โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

เอเสเคียล 33:1-22 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

เอเสเคียล 33:1-22 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงพูดกับชนชาติของเจ้าและกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า ถ้าเรานำดาบมาเหนือแผ่นดินและถ้าประชาชนในแผ่นดินนั้นจะเลือกชายคนหนึ่งจากพวกเขา แล้วตั้งให้เป็นยามของพวกเขา และเมื่อเขาเห็นดาบมาเหนือแผ่นดิน เขาจึงเป่าแตรเพื่อเตือนประชาชน เมื่อคนหนึ่งคนใดได้ยินเสียงแตร แต่ไม่สนใจเสียงเตือน ดาบนั้นก็มาเอาคนนั้นไปเสีย และโลหิตของเขาจะตกบนศีรษะของเขาเอง ด้วยว่าเขาได้ยินเสียงแตร แต่ไม่สนใจเสียงเตือน โลหิตของเขาจะตกอยู่กับเขา แต่ถ้าเขาสนใจเสียงเตือน เขาก็จะช่วยชีวิตของตนให้รอด ถ้าคนยามเห็นดาบมาแล้วแต่ไม่ได้เป่าแตร ประชาชนจึงไม่ได้รับเสียงเตือน และดาบมาเอาคนหนึ่งคนใดของพวกเขาไปเสีย คนนั้นถูกเอาไปเนื่องจากความผิดบาปของเขา แต่เราจะลงโทษคนยามเรื่องโลหิตของคนนั้น “ส่วนเจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นคนยามสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล และเมื่อเจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากเรา เจ้าจงเตือนพวกเขาแทนเรา ถ้าเรากล่าวกับคนอธรรมว่า ‘โอ คนอธรรม เจ้าจะต้องตายแน่’ และเจ้าไม่ได้กล่าวเตือนคนอธรรมให้กลับจากทางของเขา คนอธรรมนั้นจะต้องตายเนื่องจากความผิดบาปของเขา แต่เราจะลงโทษเจ้าเรื่องโลหิตของเขา แต่ถ้าเจ้าได้เตือนคนอธรรมให้หันกลับจากทางของเขา แต่เขาไม่หันกลับจากทางของเขา เขาจะต้องตายเนื่องจากความผิดบาปของเขา แต่เจ้าจะช่วยชีวิตของเจ้าเองให้รอด “และเจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พวกเจ้าเคยกล่าวดังนี้ว่า ‘การละเมิดและบาปทั้งหลายของเราอยู่เหนือเรา เราก็ค่อยๆ วอดวายไปเพราะสิ่งเหล่านี้ เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?’ จงกล่าวต่อพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่นอนอย่างไร เราไม่พอใจในความตายของคนอธรรม แต่พอใจในการที่คนอธรรมหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ? จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ทำไมจึงยอมตาย? เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวกับชนชาติของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรม จะไม่ช่วยเขาให้รอดเมื่อเขาทำการละเมิด ส่วนความอธรรมของคนอธรรมนั้นจะไม่ทำให้เขาล้มลงเมื่อเขาหันกลับจากความอธรรมของเขา และคนชอบธรรมจะไม่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความชอบธรรมเมื่อเขาทำบาป แม้เราจะกล่าวกับคนชอบธรรมว่า เขาจะมีชีวิตอยู่แน่ แต่ถ้าเขาไว้ใจในความชอบธรรมของเขาและทำบาป การกระทำที่ชอบธรรมทั้งหมดของเขาย่อมไม่ได้รับการจดจำอีกเลย และเขาจะต้องตายเพราะบาปซึ่งเขาได้ทำไว้ นอกจากนี้ แม้เราจะได้กล่าวกับคนอธรรมว่า ‘เจ้าจะต้องตายแน่’ ถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา มาทำความยุติธรรมและความชอบธรรม ถ้าคนอธรรมยอมคืนของประกัน และชดใช้สิ่งที่เขาขโมยไป และดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งชีวิต ทั้งไม่ทำบาปเลย เขาก็จะมีชีวิตอยู่แน่ และเขาจะไม่ต้องตาย บาปทั้งหมดซึ่งเขาได้ทำมาแล้ว จะไม่ถูกจดจำไว้กล่าวโทษเขา เขาได้ทำความยุติธรรมและความชอบธรรมแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่แน่ “แต่ชนชาติของเจ้ายังกล่าวว่า ‘วิธีการขององค์เจ้านายไม่ถูกต้อง’ ในเมื่อวิธีการของพวกเขาเองไม่ถูกต้อง เมื่อคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขาและทำบาป เขาจะต้องตายเพราะบาปเหล่านั้น และเมื่อคนอธรรมหันกลับจากความอธรรมของเขา และทำความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่ได้โดยสิ่งเหล่านั้น เจ้ายังกล่าวว่า ‘วิธีการขององค์เจ้านายนั้นไม่ถูกต้อง’ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราจะพิพากษาเจ้าตามการประพฤติของเจ้าแต่ละคน” และอยู่มาเมื่อวันที่ 5 เดือนที่ 10 ในปีที่ 12 ซึ่งเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า กล่าวว่า “เมืองนั้นแตกเสียแล้ว” ในเวลาเย็นนั้น ก่อนที่ผู้ลี้ภัยจะมา พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงเปิดปากข้าพเจ้าในเวลาที่ชายคนนั้นมาถึงในตอนเช้า ดังนั้นปากของข้าพเจ้าจึงถูกเปิดออก และข้าพเจ้าก็ไม่ได้เป็นใบ้อีกต่อไป

เอเสเคียล 33:1-22 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพูดกับชนชาติของเจ้าและกล่าวแก่เขาว่า ถ้าเรานำดาบมาเหนือแผ่นดินและถ้าประชาชน ในแผ่นดินนั้นตั้งชายคนหนึ่งจากพวกเขาให้เป็นยาม และถ้าเขาเห็นดาบมาเหนือแผ่นดินจึงเป่า เขาสัตว์และตักเตือนประชาชน เมื่อคนหนึ่งคนใดได้ยินเสียงเขาสัตว์ แต่ไม่นำพาต่อเสียงตักเตือน และดาบนั้นก็มาพาเอาคนนั้นไปเสีย ที่เขาต้องตายนั้นเขาเองต้องรับผิดชอบ คือเขาได้ยินเสียงเขาสัตว์ แต่ไม่นำพาต่อเสียงตักเตือน ตัวเขาเองต้องรับผิดชอบ ถ้าเขาได้นำพาต่อเสียงตักเตือนแล้ว เขาคงจะได้ช่วยชีวิตของตนเองให้รอด แต่ถ้าคนยามเห็นดาบมาแล้วและไม่เป่าเขาสัตว์ ประชาชนจึงไม่ได้รับเสียงตักเตือน และดาบก็มาพาคนหนึ่งคนใดไปเสีย คนนั้นถูกนำไปด้วยเรื่องความบาปชั่วของเขา แต่เราจะลงโทษคนยาม เพราะความตายของคนนั้น <<ฉะนี้แหละ เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เราได้กระทำเจ้าให้เป็นคนยามสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล เจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากของเราเมื่อไร เจ้าจงให้คำตักเตือนของเราแก่ประชาชน ถ้าเรากล่าวแก่คนอธรรมว่า โอ คนอธรรมเอ๋ย เจ้าจะต้องตายแน่ แต่เจ้าก็มิได้กล่าวคำตักเตือนให้คนอธรรมกลับ จากทางของเขา คนอธรรมนั้นจะต้องตายเพราะความบาปชั่วของเขา แต่เราจะลงโทษเจ้าเพราะความตายของเขา แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนอธรรมให้หันกลับ จากทางของเขาแล้ว แต่เขาไม่หันกลับจากทางของเขา เขาจะตายเพราะความบาปชั่วของเขา แต่เจ้าจะช่วยชีวิตของเจ้าเองให้รอด <<เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล พวกเจ้าเคยกล่าวดังนี้ว่า <การละเมิดและความบาปทั้งหลายของเราอยู่เหนือเรา เราก็ค่อยๆวอดวายไปเพราะสิ่งเหล่านี้ เราจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร> จงกล่าวตอบเขาว่า พระเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราไม่พอใจในความตายของคนอธรรม แต่พอใจในการที่คนอธรรมหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ยอมตายทำไม เจ้าบุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติของเจ้าว่าความชอบธรรมของ ผู้ชอบธรรมจะไม่ช่วยกู้เขาให้พ้นเมื่อเขากบฏ ส่วนความอธรรมของคนอธรรมนั้นจะไม่กระทำให้เขา ล้มลงเมื่อเขาหันกลับจากความอธรรมของเขา และคนชอบธรรมจะไม่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความชอบธรรม เมื่อเขากระทำบาป แม้เราจะได้กล่าวแก่คนชอบธรรมว่าเขาจะมีชีวิตอยู่แน่ ถ้าเขายังวางใจในความชอบธรรมของเขาและกระทำ ความบาปชั่ว การกระทำทั้งหลายที่ชอบธรรมของเขาย่อมไม่อยู่ใน ความทรงจำอีกเลย แต่เขาจะต้องตายเพราะความบาปชั่วซึ่งเขาได้กระทำไว้ อีกประการหนึ่ง แม้เราจะได้กล่าวแก่คนอธรรมว่า <เจ้าจะต้องตายแน่> ถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา มากระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม ถ้าคนอธรรมได้คืนของประกัน ขโมยอะไรของเขามาก็คืนเสีย และดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งชีวิต ไม่กระทำความบาปชั่วเลยเขา จะดำรงชีวิตอยู่แน่ เขาไม่ต้องตาย บาปซึ่งเขาได้กระทำมาแล้ว จะไม่จดจำ นำมากล่าวโทษเขา เขาได้กระทำความยุติธรรมและ ความชอบธรรมเขาจะดำรงชีวิตแน่ <<แต่ชนชาติของเจ้ายังกล่าวว่า <วิธีการของพระเจ้าไม่ยุติธรรม> ในเมื่อวิธีการของเขาเองไม่ยุติธรรม เมื่อคนชอบธรรมหันกลับจากความ ชอบธรรมของเขาและกระทำความชั่ว เขาจะต้องตายเพราะความชั่วนั้น และเมื่อคนอธรรมหันกลับจากความอธรรมของเขา และกระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาจะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยเหตุนั้น เจ้ายังกล่าวว่า <วิธีการของพระเจ้าไม่ยุติธรรม> โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราจะพิพากษาเจ้าตามการประพฤติของเจ้า แต่ละคน>> และอยู่มา เมื่อวันที่ห้า เดือนที่สิบ ในปีที่สิบสอง ซึ่งเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย ชายคนหนึ่งหนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้ากล่าวว่า <<เมืองนั้นแตกเสียแล้ว>> ในเวลาเย็นก่อนที่ผู้ลี้ภัยมา พระหัตถ์ของพระเจ้าได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ทรงอ้าปากของข้าพเจ้าทันเวลา ที่ชายคนนั้นมาถึงในตอนเช้า ดังนั้นปากของข้าพเจ้าจึงอ้าออก ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เป็นใบ้ต่อไป

เอเสเคียล 33:1-22 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกล่าวแก่พี่น้องร่วมชาติของเจ้าว่า ‘เมื่อเรานำดาบมาสู้กับดินแดนหนึ่ง และชาวดินแดนนั้นได้เลือกชายคนหนึ่งขึ้นมาเป็นยามรักษาการณ์ เมื่อเขาเห็นข้าศึกมาก็เป่าแตรเพื่อเตือนประชาชน หากผู้หนึ่งผู้ใดได้ยินเสียงแตร แต่ไม่ใส่ใจฟังคำเตือนและข้าศึกปลิดชีวิตเขา ที่เขาตายก็เป็นความผิดของเขาเอง เนื่องจากเขาได้ยินเสียงแตร แต่ไม่ใส่ใจฟังคำเตือน ที่เขาตายเป็นความผิดของเขาเอง หากเขาเชื่อคำเตือนก็คงจะรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้ แต่หากยามรักษาการณ์เห็นศัตรูมา แล้วไม่ได้เป่าแตรเตือนประชาชน และศัตรูมาปลิดชีวิตคนหนึ่งคนใดไป คนนั้นจะถูกคร่าชีวิตไปเพราะบาปของตน แต่เราจะให้ยามนั้นรับผิดชอบความตายของคนนั้น’ “เช่นนี้แหละบุตรมนุษย์เอ๋ย เราตั้งเจ้าให้เป็นยามรักษาการณ์สำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล ฉะนั้นจงฟังถ้อยคำของเราและแจ้งคำเตือนของเราแก่พวกเขา เมื่อเรากล่าวแก่คนชั่วร้ายว่า ‘คนชั่วเอ๋ย เจ้าจะตายแน่’ แล้วเจ้าไม่ได้พูดตักเตือนเขาให้หันจากวิถีความประพฤติ คนชั่วนั้นจะตายเนื่องจากบาปของตน และเราจะให้เจ้ารับผิดชอบความตายของคนนั้น แต่หากเจ้าเตือนคนชั่วนั้นให้หันจากวิถีทางของตน แล้วเขาไม่ยอมทำตาม เขาจะตายเพราะบาปของตน ส่วนเจ้าจะรักษาชีวิตของตนไว้ได้ “บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า ‘พวกเจ้ากล่าวว่า “การล่วงละเมิดและบาปของเราก็หนักอึ้งทับถมเรา เรากำลังย่อยยับไปเพราะบาปนั้น เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?” ’ จงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศว่าเรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราไม่อยากให้คนชั่วต้องตายฉันนั้น แต่อยากให้เขาหันกลับจากทางชั่วและมีชีวิตอยู่ จงหันเสียจากทางชั่วเถิด! จะตายทำไมเล่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย?’ “ฉะนั้นบุตรมนุษย์เอ๋ย จงกล่าวกับพี่น้องร่วมชาติของเจ้าว่า ‘ความชอบธรรมของคนชอบธรรม จะไม่ช่วยเขาหากเขาไม่เชื่อฟัง และความชั่วของคนชั่วจะไม่ทำให้เขาล้มลงหากเขาหันจากความชั่วนั้น หากคนชอบธรรมทำบาป จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยความชอบธรรมแต่เดิม’ หากเราบอกคนชอบธรรมว่า เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน แต่แล้วเขาก็วางใจในความชอบธรรมของตนและทำชั่ว การประพฤติชอบธรรมใดๆ ของเขาจะไม่อยู่ในความทรงจำอีก เขาจะตายเพราะความชั่วที่เขาได้ทำ และหากเราบอกคนชั่วว่า ‘เจ้าจะตายแน่’ แต่ถ้าเขาได้หันจากความชั่ว ทำสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรม หากเขาคืนของที่ยึดมาค้ำประกัน หรือสิ่งที่ตนขโมยมา ทำตามกฎหมายต่างๆ ซึ่งทำให้มีชีวิตอยู่และไม่ทำชั่ว เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน เขาจะไม่ตาย เราจะไม่จดจำบาปใดๆ ที่เขาทำไปแล้วมาปรับโทษเขาอีกเลย เขาได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน “ถึงกระนั้นพี่น้องร่วมชาติของเจ้าก็ยังกล่าวว่า ‘วิถีทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม’ วิถีทางของพวกเขาต่างหากที่ไม่ยุติธรรม หากคนชอบธรรมหันจากความชอบธรรมไปทำชั่ว เขาจะตายเพราะความชั่ว และหากคนชั่วหันจากความชั่วไปทำสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่เนื่องด้วยเหตุนั้น ถึงกระนั้นพงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าก็กล่าวว่า ‘วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม’ แต่เราจะพิพากษาเจ้าแต่ละคนตามแนวการประพฤติของเจ้า” ในวันที่ห้าเดือนที่สิบปีที่สิบสองของการตกเป็นเชลย ชายคนหนึ่งซึ่งหนีมาจากเยรูซาเล็มมาบอกข้าพเจ้าว่า “กรุงนั้นแตกแล้ว!” เย็นวันก่อนที่ชายคนนั้นจะมาถึง พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือข้าพเจ้าและทรงรักษาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงหายเป็นใบ้และพูดได้อีก

เอเสเคียล 33:1-22 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​ผม​ว่า “เจ้า​ลูกมนุษย์ ให้​พูด​กับ​คน​ของเจ้า​และ​บอก​พวกเขา​ว่า ‘เมื่อ​เรา​นำ​กองทัพ​ศัตรู​มา​ต่อสู้​กับ​แผ่นดิน​หนึ่ง​และ​ประชาชน​ของ​แผ่นดิน​นั้น​ได้​เลือก​คนหนึ่ง​ใน​พวกเขา​ให้​เป็น​ยาม​เฝ้า​ดู​เมือง และ​ถ้า​ยาม​คนนั้น​มอง​เห็น​กองทัพ​ศัตรู​บุก​เข้า​มา​โจมตี​แผ่นดิน​นั้น เขา​จะ​เป่า​แตร​เตือน​ประชาชน แล้ว​ถ้า​มี​ใคร​ได้ยิน​เสียง​แตร​นั้น แต่​เมินเฉย​ต่อ​เสียง​เตือน​นั้น กองทัพ​ศัตรู​นั้น​ก็​จะ​มา​คร่า​เอา​ชีวิต​เขา​ไป เขา​แส่​หา​ที่​ตาย​เอง เขา​แส่​หา​ที่​ตาย​เอง เพราะ​เขา​ได้ยิน​เสียง​แตร แต่​ทำ​เป็น​เมินเฉย​ไม่​สนใจ​ต่อ​เสียง​เตือน​นั้น แต่​ถ้าหาก​เขา​ฟัง​เสียง​เตือน เขา​ก็​จะ​รักษา​ชีวิต​ของเขา​ไว้​ได้ แต่​ถ้า​ยาม​เห็น​กองทัพ​ศัตรู​กำลัง​บุก​มา แต่​ไม่​ยอม​เป่า​แตร​เตือน​ประชาชน แล้ว​กองทัพ​ศัตรู​บุก​มา​ถึง​และ​ได้​คร่า​เอา​ชีวิต​คนหนึ่ง​คนใด​ไป คน​เหล่านั้น​ต้อง​ตาย​ไป​เพราะ​บาป​ของ​พวกเขา แต่​เรา​จะ​ให้​ยาม​คนนั้น​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​เลือด​ของ​พวกเขา​ด้วย’” “เจ้า​ลูก​มนุษย์ เรา​ได้​ให้​เจ้า​เป็น​ยาม​เฝ้า​ดู​ครอบครัว​อิสราเอล ดังนั้น เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​เจ้า​ได้ยิน​คำเตือน​จาก​เรา เจ้า​จะ​ต้อง​ไป​เตือน​พวกเขา ถ้า​เรา​พูด​กับ​คนชั่ว​ว่า ‘ไอ้​ชาติ​ชั่ว เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่’ แล้ว​เจ้า​กลับ​ไม่เอา​สิ่งนี้​ไป​เตือน​เขา เพื่อ​หัน​เขา​ไป​จาก​ทาง​ชั่ว​ของเขา คนชั่ว​นั้น​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​บาป​ของเขา แต่​เรา​จะ​ให้​เจ้า​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​เลือด​ของเขา​ด้วย แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คนชั่ว​นั้น​ให้​หัน​ไป​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​อยู่ แต่​เขา​ไม่ยอม​ฟัง​เจ้า เขา​จะ​ตาย​เพราะ​บาป​ของ​เขาเอง แต่​เจ้า​จะ​ได้​รักษา​ชีวิต​ของเจ้า​ไว้” “เจ้า​ลูก​มนุษย์ ให้​พูด​กับ​ครอบครัว​อิสราเอล​ว่า ‘พวกเจ้า​กำลัง​พูด​กัน​ว่า “การ​กบฏ​และ​บาป​ของ​พวก​เรา​นั้น​หนัก​อึ้ง​เหลือ​เกิน พวก​เรา​กำลัง​ซูบ​ผอม​ลง​เพราะ​บาป​เหล่า​นั้น พวก​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป​ได้​ยังไง”’ พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า ‘ให้​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า เรา​ไม่ได้​ชื่นชม​กับ​ความตาย​ของ​คนชั่ว​หรอก แต่​เรา​อยาก​จะ​ให้​พวกเขา​หัน​ไป​จาก​ความชั่ว​ที่​พวกเขา​ทำ และ​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป​มาก​กว่า กลับใจ​เสีย ให้​หัน​ไป​จาก​ทางชั่ว​ทั้งหลาย​ของเจ้า ชาว​อิสราเอล​เอ๋ย พวกเจ้า​จะ​ไป​ตาย​กัน​ทำไม​เล่า”’ ดังนั้น เจ้า​ลูก​มนุษย์ ให้​พูด​กับ​คน​ของเจ้า​ว่า ‘ความดี​ของ​คนดี ไม่​อาจ​ช่วย​รักษา​ชีวิต​ของเขา​ไว้​ได้ ถ้า​เขา​หัน​ไป​ทำ​บาป ส่วน​ความชั่ว​ของ​คนชั่ว ก็​จะ​ไม่​เป็น​เหตุ​ให้​เขา​ล่มสลาย ถ้า​เขา​หัน​ไป​จาก​ความชั่ว​ของเขา ถ้า​คนดี​ทำ​บาป เขา​จะ​ไม่​สามารถ​รักษา​ชีวิต​ของเขา​ไว้​ได้ โดย​พึ่ง​ความดี​ที่​พวกเขา​เคย​ทำ​มา’ ถ้า​เรา​บอก​กับ​คนดี​ว่า เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่นอน แต่​เขา​พึ่ง​ใน​ความดี​ของเขา​และ​ไป​ทำ​ชั่ว เรา​จะ​ไม่​จดจำ​สิ่งดีๆ​ที่​เขา​เคยทำ เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความชั่ว​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป และ​ถ้า​เรา​พูด​กับ​พวก​คนชั่ว​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่นอน’ แต่​แล้ว​เขา​ก็​หัน​จาก​บาป​และ​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ยุติธรรม​และ​ถูกต้อง เช่น เขา​คืน​ของ​ค้ำ​ประกัน​เงินกู้ คืน​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ขโมย​มา และ​เดิน​ตาม​ทาง​ทั้งหลาย​ที่​ให้​ชีวิต และ​ไม่​ทำชั่ว เขา​คนนั้น​จะ​มี​ชีวิต​แน่ เขา​จะ​ไม่ตาย เรา​จะ​ไม่​จดจำ​บาป​ที่​เขา​เคยทำ และ​เอา​มัน​มา​ฟ้อง​เขา เขา​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ยุติธรรม​และ​ถูกต้อง เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่นอน แต่​คน​ของเจ้า​พูด​ว่า ‘วิธีการ​ของ​พระยาห์เวห์​ไม่​ยุติธรรม’ แต่​เป็น​วิธีการ​ของ​พวกเขา​ต่างหาก​ที่​ไม่​ยุติธรรม ถ้า​คนดี​หัน​ไป​จาก​ความดี​ของเขา และ​ไป​ทำชั่ว เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความชั่ว​นั้น ถ้า​คนชั่ว​หัน​ไป​จาก​ความชั่ว​ของเขา และ​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ยุติธรรม​และ​ถูกต้อง เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป เพราะ​เขา​ทำ​อย่างนั้น ครอบครัว​อิสราเอล พวกเจ้า​ยัง​พูด​ว่า ‘วิธีการ​ของ​พระยาห์เวห์​ไม่​ยุติธรรม’ แต่​เรา​จะ​ตัดสิน​พวกเจ้า​แต่ละคน​ตาม​การ​กระทำ​ของตน” ใน​วัน​ที่​ห้า เดือน​สิบ ของ​ปี​ที่​สิบสอง​ของ​การ​เนรเทศ มี​ชาย​คนหนึ่ง​ที่​รอด​จาก​การ​ล่มสลาย​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม ได้​มา​พบ​ผม​และ​พูด​ว่า “เมือง​แตก​แล้ว” คืน​ก่อน​ที่​ชาย​คนนี้​จะ​มาหา มือ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​อยู่​กับ​ผม​แล้ว แต่​พระองค์​ได้​เปิด​ปาก​ของผม ก่อน​ที่​ชาย​คนนั้น​จะ​มาหา​ผม​ใน​ตอนเช้า ปาก​ของผม​จึง​เปิด​ออก​และ​ผม​ก็​ไม่​เป็น​ใบ้​อีก​ต่อไป

เอเสเคียล 33:1-22 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย จง​บอก​ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า​ดังนี้ ‘ถ้า​เรา​จะ​ให้​มี​การ​ฆ่า​ฟัน​เกิด​ขึ้น​ใน​แผ่นดิน และ​ประชาชน​ของ​แผ่นดิน​เลือก​คน​ใด​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​เอง​ให้​เป็น​ผู้​เฝ้า​ยาม และ​ถ้า​เขา​เห็น​ว่า จะ​มี​การ​ฆ่า​ฟัน​ใน​แผ่นดิน​และ​เป่า​แตร​งอน​เพื่อ​เตือน​ประชาชน ถ้า​ผู้​ที่​ได้ยิน​เสียง​แตร​งอน แต่​ไม่​รับ​การ​เตือน และ​เกิด​การ​ฆ่า​ฟัน​จน​เขา​สิ้น​ชีวิต ก็​เป็น​การ​เลือก​ของ​เขา​เอง ใน​เมื่อ​เขา​ได้ยิน​เสียง​แตร​งอน​แล้ว แต่​ยัง​ไม่​รับ​การ​เตือน ก็​เป็น​การ​เลือก​ของ​เขา​เอง ถ้า​หาก​ว่า​เขา​รับ​การ​เตือน เขา​ก็​จะ​รักษา​ชีวิต​ของ​เขา​ไว้​ได้ แต่​ถ้า​ผู้​เฝ้า​ยาม​เห็น​ว่า​การ​ฆ่า​ฟัน​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น แต่​ไม่​เป่า​แตร​งอน​เพื่อ​เตือน​ประชาชน และ​มี​การ​ฆ่า​ฟัน​จน​ทำ​ให้​คน​ใด​ใน​พวก​เขา​เสีย​ชีวิต ชาย​คน​นั้น​จะ​ถูก​พราก​ไป​เพราะ​บาป​ของ​เขา แต่​เรา​จะ​ให้​ชีวิต​ของ​เขา​ตก​อยู่​ใน​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ของ​ผู้​เฝ้า​ยาม’ บุตร​มนุษย์​เอ๋ย เรา​ได้​ให้​เจ้า​เป็น​ผู้​เฝ้า​ยาม​ของ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล เมื่อ​ใด​ก็​ตาม​ที่​เจ้า​ได้ยิน​คำ​พูด​จาก​ปาก​ของ​เรา เจ้า​จะ​ต้อง​ตักเตือน​พวก​เขา​ให้​เรา ถ้า​เรา​พูด​กับ​คน​ชั่ว​ร้าย​ว่า โอ คน​ชั่ว​ร้าย​เอ๋ย เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่​นอน และ​ถ้า​เจ้า​ไม่​พูด​ตักเตือน​คน​ชั่ว​ร้าย​ให้​ละ​จาก​วิถี​ทาง​ของ​เขา คน​ชั่ว​คน​นั้น​ก็​จะ​ตาย​เนื่อง​จาก​บาป​ของ​เขา แต่​เรา​จะ​ให้​ชีวิต​ของ​เขา​อยู่​ใน​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ของ​เจ้า แต่​ถ้า​เจ้า​เตือน​คน​ชั่ว​ร้าย​ให้​หัน​ไป​จาก​วิถี​ทาง​ของ​เขา และ​เขา​จะ​ไม่​ทำ​ตาม​นั้น เขา​จะ​ตาย​เนื่อง​จาก​บาป​ของ​เขา แต่​เจ้า​จะ​รักษา​จิต​วิญญาณ​ของ​เจ้า​ไว้​ได้ และ​บุตร​มนุษย์​เอ๋ย เจ้า​จง​บอก​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล เจ้า​ได้​พูด​แล้ว​ว่า ‘การ​ล่วง​ละเมิด​และ​บาป​ของ​เรา​ตก​อยู่​กับ​พวก​เรา​อย่าง​แน่​นอน และ​เรา​ทรุดโทรม​ลง​ก็​เพราะ​บาป พวก​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​อย่างไร’” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ประกาศ​ว่า “เจ้า​จง​บอก​พวก​เขา​ดังนี้ ‘ตราบ​ที่​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ฉัน​ใด เรา​ไม่​ชื่น​ชอบ​ใน​ความ​ตาย​ของ​คน​ชั่ว​ร้าย แต่​ต้อง​การ​ให้​พวก​เขา​หัน​ไป​จาก​วิถี​ทาง​ของ​เขา​และ​มี​ชีวิต​อยู่ จง​หัน​ไป หัน​ไป​จาก​วิถี​ทาง​อัน​ชั่ว โอ พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​เอ๋ย แล้ว​ทำไม​เจ้า​จึง​จะ​ตาย’ และ​ตัว​เจ้า​เอง บุตร​มนุษย์​เอ๋ย จง​บอก​ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า​ว่า ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ผู้​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​จะ​ไม่​ช่วย​เขา​ให้​รอด​ปลอดภัย​เมื่อ​เขา​ล่วง​ละเมิด ส่วน​ความ​ชั่ว​ร้าย​ของ​ผู้​ชั่ว​ร้าย​จะ​ไม่​เป็น​เหตุ​ให้​เขา​ล้ม​ลง​เมื่อ​เขา​หัน​ไป​จาก​ความ​ชั่ว​ของ​เขา และ​ผู้​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​จะ​ไม่​อาจ​มี​ชีวิต​ได้​ด้วย​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา​เมื่อ​เขา​ทำ​บาป ถึง​แม้​ว่า เรา​พูด​กับ​ผู้​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​ว่า เขา​จะ​มี​ชีวิต​อย่าง​แน่​นอน แต่​ถ้า​เขา​วาง​ใจ​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ไม่​ยุติธรรม การ​กระทำ​อัน​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา​ที่​เคย​ทำ​จะ​ไม่​เป็น​ที่​ระลึก​ถึง แต่​เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ความ​ไม่​ยุติธรรม​ที่​เขา​กระทำ และ​แม้​ว่า​เรา​พูด​กับ​คน​ชั่ว​ร้าย​ว่า ‘เจ้า​จะ​ตาย​อย่าง​แน่​นอน’ แต่​ถ้า​เขา​หัน​ไป​จาก​บาป​ของ​เขา และ​ปฏิบัติ​ด้วย​ความ​ยุติธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม ถ้า​เขา​คืน​ของ​ประกัน​ที่​เขา​ยึด​ไป​เมื่อ​มี​การ​ให้​ยืม และ​คืน​สิ่ง​ที่​เขา​ขโมย​ไป ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต และ​ไม่​กระทำ​ความ​ชั่ว เขา​จะ​มี​ชีวิต​อย่าง​แน่​นอน เขา​จะ​ไม่​ตาย ไม่​มี​บาป​ใด​ที่​เขา​กระทำ​แล้ว​จะ​เป็น​ที่​ระลึก​ถึง​และ​ฟ้อง​เขา เขา​ได้​ปฏิบัติ​ด้วย​ความ​ยุติธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม เขา​จะ​มี​ชีวิต​อย่าง​แน่​นอน ถึง​กระนั้น ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า​ยัง​พูด​ว่า ‘วิถี​ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม’ เมื่อ​วิถี​ทาง​ของ​พวก​เขา​เอง​ไม่​ยุติธรรม เมื่อ​ผู้​มี​ความ​ชอบ​ธรรม​หัน​ไป​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา และ​ปฏิบัติ​ด้วย​ความ​ไม่​ยุติธรรม เขา​ก็​จะ​ตาย​เพราะ​เหตุ​นั้น และ​เมื่อ​คน​ชั่ว​ร้าย​หัน​ไป​จาก​ความ​ชั่ว​ของ​เขา และ​ปฏิบัติ​ด้วย​ความ​ยุติธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม เขา​ก็​จะ​เป็น​ไป​ตาม​นั้น ถึง​กระนั้น เจ้า​ยัง​พูด​ว่า ‘วิถี​ทาง​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม’ โอ พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​เอ๋ย เรา​จะ​ตัดสิน​พวก​เจ้า​แต่​ละ​คน​ตาม​วิถี​ทาง​ของ​ตน” ใน​วัน​ที่​ห้า​ของ​เดือน​สิบ ปี​ที่​สิบ​สอง ผู้​ลี้​ภัย​คน​หนึ่ง​จาก​เยรูซาเล็ม​มา​หา​ข้าพเจ้า และ​พูด​ว่า “เมือง​ล้ม​แล้ว” เย็น​วัน​หนึ่ง​ก่อน​ที่​ชาย​ผู้​นั้น​จะ​มา​ถึง มือ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก็​สถิต​กับ​ข้าพเจ้า พระ​องค์​เปิด​ปาก​ข้าพเจ้า​ก่อน​ที่​ชาย​ผู้​นั้น​จะ​มา​หา​ข้าพเจ้า​ใน​ตอน​เช้า ดังนั้น​ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​เปิด และ​ข้าพเจ้า​ไม่​นิ่ง​เงียบ​อีก

เอเสเคียล 33:1-22 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระวจนะของพระเยโฮวาห์​มาย​ังข้าพเจ้าอี​กว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย จงพู​ดก​ับชนชาติของเจ้าและกล่าวแก่เขาว่า ถ้าเรานำดาบมาเหนือแผ่นดิน และถ้าประชาชนในแผ่นดินนั้นตั้งชายคนหนึ่งจากพวกเขาให้เป็นยาม และถ้าเขาเห็นดาบมาเหนือแผ่นดินจึงเป่าแตรและตักเตือนประชาชน เมื่อคนหนึ่งคนใดได้ยินเสียงแตรแต่​ไม่​นำพาต่อเสียงตักเตือน และดาบนั้​นก​็มาพาเอาคนนั้นไปเสีย ให้​โลหิตของคนนั้นตกบนศีรษะของคนนั้นเอง คือเขาได้ยินเสียงแตร แต่​ไม่​นำพาต่อเสียงตักเตือน ให้​โลหิตของคนนั้นตกอยู่บนคนนั้นเอง ถ้าเขาได้นำพาต่อเสียงตักเตือนแล้วเขาจะได้ช่วยชีวิตของตนเองให้​รอดพ้น แต่​ถ้าคนยามเห็นดาบมาแล้วและไม่​เป่าแตร ประชาชนจึงไม่​ได้​รับเสียงตักเตือน และดาบก็มาพาคนหนึ่งคนใดไปเสีย คนนั้นถูกนำไปด้วยเรื่องความชั่วช้าของเขา แต่​เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของยาม ฉะนี้​แหละ เจ้า โอ บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เราได้กระทำเจ้าให้เป็นคนยามสำหรับวงศ์วานอิสราเอล เจ้​าได้ยินถ้อยคำจากปากของเราเมื่อไร เจ้​าจงให้คำตักเตือนของเราแก่​ประชาชน ถ้าเรากล่าวแก่คนชั่​วว​่า โอ คนชั่วเอ๋ย เจ้​าจะต้องตายแน่ แต่​เจ้​าก็​มิได้​กล​่าวคำตักเตือนให้คนชั่วกลับจากทางของเขา คนชั่​วน​ั้นจะต้องตายเพราะความชั่วช้าของเขา แต่​เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของเจ้า แต่​ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนชั่วให้หันกลับจากทางของเขาแล้ว แต่​เขาไม่หันกลับจากทางของเขา เขาจะตายเพราะความชั่วช้าของเขา แต่​เจ้​าได้ช่วยชีวิตของเจ้าเองให้รอดพ้นแล้ว เจ้า โอ บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เจ้​าจงกล่าวแก่​วงศ์​วานอิสราเอล พวกเจ้าเคยกล่าวดังนี้​ว่า ‘การละเมิดและความบาปทั้งหลายของเราอยู่เหนือเรา เราก็ค่อยๆวอดวายไปเพราะสิ่งเหล่านี้ เราจะดำรงชีวิตอยู่​ได้​อย่างไร​’ จงกล่าวตอบเขาว่า องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สว​่า เรามี​ชี​วิตอยู่​แน่​ฉันใด เราไม่พอใจในความตายของคนชั่ว แต่​พอใจในการที่คนชั่วหันจากทางของเขาและมี​ชี​วิตอยู่ จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า โอ วงศ์​วานอิสราเอลเอ๋ย ยอมตายทำไม เจ้า บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย เจ้​าจงกล่าวแก่​ชนชาติ​ของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรมจะไม่ช่วยเขาให้พ้นในวั​นที​่เขาละเมิด ส่วนความชั่วของคนชั่​วน​ั้นจะไม่กระทำให้เขาล้มลงในวั​นที​่เขาหันกลับจากความชั่วของเขา และคนชอบธรรมจะไม่ดำรงชีวิตอยู่​ได้​ด้วยความชอบธรรมในวั​นที​่เขากระทำบาป แม้​เราจะได้​กล​่าวแก่คนชอบธรรมว่า เขาจะมี​ชี​วิตอยู่​แน่ ถ้าเขายังวางใจในความชอบธรรมของเขา และกระทำความชั่วช้า การกระทำทั้งหลายที่ชอบธรรมของเขาย่อมไม่​อยู่​ในความทรงจำอีกเลย แต่​เขาจะต้องตายเพราะความชั่วช้าซึ่งเขาได้กระทำไว้ อี​กประการหนึ่ง แม้​เราจะได้​กล​่าวแก่คนชั่​วว​่า ‘​เจ้​าจะต้องตายแน่’ ถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา มากระทำความยุ​ติ​ธรรมและความชอบธรรม ถ้าคนชั่วได้คืนของประกัน ขโมยอะไรของเขามาก็คืนเสีย และดำเนินตามกฎเกณฑ์​แห่​งชีวิต ไม่​กระทำความชั่วช้าเลย เขาจะดำรงชีวิตอยู่​แน่ เขาไม่ต้องตาย บาปซึ่งเขาได้กระทำมาแล้ว จะไม่จดจำนำมากล่าวโทษเขา เขาได้กระทำความยุ​ติ​ธรรมและความชอบธรรม เขาจะดำรงชีวิตแน่ แต่​ชนชาติ​ของเจ้ายังกล่าวว่า ‘​วิธี​การขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่​ยุติธรรม​’ ในเมื่อวิธีการของเขาเองไม่​ยุติธรรม เมื่อคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขาและกระทำความชั่วช้า เขาจะต้องตายเพราะความชั่วช้านั้น แต่​ถ้าคนชั่วหันกลับจากความชั่วของเขาและกระทำความยุ​ติ​ธรรมและความชอบธรรม เขาจะดำรงชีวิตอยู่​ได้​โดยเหตุ​นั้น เจ้​ายังกล่าวว่า ‘​วิธี​การขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่​ยุติธรรม​’ โอ วงศ์​วานอิสราเอลเอ๋ย เราจะพิพากษาเจ้าตามการประพฤติของเจ้าแต่ละคน” และอยู่​มา เมื่อวั​นที​่​ห้า เดือนที่​สิบ ในปี​ที่​สิบสอง ซึ่งเราได้​ถู​กกวาดไปเป็นเชลย ชายคนหนึ่งหนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้ากล่าวว่า “เมืองนั้นแตกเสียแล้ว” ในเวลาเย็​นก​่อนที่​ผู้​ลี้​ภัยมา พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์​ได้​มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ทรงเปิดปากของข้าพเจ้าทันเวลาที่ชายคนนั้นมาถึงในตอนเช้า ดังนั้นปากของข้าพเจ้าจึงเปิดออก ข้าพเจ้าก็​ไม่ได้​เป็นใบ้​ต่อไป