โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

เอเสเคียล 33:23-33 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

เอเสเคียล 33:23-33 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของแผ่นดินอิสราเอลกล่าวเรื่อยๆ ว่า ‘อับราฮัมเป็นเพียงคนคนเดียว แต่ยังถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้ เรามีจำนวนคนมาก แผ่นดินนั้นจึงย่อมจะต้องมอบให้เราเป็นกรรมสิทธิ์’ เพราะฉะนั้น จงกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เจ้ากินเนื้อพร้อมเลือด เจ้าเงยหน้าขึ้นไปยังรูปเคารพของเจ้าและทำให้โลหิตตก แล้วเจ้ายังจะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้อีกหรือ? พวกเจ้าพึ่งพาดาบของเจ้า เจ้าทำสิ่งน่าสะอิดสะเอียน และแต่ละคน ได้ทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านเป็นมลทิน แล้วเจ้ายังจะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้อีกหรือ? จงกล่าวเช่นนี้กับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่นอนอย่างไร พวกอยู่ในซากปรักหักพังจะต้องล้มลงด้วยดาบ และพวกอยู่ที่พื้นทุ่ง เราจะมอบให้สัตว์ป่ากัดกิน ส่วนพวกอยู่ในที่กำบังเข้มแข็งหรืออยู่ในถ้ำก็จะตายด้วยโรคระบาด และเราจะทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและถูกทิ้งร้าง และอานุภาพอันผยองของแผ่นดินนั้นจะสิ้นสุดลง ภูเขาของอิสราเอลจะรกร้างจนไม่มีคนเดินผ่าน แล้วพวกเขาจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ ในเมื่อเราได้ทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและถูกทิ้งร้าง เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดที่เขาทั้งหลายได้ทำนั้น’ “เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย ชนชาติของเจ้าที่พูดเรื่องเจ้าที่ข้างกำแพงและตามประตูบ้าน เขาพูดต่อกันและกัน แต่ละคนพูดกับพี่น้องของตนว่า ‘มาเถิด มาฟังพระวจนะซึ่งออกมาจากพระยาห์เวห์’ และพวกเขามาหาเจ้าอย่างที่คนทั้งหลายมา และเขามานั่งข้างหน้าเจ้าอย่างประชากรของเรา พวกเขาจะฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาไม่ยอมทำตาม เพราะว่าเขาแสดงความรักด้วยปากของเขา แต่จิตใจของเขามุ่งอยู่ที่ผลกำไรมิชอบของเขา และ ดูสิ เจ้าเป็นเหมือนคนร้องเพลงรักแก่พวกเขา มีเสียงไพเราะและเล่นดนตรีได้เก่ง เพราะว่าพวกเขาจะฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาจะไม่ทำตาม และเมื่อสิ่งนี้มาถึง (ดูสิ ก็มาแล้ว) เขาทั้งหลายจะรู้ว่ามีผู้เผยพระวจนะอยู่ในหมู่พวกเขา”

เอเสเคียล 33:23-33 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในที่ร้างเปล่าในแผ่นดิน อิสราเอลกล่าวเรื่อยๆ ว่า <อับราฮัมเป็นแต่ชายคนเดียวและยังถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้ แต่พวกเราหลายคนด้วยกัน คงต้องประทานแผ่นดินนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่เรา> เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้ารับประทานเนื้อพร้อมเลือด เจ้าเงยหน้าขึ้นนมัสการรูปเคารพของเจ้าและทำให้โลหิตตก แล้วเจ้ายังจะเอากรรมสิทธิ์ที่ดินนี้อีกหรือ เจ้าหมายพึ่งดาบ เจ้ากระทำความลามกและเจ้าทุกคนได้ กระทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านเป็นมลทิน แล้วเจ้ายังจะเอากรรมสิทธิ์ที่ดินนี้อีกหรือ จงกล่าวเช่นนี้แก่เขาว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด บรรดาคนที่อยู่ในที่ร้างเปล่าจะต้องล้มลงด้วยดาบ และคนที่อยู่ที่พื้นทุ่ง เราจะมอบให้เป็นอาหารแก่สัตว์ป่า และบรรดาคนเหล่านั้นที่อยู่ในที่กำบังเข้มแข็งและอยู่ ในถ้ำจะตายด้วยโรคระบาด และเราจะกระทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและทิ้งร้าง และอานุภาพอันผยองของแผ่นดินนั้นจะมาถึงที่สุด ภูเขาอิสราเอลจะร้างเปล่าจนไม่มีคนเดินผ่าน แล้วเขาจะทราบว่าเราคือพระเจ้า ในเมื่อเราได้กระทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและทิ้งร้าง เพราะเหตุความลามกทั้งสิ้นของเขาซึ่งเขาได้กระทำนั้น <<เจ้า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ชนชาติของเจ้าที่พูดเรื่องเจ้าข้าง กำแพงเมืองและตามประตูบ้าน พูดต่อกันและกันกับพี่น้องของตนว่า <มาเถิด มาฟังเสียงพระวจนะซึ่งออกมาจากพระเจ้า> และเข้ามาหาเจ้าอย่างที่ชาวตลาดมา และเขามานั่งข้างหน้าเจ้าอย่างประชากรของเรา เขาฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาไม่ยอมกระทำตาม เพราะว่าเขาแสดงความรักมากด้วยปากของเขา แต่จิตใจของเขามุ่งอยู่ที่ผลกำไรของเขา และ นี่แน่ะ เจ้าเป็นเหมือนคนร้องเพลงรักแก่เขา มีเสียงไพเราะและเล่นดนตรีเก่ง เพราะเขาฟังสิ่งที่เจ้าพูดแต่เขาไม่ยอมกระทำตาม และเมื่อการเช่นนี้เป็นมา (ดูเถิด ก็มาแล้ว) เขาทั้งหลายจะทราบว่ามีผู้เผยพระวจนะอยู่ในหมู่พวกเขา>>

เอเสเคียล 33:23-33 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

แล้วพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย ประชาชนที่อาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของดินแดนอิสราเอลกล่าวว่า ‘อับราฮัมตัวคนเดียวแต่ก็ยังได้ครอบครองดินแดน ส่วนเรามีหลายคนด้วยกันย่อมได้รับดินแดนนี้เป็นกรรมสิทธิ์อย่างแน่นอน’ ฉะนั้นจงกล่าวกับพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เนื่องจากเจ้ากินเนื้อซึ่งยังมีเลือดค้างอยู่ และหมายพึ่งบรรดารูปเคารพของเจ้า และทำให้โลหิตตก เช่นนี้แล้วควรหรือที่เจ้าจะได้ครอบครองดินแดน? เจ้าพึ่งดาบ เจ้าทำสิ่งที่น่าชิงชัง และย่ำยีภรรยาของเพื่อนบ้าน เช่นนี้แล้วควรหรือที่เจ้าจะได้ครอบครองดินแดน?’ “จงกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด บรรดาคนที่หลงเหลืออยู่ตามซากปรักหักพังจะตายด้วยดาบฉันนั้น ส่วนคนที่อยู่ตามท้องทุ่ง เราจะมอบให้สัตว์ป่าเขมือบกิน และบรรดาคนที่อยู่ตามที่กำบังและถ้ำจะตายด้วยโรคระบาด เราจะทำให้ดินแดนนั้นร้างเปล่า พละกำลังที่น่าภาคภูมิใจของมันจะถึงจุดจบ และภูเขาต่างๆ ของอิสราเอลจะเริศร้างจนไม่มีใครเดินผ่าน แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์เมื่อเราทำให้ดินแดนนั้นเริศร้างว่าง เปล่า เนื่องด้วยสิ่งที่น่าชิงชังทั้งปวงที่พวกเขาได้ทำ’ “ส่วนเจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย พี่น้องร่วมชาติของเจ้าพูดคุยกันถึงเจ้าอยู่ข้างกำแพงและที่ประตูบ้าน เขาพูดกันว่า ‘มาเถิด มาฟังพระดำรัสซึ่งมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า’ ประชากรของเรามาหาเจ้าอย่างที่พวกเขามักจะทำ มานั่งอยู่ตรงหน้าเพื่อฟังคำพูดของเจ้า แต่ไม่เคยนำไปปฏิบัติ เขาแสดงความจงรักภักดีด้วยริมฝีปาก แต่จิตใจโลภหวังผลกำไรอธรรม แท้จริง สำหรับเขา เจ้าก็เป็นแค่คนที่ร้องเพลงรักด้วยเสียงไพเราะและเล่นดนตรีเก่งเท่านั้น เพราะเขาฟังคำพูดของเจ้า แต่ไม่ยอมนำไปปฏิบัติ “เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นจริง ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นแน่นอน เมื่อนั้นพวกเขาจะรู้ว่ามีผู้เผยพระวจนะในหมู่พวกเขา”

เอเสเคียล 33:23-33 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

แล้ว​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​ผม​ว่า “เจ้า​ลูก​มนุษย์ พวก​ที่​รอดชีวิต​ที่​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ซาก​ปรัก​หักพัง​ใน​แผ่นดิน​อิสราเอล​กำลัง​พูด​ว่า ‘ขนาด​อับราฮัม​คนเดียว ก็​ยัง​เป็น​เจ้าของ​แผ่นดิน​ได้ แล้ว​นี่ พวกเรา​มี​ตั้ง​มากมาย แผ่นดิน​จะ​ต้อง​ตก​เป็น​ของ​พวกเรา​อย่าง​แน่นอน’ ดังนั้น​ให้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด พวกเจ้า​ยัง​คิด​จะ​เป็น​เจ้าของ​แผ่นดิน​อย่างนั้น​หรือ ใน​เมื่อ​เจ้า​กิน​เนื้อสัตว์​ที่​ยัง​มี​เลือด​ติดอยู่​และ​มอง​หา​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พวก​รูปเคารพ​และ​ยัง​ฆ่า​คน​บริสุทธิ์​อีกด้วย พวกเจ้า​หากิน​ด้วย​ดาบ ทำ​สิ่ง​ที่​น่ารังเกียจ​ทั้งหลาย แต่ละคน​ก็​เป็นชู้​กับ​เมีย​ของ​เพื่อน​บ้าน อย่าง​นี้​แล้ว เจ้า​ยัง​คิด​จะ​เป็น​เจ้าของ​แผ่นดิน​อีกหรือ’ ให้​พูด​สิ่งนี้​กับ​พวกเขา ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า พวก​ที่​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ซาก​ปรัก​หักพัง​จะ​ล้มลง​ด้วย​ดาบ เรา​จะ​ส่ง​พวก​สัตว์ป่า​ไป​ขย้ำ​พวก​ที่​หนี​ออก​ไป​อยู่​ตาม​ชาน​เมือง พวก​ที่​ไป​อยู่​ตาม​ที่ซ่อน​และ​ตาม​ถ้ำ​จะ​ตาย​ด้วย​โรคระบาด เรา​จะ​ทำ​ให้​แผ่นดิน​นี้​ถูก​ทิ้งร้าง และ​ความ​แข็ง​แกร่ง​ที่​เมืองนี้​หยิ่งผยอง​นักหนา​จะ​สิ้นสุด​ลง พวก​ภูเขา​ของ​อิสราเอล​จะ​รกร้าง​จน​ไม่มี​ใคร​เดินทาง​ข้าม​พวกมัน เมื่อ​เรา​ทิ้ง​แผ่นดิน​นี้​ให้​รกร้าง​เพราะ​สิ่ง​น่ารังเกียจ​ทั้งหลาย​ที่​พวกเขา​ได้​ทำนั้น แล้ว​พวกเขา​จะได้​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์เวห์’ ส่วน​เจ้า เจ้า​ลูก​มนุษย์ คน​ของเจ้า​กำลัง​พูด​ถึง​เจ้า​ตาม​กำแพง​และ​ประตู​บ้าน​ว่า ‘ไป ไป​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระยาห์เวห์​กัน​เถอะ’ ประชาชน​ของเรา​มา​พบ​เจ้า​อย่าง​ที่​เคย​ทำ​มา และ​มา​นั่ง​อยู่​ต่อหน้า​เจ้า เพื่อ​ที่​จะ​ฟัง​คำพูด​ของเจ้า แต่​พวกเขา​ไม่​ทำ​ตาม คำพูด​กระตุ้น​ราคะ​อยู่​ที่​ริมฝีปาก​พวกเขา และ​ใจ​ของ​พวกเขา​ละโมบ​เอา​แต่​ได้ ใน​สายตา​พวกเขา เจ้า​ก็​เป็น​แค่​นักร้อง​ที่​ร้องเพลง​กระตุ้น​ราคะ ด้วย​เสียง​อัน​ไพเราะ และ​เล่น​ดนตรี​เก่ง​เท่านั้น​เอง พวกเขา​ฟัง​คำพูด​ของเจ้า​แต่​ไม่ได้​เอา​ไป​ทำ​ตาม เมื่อ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​เกิดขึ้น (ซึ่ง​มัน​จะ​เป็น​ไป​ตามนั้น​อย่าง​แน่นอน​อยู่แล้ว) พวกเขา​จะได้​รู้​ว่า​มี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​มา​อยู่​ท่ามกลาง​พวกเขา​จริง”

เอเสเคียล 33:23-33 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ดังนี้​ว่า “บุตร​มนุษย์​เอ๋ย บรรดา​ผู้​อยู่​อาศัย​ใน​ที่​ร้าง​เหล่า​นี้​ใน​แผ่นดิน​อิสราเอล​พูด​เสมอ​ว่า ‘อับราฮัม​เป็น​เพียง​ผู้​ชาย​คน​เดียว แต่​ท่าน​เป็น​เจ้า​ของ​แผ่นดิน แต่​พวก​เรา​มี​จำนวน​มาก​มาย แผ่นดิน​นี้​ถูก​มอบ​ให้​แก่​พวก​เรา​เพื่อ​เป็น​เจ้า​ของ​อย่าง​แน่​นอน’” ฉะนั้น จง​บอก​พวก​เขา​ว่า พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​กล่าว​ดังนี้​ว่า “พวก​เจ้า​กิน​เนื้อ​สัตว์​ที่​ยัง​มี​เลือด​คั่ง​ค้าง​อยู่ นมัสการ​รูป​เคารพ​และ​ให้​มี​การ​นอง​เลือด สมควร​หรือ​ที่​พวก​เจ้า​จะ​เป็น​เจ้า​ของ​แผ่นดิน พวก​เจ้า​วาง​ใจ​ใน​ดาบ​ของ​พวก​เจ้า และ​กระทำ​สิ่ง​อัน​น่า​รังเกียจ พวก​เจ้า​แต่​ละ​คน​ทำ​ให้​ภรรยา​ของ​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน​เป็น​มลทิน สมควร​หรือ​ที่​พวก​เจ้า​จะ​เป็น​เจ้า​ของ​แผ่นดิน” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​ว่า จง​บอก​พวก​เขา​ดังนี้ “ตราบ​ที่​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ฉัน​ใด บรรดา​ผู้​ที่​อยู่​ใน​ที่​ร้าง​จะ​ตาย​ด้วย​ดาบ และ​ใคร​ก็​ตาม​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​โล่ง เรา​จะ​ให้​สัตว์​ป่า​ขย้ำ​กิน และ​บรรดา​ผู้​อยู่​ใน​ที่​หลบ​ภัย​และ​ใน​ถ้ำ​ก็​จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ระบาด และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​แผ่นดิน​วิบัติ​และ​เป็น​ที่​รกร้าง และ​ความ​ยโส​ใน​พละ​กำลัง​จะ​จบ​สิ้น​ลง และ​เทือก​เขา​ของ​อิสราเอล​จะ​เป็น​ที่​รกร้าง​จน​ไม่​มี​ผู้​ใด​ผ่าน​ไป แล้ว​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า เรา​คือ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เมื่อ​เรา​ได้​ทำ​ให้​แผ่นดิน​วิบัติ​และ​เป็น​ที่​รกร้าง เพราะ​สิ่ง​อัน​น่า​รังเกียจ​ทั้ง​สิ้น​ที่​พวก​เขา​ทำ ส่วน​เจ้า​เอง บุตร​มนุษย์​เอ๋ย ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​เจ้า​ที่​พูด​กัน​ถึง​เรื่อง​ที่​เกี่ยว​กับ​เจ้า​ที่​ข้าง​กำแพง​และ​ที่​ประตู​บ้าน ต่าง​ก็​พูด​ต่อ​กัน​และ​กัน​ว่า ‘มา​เถิด มา​ฟัง​คำกล่าว​ที่​มา​จาก​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า’ และ​พวก​เขา​มา​หา​เจ้า​อย่าง​ฝูง​ชน พวก​เขา​นั่ง​ตรง​หน้า​เจ้า​อย่าง​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​เรา พวก​เขา​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​เจ้า​พูด​แต่​กลับ​ไม่​ปฏิบัติ​ตาม พวก​เขา​กระทำ​ตาม​ปาก​ที่​ตน​พูด​ซึ่ง​เต็ม​ด้วย​ตัณหา ใจ​ของ​พวก​เขา​มุ่งมั่น​ใน​สิน​บน ดู​เถิด พวก​เขา​เห็น​ว่า​เจ้า​เป็น​เพียง​คน​ร้อง​เพลง​ใน​แนว​ตัณหา มี​เสียง​ไพเราะ​และ​เล่น​ดนตรี​เก่ง ด้วย​ว่า​พวก​เขา​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​เจ้า​พูด​แต่​กลับ​ไม่​ปฏิบัติ​ตาม เมื่อ​สิ่ง​นี้​มา​ถึง และ​มัน​จะ​มา​ถึง​อย่าง​แน่​นอน พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​ผู้เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​หนึ่ง​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา”

เอเสเคียล 33:23-33 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระวจนะของพระเยโฮวาห์​มาย​ังข้าพเจ้าว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในที่ร้างเปล่าในแผ่นดิ​นอ​ิสราเอลกล่าวเรื่อยๆว่า ‘อับราฮัมเป็นแต่ชายคนเดียว และยังถือกรรมสิทธิ์​ที่​ดิ​นนี้ แต่​พวกเราหลายคนด้วยกัน คงต้องประทานแผ่นดินนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์​แก่​เรา​’ เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า เจ้​ารับประทานเนื้อพร้อมเลื​อด เจ้​าเงยหน้าขึ้นนมัสการรูปเคารพของเจ้าและทำให้โลหิตตก แล​้วเจ้ายังจะเอากรรมสิทธิ์​ที่​ดิ​นนี้​อี​กหรือ เจ้​ายืนอยู่ด้วยดาบของเจ้า เจ้​ากระทำการอันน่าสะอิดสะเอียน และเจ้าทุกคนได้กระทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านเป็นมลทิน แล​้วเจ้าจะเอากรรมสิทธิ์​ที่​ดิ​นนี้​หรือ จงกล่าวเช่นนี้​แก่​เขาว่า องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า เรามี​ชี​วิตอยู่​แน่​ฉันใด บรรดาคนที่​อยู่​ในที่ร้างเปล่าจะต้องล้มลงด้วยดาบ และคนที่​อยู่​ที่​พื้นทุ่ง เราจะมอบให้เป็นอาหารแก่​สัตว์ป่า และบรรดาคนเหล่านั้​นที​่​อยู่​ในที่กำบังเข้มแข็งและอยู่ในถ้ำจะตายด้วยโรคระบาด และเราจะกระทำให้​แผ่​นดินนั้นรกร้างที่​สุด และความหยิ่งผยองในอานุภาพของแผ่นดินนั้นจะสูญสิ้นไป ภู​เขาแห่​งอ​ิสราเอลจะรกร้างจนไม่​มี​คนเดินผ่าน แล​้วเขาจะทราบว่าเราคือพระเยโฮวาห์ เมื่อเราได้กระทำให้​แผ่​นดินนั้นรกร้างที่​สุด เพราะเหตุจากการอันน่าสะอิดสะเอียนทั้งสิ้นของเขาซึ่งเขาได้กระทำนั้น เจ้า บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย ชนชาติ​ของเจ้าที่​พู​ดเรื่องเจ้าข้างกำแพงเมืองและตามประตู​บ้าน พู​ดต่​อก​ันและกั​นก​ับพี่น้องของตนว่า ‘มาเถิด มาฟังเสียงพระวจนะซึ่งออกมาจากพระเยโฮวาห์’ และเข้ามาหาเจ้าอย่างที่ชาวตลาดมา และเขามานั่งข้างหน้าเจ้าอย่างประชาชนของเรา เขาฟังคำพูดของเจ้า แต่​เขาไม่ยอมกระทำตาม เพราะว่าเขาแสดงความรักมากด้วยปากของเขา แต่​จิ​ตใจของเขามุ่งอยู่ตามความโลภของเขา และ ดู​เถิด เจ้​าเป็นเหมือนคนร้องเพลงรักแก่​เขา มี​เสียงไพเราะและเล่นดนตรี​เก่ง เพราะเขาฟังคำพูดของเจ้า แต่​เขาไม่ยอมกระทำตาม และเมื่อการเช่นนี้​เป็นมา (​ดู​เถิด ก็​จะมา) เขาทั้งหลายจะทราบว่ามี​ผู้​พยากรณ์​อยู่​ในหมู่​พวกเขา​”