาบของ ผู้มีกำลัง ทุกคนก็ล้วนเป็นที่ทารุณที่สุดในบรรดาประชาชาติ <<เขาจะนำความทะเยอทะยานของอียิปต์ให้มาถึงที่สิ้นสุด และหมู่นิกรทั้งสิ้นของมันจะพินาศ เราจะทำลายสัตว์ของเมืองนั้นทั้งสิ้น จากข้างน้ำมากหลาย และไม่มีเท้ามนุษย์คนใดกระทำให้น้ำนั้นขุ่นอีก กีบสัตว์ก็จะไม่กระทำให้น้ำนั้นขุ่นอีกเช่นกัน แล้วเราจะทำให้น้ำของเขาทั้งหลายใส และกระทำให้แม่น้ำ ทั้งหลายของเขาไหลไปเหมือนน้ำมันไหล พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ เมื่อเรากระทำให้แผ่นดินอียิปต์ร้างเปล่า และเมื่อแผ่นดินถูกริบเอาข้าวของที่มี อยู่ในแผ่นดินไปหมดแล้ว เมื่อเราทำลายผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น แล้วเขาทั้งหลายจะทราบว่า เราคือพระเจ้า นี่เป็นบทคร่ำครวญที่จะร้องคร่ำครวญ เหล่าธิดาแห่งประชาชาติจะร้องบทนั้น เขาจะร้องเรื่องอียิปต์และหมู่นิกรของอียิปต์ พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ>> เมื่อวันที่สิบห้าเดือนที่หนึ่งในปีที่สิบสอง พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพิลาปร่ำไห้เหนือหมู่นิกรอียิปต์ และจงส่งเขาลงไป ทั้งตัวเขาและเหล่าธิดาแห่งประชาชาติที่โอ่อ่าไป ยังถิ่นมัจจุราช ไปยังบรรดาคนเหล่านั้นที่ไปยังปากแดนคนตายแล้ว ในเรื่องความงาม ท่านงามล้ำกว่าผู้ใดๆหรือ จงลงไป ไปนอนกับผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต> เขาทั้งหลายจะล้มลงกลางบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ มีดาบกำหนดไว้แล้วจงลากอียิปต์ไปเสียพร้อมกับหมู่นิกร ทั้งสิ้นของเขา เหล่าชายฉกรรจ์ในบรรดาผู้ที่แกล้วกล้าจะพูดเรื่อง ของเขากับผู้ช่วยของเขาจากกลางแดนคนตายว่า <เขาได้ลงมาแล้ว เขานอนอยู่ คือคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ> อัสซีเรียก็อยู่ที่นั่นรวมทั้งคณะมีหลุมศพอยู่รอบตัว ทุกคนถูกฆ่าและล้มลงด้วยดาบ ที่ฝังศพของคนเหล่านี้อยู่ที่แดนมรณาส่วนที่ไกลที่สุด และคณะของเธอก็อยู่รอบหลุมฝังศพของเธอ ทุกคนถูกฆ่า ล้มลงด้วยดาบ เป็นพวกที่ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของผู้มีชีวิต <<เอลามก็อยู่ที่นั่น ทั้งหมู่นิกรทั้งสิ้นก็อยู่รอบหลุมศพของเธอ ทุกคนถูกฆ่า และล้มลงด้วยดาบ ผู้ลงไปสู่โลกบาดาลโดยไม่เข้าสุหนัต เป็นพวกที่ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของผู้มีชีวิต และเขาต้องทนรับความอับอายขายหน้ากับผู้ที่ลงไป ปากแดนคนตาย เขาได้ทำที่ให้เธอนอนในหมู่พวกผู้ที่ถูก ฆ่าพร้อมกับหมู่นิกรทั้งสิ้นของเธอ มีหลุมศพอยู่รอบตัว เป็นผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัตทุกคน ถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะว่าความครั่นคร้ามเขาทั้งหลายนั้นได้กระจายไป ในแผ่นดินของผู้มีชีวิต และเขาต้องทนรับความอับอายขายหน้ากับผู้ที่ลงไป ยังปากแดนคนตาย เขามีที่อยู่ในหมู่พวกผู้ถูกฆ่า <<เมเชคกับทูบัลก็อยู่ที่นั่น ทั้งหมู่นิกรทั้งสิ้นของเธอ หลุมศพของเขาทั้งหลายอยู่รอบเธอทั้งสอง เป็นผู้ที่ไม่เข้าสุหนัตทุกคน ถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะเขาให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของผู้มีชีวิต เขาทั้งหลายไม่ได้นอนอยู่กับผู้แกล้วกล้าใน จำพวกที่ไม่ได้เข้าสุหนัตที่ได้ล้มลง ลงไปยังแดนคนตายพร้อมกับยุทโธปกรณ์ของเขา ผู้ซึ่งมีดาบวางไว้ใต้ศีรษะของเขา และเกราะก็อยู่บนกระดูกของเขา เพราะว่าความครั่นคร้ามผู้แกล้วกล้า นั้นอยู่ในแผ่นดินของผู้มีชีวิต ดังนั้นท่านจะต้องถูกหัก และนอนอยู่ในหมู่พวกผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต กับคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ <<เอโดมก็อยู่ที่นั่น คือบรรดากษัตริย์และบรรดาเจ้านายทั้งหลายของเธอ แม้ว่าเขาทั้งหลายมีอานุภาพเขายังถูกนำมาวาง ไว้กับบรรดาคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ เขานอนอยู่กับผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต กับบรรดาคนที่ได้ลงไปยังปากแดนคนตาย <<เจ้านายจากทิศเหนือก็อยู่ที่นั่นอยู่กันหมด คนไซดอนทั้งหมด ผู้ที่ลงไปด้วยความอายพร้อมกับผู้ที่ถูกฆ่า เพราะเหตุความครั่นคร้ามทั้งสิ้นซึ่งเขาได้กระทำขึ้นด้วย กำลังของเขา เขานอนอยู่ที่นั่นไม่เข้าสุหนัตพร้อมกับผู้ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ และทนรับความอับอายขายหน้ากับบรรดาผู้ที่ลงไป ยังปากแดนคนตาย พระเจ้าตรัสว่า เมื่อฟาโรห์เห็นพวกเหล่านั้นแล้ว ท่านก็จะเบาใจในเรื่องหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่าน ฟาโรห์และหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่านถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะเขาได้ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของผู้มีชีวิต เพราะฉะนั้นเขาจะถูกวางไว้ท่ามกลางผู้ไม่เข้าสุหนัต พร้อมกับผู้เหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้งฟาโรห์และหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่าน พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ>>
เอเสเคียล 32:4-32 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
เราจะเหวี่ยงเจ้าลงบนดิน จับเจ้าฟาดลงบนทุ่งโล่ง เราจะให้มวลนกในอากาศมาอาศัยอยู่บนเจ้า และสัตว์โลกทั้งปวงจะเขมือบเจ้าจนอิ่ม เราจะโปรยเนื้อของเจ้ากระจายบนภูเขาต่างๆ และถมหุบเขาทั้งหลายด้วยซากของเจ้า เราจะทำให้เลือดของเจ้าไหลนองเต็มแผ่นดิน ตลอดทางสู่ภูเขาต่างๆ และให้เนื้อของเจ้าอยู่เต็มลำห้วยทั้งหลาย เมื่อเราทำให้เจ้าแตกดับ เราจะปกคลุมฟ้าสวรรค์ และให้ดวงดาวทั้งหลายมืดมน เราจะคลุมดวงอาทิตย์ด้วยเมฆ และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง แสงสว่างสุกใสทั้งปวงในฟ้าสวรรค์นั้น เราจะทำให้มืดมิดเหนือเจ้า เราจะนำความมืดมนมาเหนือดินแดนของเจ้า พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น เราจะทำให้จิตใจของชนชาติทั้งหลายทุกข์ร้อน เมื่อเรานำหายนะมาสู่เจ้าท่ามกลางชนชาติต่างๆ ท่ามกลางดินแดนทั้งหลายซึ่งเจ้าไม่รู้จัก เราจะทำให้บรรดาชนชาติตกตะลึงเพราะเจ้า และบรรดากษัตริย์ของพวกเขาจะสั่นสะท้านด้วยความสยดสยองเนื่องจากเจ้า เมื่อเรากวัดแกว่งดาบของเราต่อหน้าพวกเขา ในวันที่เจ้าล่มจม เขาแต่ละคนจะสั่นสะท้านทุกขณะจิต เพราะห่วงชีวิตของตน “ ‘เพราะพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า “ ‘ดาบของกษัตริย์บาบิโลน จะมาห้ำหั่นเจ้า เราจะทำให้กองกำลังต่างๆ ของเจ้าล้มตาย ด้วยดาบของเหล่าผู้เกรียงไกร ผู้อำมหิตที่สุดในมวลประชาชาติ คนเหล่านั้นจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอียิปต์ และกองกำลังทั้งปวงของอียิปต์จะถูกล้มล้าง เราจะทำลายล้างฝูงสัตว์ทั้งปวงของอียิปต์ จากริมน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะไม่ถูกเท้ามนุษย์กวนให้ขุ่น หรือถูกกีบเท้าสัตว์กวนให้เป็นโคลนขุ่นอีกต่อไป เมื่อนั้นเราจะทำให้ห้วงน้ำทั้งหลายสงบ และทำให้ลำธารสายต่างๆ ไหลรินเหมือนน้ำมัน พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น เมื่อเราทำให้อียิปต์เริศร้าง และริบทุกสิ่งที่มีไปจากดินแดนนั้น เมื่อเราทำลายล้างคนทั้งปวงซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น เมื่อนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’ “นี่คือบทคร่ำครวญซึ่งคนทั้งหลายจะร้องเพื่ออียิปต์ ธิดาของชนชาติต่างๆ จะร้องขับขานให้อียิปต์และกองกำลังต่างๆ ของมัน พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น” วันที่สิบห้าของเดือนนั้นในปีที่สิบสอง พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงร่ำไห้ให้แก่กองกำลังต่างๆ ของอียิปต์ และส่งอียิปต์กับบรรดาธิดาแห่งประชาชาติอันเกรียงไกรลงสู่โลกเบื้องล่างพร้อมกับคนที่ลงไปแดนผู้ตาย จงกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘เจ้าเป็นที่โปรดปรานยิ่งกว่าคนอื่นๆ หรือ? จงลงไป ไปนอนอยู่กับบรรดาผู้ไม่ได้เข้าสุหนัต’ พวกเขาจะล้มลงในหมู่คนที่ตายด้วยดาบ ดาบถูกชักออกจากฝักแล้ว จงลากอียิปต์ลงไปพร้อมกับกองกำลังทั้งสิ้นของมัน บรรดาผู้นำที่เกรียงไกรจะกล่าวกับอียิปต์และเหล่าพันธมิตรจากหลุมฝังศพว่า ‘พวกเขาลงมากันแล้ว มานอนอยู่กับคนไม่ได้เข้าสุหนัตกับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ’ “อัสซีเรียและกองทัพของมันทั้งหมดอยู่ที่นั่นแล้ว รายล้อมด้วยหลุมฝังศพของคนที่ถูกเข่นฆ่าทั้งหมดของมัน คนเหล่านั้นทุกคนล้มตายด้วยดาบ หลุมฝังศพของคนเหล่านั้นอยู่ในห้วงลึกของแดนผู้ตาย และกองทัพอัสซีเรียนอนตายรายรอบหลุมฝังศพของมัน ทุกคนซึ่งครั้งหนึ่งเคยแพร่ความหวาดกลัวในแดนของคนที่มีชีวิต บัดนี้ถูกเข่นฆ่าล้มตายด้วยดาบ “เอลามอยู่ที่นั่นและเหล่าทหารทั้งหมดของมันนอนตายรายรอบหลุมฝังศพของมัน เขาทั้งหมดถูกเข่นฆ่าล้มตายด้วยดาบ ทุกคนซึ่งครั้งหนึ่งเคยแพร่ความหวาดกลัวทั่วแดนของคนที่มีชีวิตได้ลงสู่โลกเบื้องล่างโดยไม่ได้เข้าสุหนัต พวกเขาได้รับความอัปยศร่วมกับบรรดาคนที่ลงสู่แดนผู้ตาย เอลามนอนอยู่ในหมู่คนที่ถูกฆ่าและเหล่าทหารทั้งหมดของมันนอนตายรายรอบหลุมฝังศพของมัน พวกเขาล้วนแต่ไม่ได้เข้าสุหนัต และถูกเข่นฆ่าล้มตายด้วยดาบ เพราะพวกเขาแพร่ความหวาดกลัวไปทั่วแดนของคนที่มีชีวิต เขาจึงต้องอัปยศอดสูร่วมกับบรรดาคนที่ลงสู่แดนผู้ตายและนอนอยู่ในหมู่คนที่ถูกสังหาร “เมเชคและทูบัลอยู่ที่นั่นและทหารทั้งหมดของพวกมันนอนตายรายรอบหลุมฝังศพของพวกมัน พวกเขาล้วนไม่ได้เข้าสุหนัต ถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ เพราะพวกเขาแพร่ความหวาดกลัวไปทั่วแดนของคนที่มีชีวิต พวกเขาไม่ได้นอนลงกับนักรบอื่นๆ คนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตซึ่งตายแล้วหรอกหรือ? คนเหล่านี้ลงสู่หลุมฝังศพพร้อมทั้งอาวุธของเขา ดาบวางอยู่ใต้ศีรษะ แม้นักรบเหล่านี้เคยแพร่ความหวาดกลัวไปทั่วแดนของคนที่มีชีวิต กระนั้นโทษทัณฑ์ของบาปของพวกเขาก็ตกอยู่กับกระดูกของพวกเขา “ฟาโรห์เอ๋ย เจ้าก็เช่นกัน เจ้าจะแหลกลาญและนอนตายอยู่ในหมู่คนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตซึ่งถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ “เอโดมอยู่ที่นั่น ทั้งๆ ที่เก่งกล้า กษัตริย์และเจ้านายทั้งปวงของเอโดมก็ถูกทิ้งให้นอนตายอยู่กับบรรดาคนที่ถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ พวกเขานอนตายกับบรรดาคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต คือกับคนเหล่านั้นที่ลงสู่แดนผู้ตาย “บรรดาเจ้านายของฝ่ายเหนือและชาวไซดอนทั้งปวงอยู่ที่นั่น แม้พวกเขาเคยใช้อำนาจก่อความหวาดกลัว พวกเขาก็ลงไปอยู่ร่วมกับคนที่ถูกเข่นฆ่าอย่างอัปยศ พวกเขานอนตายโดยไม่ได้เข้าสุหนัตกับบรรดาคนที่ถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ และรับความอัปยศกับคนที่ลงสู่แดนผู้ตาย “ฟาโรห์กับกองทัพทั้งปวงจะเห็นคนเหล่านั้นและได้รับการปลอบประโลม เนื่องจากกองกำลังทั้งหมดของเขาถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนี้ แม้เราเคยให้เขาแพร่ความหวาดกลัวไปทั่วดินแดนของคนที่มีชีวิต แต่ฟาโรห์กับเหล่าทหารทั้งสิ้นของเขาก็จะถูกทิ้งให้นอนตายอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต คนที่ถูกเข่นฆ่าด้วยดาบ พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น”
เอเสเคียล 32:4-32 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
เราจะขว้างเจ้าลงบนพื้นดิน จะโยนเจ้าลงในท้องทุ่งกลางแจ้ง เราจะปล่อยให้นกในท้องฟ้ามาทำรังบนตัวเจ้า เราจะให้สัตว์ป่าทั้งหมดในโลกเหยียบย่ำเจ้า เราจะกระจายเนื้อของเจ้าไปตามเทือกเขา และเอาซากของเจ้าไปถมหุบเขาทั้งหลาย เราจะทำให้แผ่นดินไปจนถึงเทือกเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือดของเจ้า และหุบเขาลึกทั้งหลายจะเต็มไปด้วยเนื้อของเจ้า เมื่อเราดับเจ้า เราจะคลุมฟ้าสวรรค์ไว้ เราจะทำให้ดวงดาวมืดลง เราจะเอาเมฆมาบดบังดวงอาทิตย์ไว้และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสงในตอนกลางคืน เราจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ส่องแสงอยู่บนฟ้ามืดลงเหนือแผ่นดินเจ้า เราจะนำความมืดมาสู่แผ่นดินของเจ้า” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนั้น “เราจะทำให้หลายชนชาติใจฝ่อ เมื่อเราเอาเศษที่แตกเป็นชิ้นๆของเจ้ามาอยู่ท่ามกลางชนชาติต่างๆในดินแดนทั้งหลายที่เจ้าไม่รู้จักนั้น เราจะทำให้ผู้คนมากมายหันมาจ้องเจ้าอย่างตะลึงงัน และบรรดากษัตริย์ของพวกเขาจะหวาดกลัวเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้า ในวันที่เจ้าล่มสลาย เมื่อเรากวัดแกว่งดาบของเราต่อหน้าพวกเขา พวกเขาทุกคนจะตัวสั่นเทิ้มเพราะกลัวตายทุกขณะจิต” นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูด “ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมาต่อสู้กับเจ้า เราจะทำให้ประชาชนของเจ้าล้มลงด้วยดาบของคนเก่งกล้าเหล่านั้น ซึ่งเป็นชนชาติที่โหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาชนชาติทั้งหมด พวกเขาจะทำให้ความหยิ่งผยองของอียิปต์แตกสลาย และทำให้กองทัพทั้งหมดของอียิปต์ย่อยยับไป เราจะทำลายฝูงสัตว์ทั้งหมดที่อยู่ข้างแม่น้ำให้หมดไป จะไม่มีมนุษย์คนใดหรือกีบของสัตว์ตัวใดมากวนให้น้ำขุ่นอีกต่อไป แล้วเราจะปล่อยให้แม่น้ำในดินแดนแห่งนี้ตกตะกอน และทำให้ลำธารทั้งหลายไหลลื่นเหมือนน้ำมันมะกอก ตอนที่เราทำให้แผ่นดินอียิปต์รกร้างว่างเปล่า ตอนที่แผ่นดินนั้นสูญเสียทุกอย่าง ตอนที่เราฟาดฟันทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น แล้วเมื่อนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่า เราคือยาห์เวห์” “นี่คือบทเพลงไว้อาลัยที่จะใช้ร้องกัน พวกผู้หญิงของชนชาติต่างๆจะร้องเพลงไว้อาลัยนี้ พวกเขาจะร้องเพลงนี้ที่พูดถึงอียิปต์และประชาชนทั้งหมดของมัน” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนั้น วันที่สิบห้าของเดือนนั้น ในปีที่สิบสอง คำพูดของพระยาห์เวห์ได้มาถึงผมว่า “เจ้าลูกมนุษย์ ให้ร้องคร่ำครวญให้กับประชาชนชาวอียิปต์ ให้ส่งทั้งอียิปต์และพวกผู้หญิงของชาติมหาอำนาจเหล่านั้น ลงไปอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นที่อยู่ในหลุมลึกนั้น ‘เจ้าอียิปต์ เจ้าคิดว่าเจ้าสวยงามกว่าคนอื่นหรือ ลงไป ไปนอนกับพวกที่ไม่ได้ขลิบซะ’ พวกเขาจะตกไปอยู่กับพวกที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ดาบถูกชักออกจากฝักแล้ว ลากอียิปต์กับประชาชนของมันออกไปซะ จากแดนคนตาย พวกวีรบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุด จะพูดเรื่องของอียิปต์และพวกที่อยู่ฝ่ายเดียวกับมันว่า ‘พวกเขาได้ลงมาแล้ว พวกเขาได้นอนอยู่กับพวกที่ไม่ได้ทำพิธีขลิบ ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ’ อัสซีเรียกับกองทัพทั้งหมดของเขา ก็อยู่ที่นั่นด้วย หลุมฝังศพของพวกเขาอยู่ล้อมรอบเขา พวกมันทั้งหมดถูกฆ่าด้วยดาบ หลุมฝังศพของอัสซีเรียอยู่ที่ก้นเหวของหลุมลึกนั้น กองทัพของเขาก็ฝังอยู่รอบๆหลุมฝังศพของเขานั้น ทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าด้วยดาบ พวกนี้เคยสร้างความกลัวไปทั่วแผ่นดินของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เอลามก็อยู่ที่นั่นด้วย ชาวเมืองของเขาก็ฝังอยู่รอบๆหลุมฝังศพของเขา พวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าด้วยดาบ ทุกคนที่เคยสร้างความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินของผู้ที่มีชีวิต ต่างก็ลงไปสู่โลกเบื้องล่างท่ามกลางพวกที่ไม่ได้ทำพิธีขลิบ พวกเขาต้องแบกรับความอับอายร่วมกับทุกคนที่ลงไปในหลุมลึกนั้น มีการจัดเตียงหลังหนึ่งให้กับหลายชนชาติเอลามและกองทัพทั้งหมดของเขาที่ถูกฆ่าด้วยดาบ กองทัพทั้งหมดของเอลามถูกฝังอยู่รอบๆหลุมฝังศพของเขา พวกเขาทั้งหมดยังไม่ได้ทำพิธีขลิบและถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้งๆที่พวกเขาเคยสร้างความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินของผู้ที่มีชีวิต พวกเขาต้องแบกรับความอับอายร่วมกับทุกคนที่ลงไปในหลุมลึกนั้น พวกเขาถูกวางลงท่ามกลางคนที่ถูกฆ่า เมเชคกับทูบัลก็อยู่ที่นั่นด้วย พร้อมกับกองทัพของพวกเขา ซึ่งฝังอยู่รอบๆหลุมฝังศพของเขาทั้งสอง พวกเขาทั้งหมดยังไม่ได้ทำพิธีขลิบและถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้งๆที่พวกเขาเคยสร้างความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินของผู้ที่มีชีวิต แต่พวกเขาไม่ได้นอนฝังร่วมอยู่กับพวกวีรบุรุษที่ล้มลงในสมัยก่อนนานมาแล้ว ที่ลงไปในแดนผู้ตาย พร้อมกับอาวุธของเขา ที่มีดาบของพวกเขาหนุนหัวอยู่ และมีโล่วางทับอยู่บนกระดูก ทั้งๆที่พวกวีรบุรุษเหล่านี้เคยสร้างความหวาดกลัวไปทั่วแผ่นดินของผู้ที่มีชีวิตอยู่ ฟาโรห์ เจ้าก็จะโดนอย่างนั้นเหมือนกัน เจ้าจะถูกทำลายและจะไปนอนอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้นที่ไม่ได้เข้าพิธีขลิบ ไปอยู่กับพวกนั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ เอโดมก็อยู่ที่นั่นด้วย พร้อมกับบรรดากษัตริย์และเจ้าชายทั้งหลายของเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาเคยมีพลังมาก แต่พวกเขาก็ถูกวางรวมอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ นอนอยู่กับพวกที่ไม่ได้ทำพิธีขลิบ และอยู่กับพวกที่ลงไปอยู่ในหลุมลึกนั้น บรรดาเจ้าชายทุกคนของทางเหนือ และพวกชาวไซดอนทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นด้วย พวกเขาได้ลงไปอย่างอับอาย ไปอยู่ร่วมกับพวกที่ถูกฆ่า ทั้งๆที่แต่ก่อนพวกเขาเคยสร้างความหวาดกลัวให้กับคนอื่น พวกเขานอนอยู่ที่นั่นยังไม่ได้ทำพิธีขลิบ ไปอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ และพวกเขาต้องแบกรับความอับอาย ร่วมกับทุกคนที่ลงไปในหลุมลึกนั้น เมื่อฟาโรห์เห็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น เขาก็จะได้ไม่รู้สึกแย่มากนัก ที่เขาและกองทัพทั้งหมดของเขาถูกฆ่าด้วยดาบ” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนั้น “เราจะทำให้แผ่นดินของผู้ที่มีชีวิตอยู่ยำเกรงเรา ฟาโรห์กับกองทัพทั้งหมดของเขาก็จะถูกวางลงท่ามกลางพวกที่ไม่ได้ทำพิธีขลิบ ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ” พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่าอย่างนั้น
เอเสเคียล 32:4-32 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
เราจะเหวี่ยงเจ้าลงบนพื้น เราจะโยนเจ้าลงบนทุ่งโล่ง เราจะทำให้บรรดานกในอากาศทั้งปวงเกาะที่ตัวเจ้า และเราจะให้สัตว์ป่าทั่วทั้งแผ่นดินโลกขม้ำกินเจ้าอย่างตะกละ เราจะแผ่เนื้อของเจ้าไว้บนภูเขา และถมหุบเขาให้เต็มด้วยซากของเจ้า เราจะให้แผ่นดินชุ่มด้วยเลือดของเจ้า ที่ไหลไปจนถึงภูเขา และหุบเขาจะมีร่างของเจ้าเต็มไปหมด เมื่อเราดับชีวิตของเจ้าให้สูญไป เราจะปกคลุมฟ้าสวรรค์ และทำให้ดวงดาวมืดลง เราจะปกคลุมดวงอาทิตย์ด้วยเมฆ และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง เราจะทำให้แสงอันสุกสว่าง ของฟ้าสวรรค์มืดลงเหนือตัวเจ้า และจะให้ความมืดปกแผ่นดินของเจ้า’” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น “เราจะทำให้ชนชาติจำนวนมากทุกข์ใจเมื่อเรานำความพินาศมาสู่เจ้าท่ามกลางบรรดาประชาชาติ ท่ามกลางหลายดินแดนที่เจ้าไม่เคยรู้จัก เราจะทำให้คนจำนวนมากตกตะลึงในตัวเจ้า และผมของบรรดากษัตริย์จะตั้งขึ้นด้วยความหวาดหวั่นก็เพราะเจ้า เมื่อเราแกว่งดาบของเราต่อหน้าพวกเขา พวกเขาทุกคนจะสั่นเทา กลัวอยู่ทุกขณะว่าชีวิตจะสิ้นสุด ในวันที่เจ้าถูกโค่นลง” เพราะพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวดังนี้ว่า “ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะสู้รบกับเจ้า เราจะทำให้ประชาชนของเจ้าล้มลงด้วยดาบของบรรดานักรบผู้เก่งกล้า พวกเขาทุกคนโหดร้ายที่สุดในบรรดาประชาชาติ พวกเขาจะทำให้ความยโสของอียิปต์พินาศ และประชาชนชาวอียิปต์จะล้มตาย เราจะทำลายสัตว์ป่าให้หมดสิ้นไปจาก บริเวณใกล้แหล่งน้ำ และจะไม่มีผู้ใดย่างเท้าลงในน้ำอีกต่อไป หรือจะมีสัตว์เลี้ยงย่ำกีบทำให้น้ำขุ่นอีก แล้วเราจะทำให้น้ำของอียิปต์ใส และทำให้แม่น้ำไหลอย่างน้ำมัน” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น “เมื่อเราทำให้แผ่นดินอียิปต์รกร้าง และทำให้แผ่นดินไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่เลย เมื่อเราทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งสิ้นที่อาศัยอยู่ในนั้นหมอบราบคาบ แล้วพวกเขาจะรู้ว่า เราคือพระผู้เป็นเจ้า นี่เป็นคำร้องคร่ำครวญที่พวกเขาจะร้องให้กับอียิปต์ บรรดาบุตรหญิงของบรรดาประชาชาติจะร้องคร่ำครวญ พวกเขาจะร้องคร่ำครวญให้กับอียิปต์และประชาชนทุกคน” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น ในวันที่สิบห้า ปีที่สิบสอง พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงร้องรำพันให้กับประชาชนของอียิปต์ และส่งอียิปต์และบุตรหญิงทั้งหลายของบรรดาประชาชาติที่มีอานุภาพลงไปยังโลกเบื้องล่าง ไปยังบรรดาผู้ที่ได้ลงไปในหลุมลึกแห่งแดนคนตายแล้ว จงพูดกับพวกเขาดังนี้ ‘เจ้างามเกินใครบ้างหรือ จงลงไปและนอนพักรวมอยู่กับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต’ พวกเขาจะล้มลงอยู่กับบรรดาผู้ที่ถูกดาบสังหาร อียิปต์และประชาชนทุกคนถูกดาบสังหารและลากไป บรรดาผู้นำที่มีอำนาจจะเอ่ยจากแดนคนตายถึงอียิปต์และพันธมิตรว่า ‘พวกเขาได้ลงมาแล้ว พวกเขานอนนิ่งอยู่กับพวกที่ไม่ได้เข้าสุหนัต ซึ่งถูกดาบสังหาร’ อัสซีเรียอยู่ที่นั่นกับพรรคพวก มีหลุมศพอยู่รอบข้าง ทุกคนถูกสังหาร ล้มตายด้วยดาบ หลุมศพของพวกเขาอยู่ในส่วนลึกสุดของหลุมลึกแห่งแดนคนตาย และพรรคพวกของอัสซีเรียอยู่รอบหลุมศพ ทุกคนถูกสังหาร ล้มตายด้วยดาบ พวกเขาทำให้เกิดความหวาดหวั่นทั่วดินแดนของคนเป็น เอลามอยู่ที่นั่น ประชาชนจำนวนมากอยู่รอบหลุมศพ ทุกคนถูกสังหาร ล้มตายด้วยดาบ พวกเขาทุกคนทำให้เกิดความหวาดหวั่นทั่วดินแดนของคนเป็น ลงไปอย่างคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตยังโลกเบื้องล่าง พวกเขาแบกรับความอับอายด้วยกับบรรดาผู้ที่ลงไปสู่หลุมลึกแห่งแดนคนตาย พวกเขาจัดเตรียมที่อยู่ให้แก่เอลามในหมู่คนที่ถูกสังหารพร้อมกับคนจำนวนมาก หลุมศพอยู่รอบข้าง พวกเขาทุกคนไม่ได้เข้าสุหนัต ถูกดาบสังหาร เพราะพวกเขาทำให้เกิดความหวาดหวั่นทั่วดินแดนของคนเป็น พวกเขาแบกรับความอับอายด้วยกับบรรดาผู้ที่ลงไปสู่หลุมลึกแห่งแดนคนตาย พวกเขาถูกทิ้งไว้ในท่ามกลางคนที่ถูกสังหาร เมเชคและทูบัลอยู่ที่นั่น ประชาชนจำนวนมากอยู่รอบหลุมศพ ทุกคนไม่ได้เข้าสุหนัต ถูกดาบสังหาร เพราะพวกเขาทำให้เกิดความหวาดหวั่นทั่วดินแดนของคนเป็น และพวกเขาไม่นอนรวมกับนักรบผู้เก่งกล้า คือผู้ที่เสียชีวิตในบรรดาผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต ซึ่งลงไปสู่แดนคนตายกับอาวุธสงคราม และมีดาบวางที่ใต้ศีรษะ บาปอยู่บนกระดูกของพวกเขา เพราะความหวาดหวั่นที่มีต่อนักรบเหล่านี้อยู่ในดินแดนของคนเป็น ส่วนเจ้าเอง เจ้าจะถูกทำลายและนอนลงในท่ามกลางบรรดาผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัตที่ลงไปสู่หลุมลึก เอโดมอยู่ที่นั่น พร้อมกับบรรดากษัตริย์และผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน แม้พวกเขาจะมีอำนาจก็ยังถูกวางรวมกับบรรดาผู้ที่ถูกดาบฆ่าตาย พวกเขานอนรวมกับบรรดาผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต กับผู้ที่ลงไปสู่หลุมลึกแห่งแดนคนตาย บรรดาผู้นำจากทิศเหนือและชาวไซดอนทั้งปวงอยู่ที่นั่น พวกเขาได้ลงไปพร้อมกับพวกที่ถูกฆ่า เพราะความหวาดหวั่นที่พวกเขาก่อขึ้นจากอำนาจของพวกเขา พวกเขานอนลงอย่างคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตนอนกับบรรดาผู้ที่ถูกดาบสังหาร และแบกรับความอับอายด้วยกับบรรดาผู้ที่ลงไปสู่หลุมลึกแห่งแดนคนตาย เมื่อฟาโรห์เห็นพวกเขา เขาจะรู้สึกสบายใจเรื่องประชาชนทั้งปวงของเขา ทั้งฟาโรห์และกองทัพทั้งหมดที่ถูกดาบสังหาร” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น “ถึงแม้ว่าเราทำให้เกิดความหวาดหวั่นทั่วดินแดนของคนเป็น ฟาโรห์และประชาชนทั้งปวงของเขาจะนอนรวมกับบรรดาผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต กับบรรดาผู้ที่ถูกดาบสังหาร” พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประกาศดังนั้น
เอเสเคียล 32:4-32 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
และเราจะเหวี่ยงท่านลงบนดิน และเราจะฟัดท่านลงบนพื้นทุ่ง และจะกระทำให้นกทั้งสิ้นในอากาศมาจับอยู่บนท่าน และเราจะให้สัตว์ทั่วทั้งโลกได้อิ่มหนำด้วยตัวท่าน เราจะเอาเนื้อของท่านเกลี่ยไว้บนภูเขา และถมหุบเขาด้วยศพของท่าน เราจะให้แผ่นดินถึงแม้ภูเขาชุ่มโชกด้วยเลือดกำลังไหลของท่าน และห้วยจะเต็มไปด้วยท่าน เมื่อเราดับท่าน เราจะคลุมฟ้าสวรรค์ไว้ และกระทำให้ดวงดาวมืดไป เราจะเอาเมฆบังดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จะไม่ทอแสง แสงสุกใสทั้งสิ้นแห่งสวรรค์นั้นเราจะกระทำให้มืดอยู่เหนือท่าน และวางความมืดไว้เหนือแผ่นดินของท่าน องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ เมื่อเราทำลายท่านท่ามกลางประชาชาติในประเทศซึ่งท่านไม่รู้จักนั้น เราจะกระทำให้จิตใจของชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากลำบาก เออ เมื่อเราแกว่งดาบของเราต่อหน้าเขาทั้งหลาย เราจะกระทำให้ชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากแลตะลึงที่ท่าน และกษัตริย์ของเขาทั้งหลายจะสะทกสะท้านเพราะท่าน ในวันที่ท่านล้มลงนั้น เขาทั้งหลายจะตัวสั่นทุกขณะจิตทั่วกันเพราะห่วงชีวิตของตนเอง เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมาเหนือท่าน เราจะทำให้หมู่นิกรของท่านล้มลงด้วยดาบของผู้มีกำลัง ทุกคนก็ล้วนเป็นที่ทารุณที่สุดในบรรดาประชาชาติ เขาจะนำความทะเยอทะยานของอียิปต์ให้มาถึงที่สิ้นสุด และหมู่นิกรทั้งสิ้นของมันจะพินาศ เราจะทำลายสัตว์ของเมืองนั้นทั้งสิ้น จากข้างน้ำมากหลายและไม่มีเท้ามนุษย์คนใดกระทำให้น้ำนั้นขุ่นอีก กีบสัตว์ก็จะไม่กระทำให้น้ำนั้นขุ่นอีกเช่นกัน แล้วเราจะทำให้น้ำของเขาทั้งหลายลึก และกระทำให้แม่น้ำทั้งหลายของเขาไหลไปเหมือนน้ำมันไหล องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ เมื่อเรากระทำให้แผ่นดินอียิปต์รกร้าง และประเทศนั้นจะขาดสิ่งที่เคยอุดมสมบูรณ์ เมื่อเราฟาดฟันคนทั้งปวงที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้น แล้วเขาทั้งหลายจะทราบว่าเราคือพระเยโฮวาห์ นี่เป็นบทคร่ำครวญที่จะร้องคร่ำครวญ เหล่าธิดาแห่งประชาชาติจะร้องบทนั้น เขาจะร้องเรื่องอียิปต์และหมู่นิกรของอียิปต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ” ต่อมาเมื่อวันที่สิบห้า เดือนที่สิบสอง ในปีที่สิบสอง พระวจนะของพระเยโฮวาห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพิลาปร่ำไห้เพื่อคนเป็นอันมากของอียิปต์ และจงส่งเขาลงไป ทั้งตัวเขาและเหล่าธิดาแห่งประชาชาติที่โอ่อ่าไปยังโลกบาดาล ไปยังบรรดาคนเหล่านั้นที่ไปยังปากแดนคนตายแล้ว ในเรื่องความงาม ท่านงามล้ำกว่าผู้ใดๆหรือ จงลงไป ไปนอนกับผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต เขาทั้งหลายจะล้มลงกลางบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ มีดาบกำหนดไว้แล้ว จงลากอียิปต์ไปเสียพร้อมกับหมู่นิกรทั้งสิ้นของเขา เหล่าชายฉกรรจ์ในบรรดาผู้ที่แกล้วกล้าจะพูดเรื่องของเขากับผู้ช่วยของเขาจากกลางนรกว่า ‘เขาได้ลงมาแล้ว เขานอนอยู่ คือคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ’ อัสซูรก็อยู่ที่นั่นรวมทั้งคณะ มีหลุมศพอยู่รอบตัว ทุกคนถูกฆ่าและล้มลงด้วยดาบ ที่ฝังศพของคนเหล่านี้อยู่ที่แดนมรณาส่วนที่ไกลที่สุด และคณะของเธอก็อยู่รอบหลุมฝังศพของเธอ ทุกคนถูกฆ่า ล้มลงด้วยดาบ เป็นพวกที่ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น เอลามก็อยู่ที่นั่น ทั้งหมู่นิกรทั้งสิ้นก็อยู่รอบหลุมศพของเธอ ทุกคนถูกฆ่า และล้มลงด้วยดาบ ผู้ลงไปสู่โลกบาดาลโดยไม่เข้าสุหนัต เป็นพวกที่ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น และเขาต้องทนรับความอับอายขายหน้ากับผู้ที่ลงไปปากแดนคนตาย เขาได้ทำที่ให้เธอนอนในหมู่พวกผู้ที่ถูกฆ่าพร้อมกับหมู่นิกรทั้งสิ้นของเธอ มีหลุมศพอยู่รอบตัว เป็นผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัตทุกคน ถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะว่าเขาให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น และเขาต้องทนรับความอับอายขายหน้ากับผู้ที่ลงไปยังปากแดนคนตาย เขามีที่อยู่ในหมู่พวกผู้ถูกฆ่า เมเชคกับทูบัลก็อยู่ที่นั่น ทั้งหมู่นิกรทั้งสิ้นของเธอ หลุมศพของเธอทั้งสองอยู่รอบเขา เป็นผู้ที่ไม่เข้าสุหนัตทุกคน ถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะเขาให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น เขาทั้งหลายจะไม่ได้นอนอยู่กับผู้แกล้วกล้าในจำพวกที่ไม่ได้เข้าสุหนัตที่ได้ล้มลง ลงไปยังนรกพร้อมกับยุทโธปกรณ์ของเขา ผู้ซึ่งมีดาบวางไว้ใต้ศีรษะของเขา และความชั่วช้าก็อยู่บนกระดูกของเขา เพราะว่าเขาให้ผู้แกล้วกล้าครั่นคร้ามอยู่ในแผ่นดินของคนเป็น ดังนั้นท่านจะต้องถูกหักในหมู่พวกผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต และนอนอยู่กับคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ เอโดมก็อยู่ที่นั่น คือบรรดากษัตริย์และบรรดาเจ้านายทั้งหลายของเธอ แม้ว่าเขาทั้งหลายมีอานุภาพ เขายังถูกนำมาวางไว้กับบรรดาคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ เขาจะนอนอยู่กับผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต กับบรรดาคนที่ได้ลงไปยังปากแดนคนตาย เจ้านายจากทิศเหนือก็อยู่ที่นั่นอยู่กันหมด คนไซดอนทั้งหมด ผู้ที่ลงไปด้วยความอายพร้อมกับผู้ที่ถูกฆ่า เพราะเหตุความครั่นคร้ามทั้งสิ้นซึ่งเขาได้กระทำขึ้นด้วยกำลังของเขา เขานอนอยู่ที่นั่นไม่เข้าสุหนัตพร้อมกับผู้ที่ถูกฆ่าด้วยดาบ และทนรับความอับอายขายหน้ากับบรรดาผู้ที่ลงไปยังปากแดนคนตาย องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า เมื่อฟาโรห์เห็นพวกเหล่านั้นแล้ว ท่านก็จะเบาใจในเรื่องหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่าน ฟาโรห์และหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่านถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะเราได้ให้เกิดความครั่นคร้ามในแผ่นดินของคนเป็น เพราะฉะนั้นเขาจะถูกวางไว้ท่ามกลางผู้ไม่เข้าสุหนัต พร้อมกับผู้เหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้งฟาโรห์และหมู่นิกรทั้งสิ้นของท่าน องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ”