เอเสเคียล 4:2-17 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
เอเสเคียล 4:2-17 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
จงล้อมนครนั้นไว้และก่อกำแพงล้อมรอบนครนั้นด้วย และก่อเชิงเทินไว้สู้นครนั้น และตั้งค่ายรอบนครไว้ และตั้งเครื่องทะลวงกำแพงไว้รอบนคร จงเอาเหล็กแผ่นมา และทำให้มันเป็นเหมือนกำแพงเหล็กระหว่างเจ้ากับนครนั้น แล้วหันหน้าไปทางนครนั้น ให้นครนั้นถูกล้อมไว้ เจ้าจงล้อมนครนั้นไว้ นี่เป็นหมายสำคัญต่อพงศ์พันธุ์อิสราเอล “และจงนอนตะแคงข้างซ้าย แล้ววางความผิดบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอลไว้เหนือตัวเจ้า เจ้านอนอยู่กี่วัน เจ้าก็จะแบกความผิดบาปของนครนั้นเท่านั้นวัน และเราได้กำหนดจำนวนวันแก่เจ้าคือ 390 วันซึ่งเท่ากับจำนวนปีของความผิดบาปพวกเขา เป็นวันซึ่งเจ้าจะต้องแบกความผิดบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอล และเมื่อเจ้าทำเช่นนี้จนครบจำนวนวันแล้ว เจ้าจะต้องนอนลงเป็นครั้งที่สองโดยนอนตะแคงข้างขวาและแบกความผิดบาปของพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เรากำหนดแก่เจ้า 40 วัน 1 วันแทน 1 ปี และเจ้าต้องหันหน้าไปยังการล้อมกรุงเยรูซาเล็มไว้ และด้วยแขนเปลือยเปล่า เจ้าจงเผยพระวจนะต่อสู้นครนั้น และดูสิ เราจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้ เจ้าจะพลิกจากข้างนี้ไปข้างโน้นไม่ได้จนกว่าจะครบตามกำหนดวันในการล้อมของเจ้า “และเจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว ถั่วแดง ข้าวฟ่าง และข้าวสเปลต์ มาใส่ในภาชนะอันเดียวกันใช้ทำเป็นขนมปังสำหรับเจ้า เจ้าจงกินอาหารนี้ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนด 390 วัน และอาหารที่เจ้ากินจะต้องชั่ง คือวันละ 230 กรัม เจ้าจงกินตามเวลากำหนด และน้ำที่เจ้าดื่มก็ต้องตวงดื่ม คือประมาณครึ่งลิตร เจ้าจงดื่มน้ำตามเวลากำหนด และเจ้าจะต้องกินดังขนมปังข้าวบาร์เลย์ โดยปิ้งบนไฟที่ก่อจากอุจจาระมนุษย์ต่อหน้าเขาทั้งหลาย” แล้วพระยาห์เวห์ตรัสว่า “ประชาชนอิสราเอลจะต้องกินขนมปังของเขาอย่างเป็นมลทินเช่นนี้ ณ ท่ามกลางบรรดาประชาชาติซึ่งเราจะขับไล่เขาไปอยู่” แล้วข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย ดูสิ ข้าพระองค์ไม่เคยทำตัวให้เป็นมลทินเลย ตั้งแต่หนุ่มๆ มาจนบัดนี้ ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสิ่งที่ตายเอง หรือที่ถูกสัตว์ฉีกกัดตาย ไม่มีเนื้อสัตว์มลทินเคยเข้าไปในปากของข้าพระองค์” แล้วพระองค์จึงตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เอาเถอะ เราจะยอมให้เจ้าใช้มูลโคแทนอุจจาระมนุษย์ ซึ่งเจ้าจะใช้ปิ้งขนมปังของเจ้า” พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย นี่แน่ะ เราจะทำลายอาหารหลักในเยรูซาเล็ม พวกเขาจะต้องชั่งขนมปังกิน และกินด้วยความกลัว และเขาจะตวงน้ำดื่ม ทั้งดื่มด้วยความอกสั่นขวัญหาย เมื่อขาดขนมปังและน้ำ ต่างคนต่างอกสั่นขวัญหาย แล้วจะซูบผอมไปเพราะความผิดบาปของเขาทั้งหลาย”
เอเสเคียล 4:2-17 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
จงล้อมนครนั้นไว้และก่อกำแพงล้อมไว้รอบ นครนั้นด้วย และก่อเชิงเทินไว้สู้นครนั้น และตั้งค่ายรอบนครไว้ และตั้งเครื่องทะลวงกำแพงไว้รอบนคร จงหาเหล็กแผ่นมา และวางเหล็กแผ่นนั้นต่างเป็นกำแพงเหล็กระหว่างเจ้ากับนครนั้น และเจ้าจงหันหน้าสู่นครนั้น ให้นครนั้นถูก ล้อมแล้วเจ้าจงกระชับการล้อมเข้าไป นี่เป็นหมายสำคัญสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล <<แล้วเจ้าจงนอนตะแคงข้างซ้าย และเราจะวางการลงทัณฑ์พงศ์พันธุ์อิสราเอลไว้เหนือเจ้า เจ้านอนทับอยู่กี่วัน เจ้าจะแบกการลงทัณฑ์ของนครนั้นเท่านั้นวัน เพราะเราได้กำหนดวันให้แก่เจ้าแล้ว คือสามร้อยเก้าสิบวันเท่ากับจำนวนปีแห่งการลงทัณฑ์ของเขา เจ้าจะต้องแบกการลงทัณฑ์พงศ์พันธุ์อิสราเอลนานเท่านั้น และเมื่อเจ้ากระทำเช่นนี้ครบวันแล้ว เจ้าจะต้องนอนลงเป็นครั้งที่สอง แต่นอนตะแคงข้างขวาและแบกการลงทัณฑ์พงศ์พันธุ์ยูดาห์ เรากำหนดให้เจ้าสี่สิบวัน วันแทนปี และเจ้าต้องตั้งหน้าตรงการล้อม เยรูซาเล็มไว้ด้วยแขนเปลือยเปล่า และเจ้าจงเผยพระวจนะสู้นครนั้น และดูเถิด เราจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้ เจ้าจะพลิกจากข้างนี้ไปข้างโน้นไม่ได้ จนกว่าเจ้าจะครบการล้อมนครตามกำหนดวันของเจ้า <<เจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบารลี ถั่วยางและถั่วแดง ข้าวฟ่าง และข้าวสแปลต์ มาใส่ในภาชนะลูกเดียวใช้ทำเป็นขนมปังให้เจ้า ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนดวันสามร้อยเก้าสิบวันนั้น เจ้าจงรับประทานอาหารนี้ และอาหารที่เจ้ารับประทานจะต้องชั่ง เป็นวันละยี่สิบเชเขล เจ้าจงรับประทานตามเวลากำหนด และน้ำเจ้าต้องตวงดื่ม คือหนึ่งในหกของฮินหนึ่ง เจ้าจงดื่มน้ำตามเวลากำหนด และเจ้าจะต้องรับประทานต่างขนมปัง ข้าวบารลี ใช้ไฟอุจจาระมนุษย์ปิ้งต่อหน้าต่อตาเขาทั้งหลาย>> และพระเจ้าตรัสว่า <<ประชาชนอิสราเอลจะต้องรับประทานขนมปัง ของเขาอย่างมลทินอย่างนี้แหละ ณ ท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งเราจะขับไล่เขาไปอยู่>> แล้วข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า <<พระเจ้าข้า ดูเถิด อนิจจา ข้าพระองค์ไม่เคยกระทำตัวให้เป็นมลทินเลย ตั้งแต่หนุ่มๆมาจนบัดนี้ ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสิ่งที่ตายเอง หรือที่ถูกสัตว์ฉีกกัดตาย ไม่มีเนื้อสัตว์มลทินเข้าไปในปากของข้าพระองค์>> แล้วพระองค์จึงตรัสกับข้าพเจ้าว่า <<เอาเถอะ เราจะยอมให้เจ้าใช้มูลโคแทน อุจจาระซึ่งเจ้าจะใช้เตรียมขนมปังของเจ้า>> พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า <<บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ดูเถิด เราจะทำลายอาหารหลักในเยรูซาเล็มเสีย เขาจะต้องชั่งขนมปังรับประทาน ทั้งรับประทานด้วยความหวาดกลัว และเขาจะตวงน้ำดื่ม ทั้งดื่มด้วยอาการอกสั่นขวัญหาย เพื่อให้ขาดขนมปังและน้ำ ให้ต่างคนต่างอกสั่นขวัญหาย และซูบผอมไปเพราะโทษบาปของเขาทั้งหลาย
เอเสเคียล 4:2-17 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
แล้วจงล้อมรอบแผ่นดินเหนียวนั้นด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ล้อมเมือง ก่อเชิงเทิน ตั้งค่ายประชิดเมือง และวางเครื่องกระทุ้งโดยรอบ แล้วเอากระทะเหล็กมาตั้งเป็นเสมือนกำแพงเหล็กกั้นระหว่างเจ้ากับตัวเมือง จงหันหน้าเข้าหาเมืองนั้น เมืองนั้นจะตกอยู่ในวงล้อมของเจ้า นี่เป็นหมายสำคัญแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล “จากนั้นจงนอนตะแคงซ้าย แบกรับบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอลไว้บนเจ้าตลอดจำนวนวันที่เจ้านอนตะแคง เรากำหนดวันให้เจ้าตามจำนวนปีของความบาปของพวกเขา ฉะนั้นเจ้าจะแบกบาปของ พงศ์พันธุ์อิสราเอลอยู่ 390 วัน “เมื่อครบกำหนดแล้ว เจ้าต้องนอนลงอีก คราวนี้ให้นอนตะแคงขวาและแบกรับบาปของพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เรากำหนดไว้สี่สิบวัน หนึ่งวันสำหรับหนึ่งปี จงหันหน้าเข้าหาเครื่องล้อมกรุงเยรูซาเล็ม จงชูแขนอันเปลือยเปล่าใส่กรุงนั้นแล้วพยากรณ์ เราจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้ เพื่อเจ้าจะพลิกตัวไม่ได้จนกว่าจะครบกำหนดวันล้อมเมือง “จงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วและถั่วแดง ข้าวฟ่าง และข้าวสแปลต์เก็บไว้ในโอ่งเพื่อใช้ทำขนมปังให้ตนเอง ซึ่งเจ้าจะต้องกินระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตลอด 390 วัน จงตวงอาหารออกมาวันละประมาณ 200 กรัมและกินอาหารนี้ตามมื้อที่กำหนดในแต่ละวัน และจงตวงน้ำประมาณ 0.6 ลิตรดื่มตามเวลาที่กำหนด จงกินอาหารนี้เหมือนกินขนมข้าวบาร์เลย์ จงปิ้งกินต่อหน้าผู้คน โดยใช้อุจจาระมนุษย์เป็นเชื้อเพลิง” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ชนชาติอิสราเอลจะกินอาหารที่เป็นมลทินเช่นนี้ท่ามกลางประชาชาติต่างๆ ซึ่งเราจะขับไล่เขาไปนั้น” แล้วข้าพเจ้าจึงกราบทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย! ข้าพระองค์ไม่เคยปล่อยตัวเป็นมลทินเลย ตั้งแต่เด็กมาจนบัดนี้ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสัตว์ใดที่ตายเอง หรือที่ถูกสัตว์ป่าขย้ำ ไม่เคยมีเนื้อสัตว์มลทินใดๆ เข้าปากข้าพระองค์เลย” พระองค์ตรัสว่า “เอาเถิด เราอนุญาตให้เจ้าปิ้งขนมปังโดยใช้มูลโคแทนอุจจาระมนุษย์” แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย เราจะตัดแหล่งเสบียงในเยรูซาเล็ม ผู้คนจะกินอาหารปันส่วนด้วยความหวาดวิตก และดื่มน้ำปันส่วนด้วยความสิ้นหวัง เพราะน้ำและอาหารจะหายาก พวกเขาจะมองตากันด้วยความอกสั่นขวัญแขวน และจะซูบซีดไปเพราะบาปของตน
เอเสเคียล 4:2-17 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
แล้วให้เจ้าทำตัวเป็นศัตรูปิดล้อมเมืองนั้น ให้เจ้าสร้างเนินดินสำหรับปีนขึ้นบนกำแพงและล้อมรอบเมืองนั้นไว้ ให้ตั้งค่ายต่างๆล้อมรอบเมืองไว้ และวางท่อนไม้สำหรับทะลวงกำแพงไว้รอบๆ แล้วตั้งกระทะเหล็กแบนไว้ระหว่างเจ้ากับเมือง ทำเหมือนกับเป็นกำแพงเหล็กระหว่างเจ้ากับเมืองและให้เจ้าหันหน้าเข้าหาเมืองนั้น ให้เจ้าล้อมและเข้าโจมตีเมืองนั้น นี่จะเป็นตัวอย่างตักเตือนครอบครัวอิสราเอล ต่อจากนั้นเจ้าต้องนอนตะแคงซ้าย เพื่อแสดงว่าเจ้ากำลังแบกรับความผิดบาปของชาวอิสราเอลอยู่ เจ้าจะต้องแบกรับความผิดบาปเท่ากับจำนวนวันที่เจ้านอนตะแคงซ้ายนั้น เจ้าจะต้องแบกรับความผิดบาปของอิสราเอลเป็นเวลาสามร้อยเก้าสิบวัน นี่คือจำนวนวันที่เราได้กำหนดให้เจ้านอน และอิสราเอลจะต้องได้รับโทษตามนั้น คือหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี ต่อจากนั้นให้เจ้านอนตะแคงขวาอีกสี่สิบวัน ครั้งนี้เจ้าจะต้องแบกรับบาปของชาวยูดาห์อยู่สี่สิบวัน นี่คือจำนวนวันที่เราได้กำหนดให้เจ้านอน ยูดาห์จะต้องได้รับโทษตามนั้น คือหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี คราวนี้ให้ม้วนแขนเสื้อขึ้น แล้วหันหน้าของเจ้าไปทางเมืองเยรูซาเล็มที่ถูกปิดล้อมอยู่นั้น และพูดแทนเราต่อต้านเมืองนั้น เราจะเอาพวกเชือกมัดเจ้าไว้ เพื่อเจ้าจะไม่สามารถพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่งได้ จนกว่าเจ้าจะโจมตีเมืองเสร็จ ให้เจ้าเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว ถั่วแดง ลูกเดือยและข้าวสแปลต์ ผสมพวกมันเข้าด้วยกันแล้วเก็บไว้ในไห เอาพวกนี้มาบดเป็นแป้ง แล้วเอาแป้งเหล่านี้มาทำขนมปังสำหรับตัวเจ้า เจ้าจะกินแต่ขนมปังนี้เท่านั้น ในระหว่างสามร้อยเก้าสิบวันที่เจ้านอนตะแคงอยู่ ในแต่ละวันเจ้าจะใช้แป้งทำขนมปังได้แค่สองร้อยสามสิบกรัมเท่านั้น และให้กินมันทั้งวันตามเวลาที่กำหนด และเจ้าก็ดื่มน้ำได้แค่ประมาณครึ่งลิตรกว่าๆต่อวันเท่านั้น และให้ดื่มมันทั้งวันตามเวลาที่กำหนด ให้เจ้าเอาแป้งนั้นมาอบและกินมันเหมือนกับขนมปังจากแป้งบาร์เลย์ ให้เจ้าอบมันทุกวัน โดยใช้ขี้คนเป็นเชื้อเพลิง และเจ้าต้องกินขนมปังนี้ต่อหน้าต่อตาประชาชนอิสราเอล” พระยาห์เวห์พูดว่า “สิ่งนี้จะแสดงให้เห็นว่าครอบครัวของอิสราเอลจะกินอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ ท่ามกลางชนชาติต่างๆที่เราจะขับไล่พวกเขาให้ไปอยู่นั้น” แล้วผมก็พูดว่า “พระยาห์เวห์เจ้าข้า อย่าทำอย่างนี้เลย ข้าพเจ้าไม่เคยทำตัวให้ไม่บริสุทธิ์มาก่อนเลย ตั้งแต่เด็กจนถึงเดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยกินเนื้อสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์ป่าฉีกกินมาก่อน เนื้อที่ไม่บริสุทธิ์ไม่เคยผ่านเข้าปากข้าพเจ้ามาก่อนเลย” พระองค์พูดว่า “ดีมาก เราจะยอมให้เจ้าอบขนมปังของเจ้าด้วยขี้วัวแทนขี้คน” แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “เจ้าลูกมนุษย์ เราจะทำให้เมืองเยรูซาเล็มขาดแคลนเสบียงขนมปัง ประชาชนจะกินขนมปังที่ได้รับปันส่วนมาด้วยความกังวล และจะดื่มน้ำที่ได้รับปันส่วนมาอย่างสิ้นหวัง เพราะจะขาดแคลนขนมปังและน้ำ พวกเขาแต่ละคนจะตกใจกลัว และร่างกายจะซูบผอมลงเพราะโทษที่พวกเขากำลังรับอยู่นั้น
เอเสเคียล 4:2-17 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
และล้อมเมืองด้วยการก่อเชิงเทินเพื่อโจมตีเมือง สร้างกำแพงสูงล้อมเมือง ตั้งค่ายปะทะเมือง และตั้งไม้กระทุ้งรอบกำแพง เจ้าจงเอาแผ่นเหล็กมาวางระหว่างตัวเจ้ากับเมือง เหมือนเป็นกำแพงเหล็ก และหันหน้าไปทางนั้น เมืองก็จะถูกล้อม และเจ้าจะล้อมเมืองไว้ นี่คือหมายสำคัญสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล จากนั้น เจ้าจงนอนตะแคงซ้าย ให้ความชั่วของพงศ์พันธุ์อิสราเอลอยู่ที่ตัวเจ้า เจ้าจะต้องรับเอาความชั่วของพวกเขาไว้ เจ้าจะนอนตะแคงเป็นเวลาหลายวัน เราได้กำหนดจำนวนวันให้แก่เจ้าเท่ากับจำนวนปีที่เขาทำบาป ฉะนั้นเจ้าจะรับเอาความชั่วของพงศ์พันธุ์อิสราเอลเป็นเวลา 390 วัน เมื่อเจ้าทำตามนี้ครบแล้ว เจ้าจงนอนลงเป็นครั้งที่สอง แต่จงนอนตะแคงขวา และรับเอาความชั่วของพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เรากำหนดให้เจ้า 40 วัน คือ 1 วันแทน 1 ปี และเจ้าจงหันหน้าไปยังเมืองเยรูซาเล็มซึ่งถูกล้อม และเผยความต่อต้านเมืองโดยถลกแขนเสื้อของเจ้าขึ้น ดูเถิด เราจะใช้เชือกมัดตัวเจ้า เจ้าจะหันซ้ายหันขวาไม่ได้จนกว่าจะครบกำหนดวันที่เจ้าล้อมเมืองแล้ว และเจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ เมล็ดถั่ว ถั่วเลนเทิ้ล ข้าวฟ่าง และข้าวสาลีป่า บรรจุรวมในภาชนะเดียวกันสำหรับทำขนมปัง และเจ้าจงใช้เป็นอาหารรับประทานระหว่างที่นอนตะแคงเป็นเวลา 390 วัน เจ้าจงรับประทานอาหารตามน้ำหนัก 20 เชเขลต่อวัน และทุกวัน และเจ้าจงดื่มน้ำแต่ละวันได้ปริมาณหนึ่งส่วนหกฮิน เจ้าจงรับประทานอาหารอย่างเช่นขนมบาร์เลย์โดยที่อบต่อหน้าผู้คนด้วยการใช้อุจจาระมนุษย์เป็นเชื้อเพลิง” พระผู้เป็นเจ้ากล่าวดังนี้ “นี่เป็นวิธีที่ชาวอิสราเอลจะรับประทานอาหารที่มีมลทินในท่ามกลางบรรดาประชาชาติที่เราจะขับไล่พวกเขาไปอยู่” และข้าพเจ้าพูดว่า “โอ พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ดูเถิด ข้าพเจ้าไม่เคยทำสิ่งใดให้เป็นมลทินแก่ตัวข้าพเจ้า นับตั้งแต่เด็กจนถึงบัดนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยรับประทานเนื้อสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์ป่าขม้ำตาย ข้าพเจ้าไม่เคยรับประทานเนื้อสัตว์ที่เป็นมลทินเลย” พระองค์กล่าวกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า “ถ้าอย่างนั้น เราจะให้เจ้าใช้มูลสัตว์อบขนมปังแทนอุจจาระมนุษย์” พระองค์กล่าวดังนี้ “บุตรมนุษย์เอ๋ย ดูเถิด เราจะทำให้อาหารขาดแคลนในเยรูซาเล็ม ประชาชนจะรับประทานขนมปังตามน้ำหนักที่จำกัดด้วยความกังวล และพวกเขาจะดื่มน้ำตามปริมาณที่จำกัดด้วยความสิ้นหวัง เราจะกระทำเช่นนี้ต่อพวกเขาให้ขาดอาหารและน้ำ พวกเขาจะมองหน้ากันและกันด้วยความตระหนก และร่างของพวกเขาจะทรุดโทรมลงเพราะบาปของพวกเขา
เอเสเคียล 4:2-17 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
จงล้อมนครนั้นไว้และก่อกำแพงล้อมไว้รอบนครนั้นด้วย และก่อเชิงเทินไว้สู้นครนั้นและตั้งค่ายรอบนครไว้ และตั้งเครื่องทะลวงกำแพงไว้รอบนคร จงหากระทะเหล็กมา และวางกระทะเหล็กนั้นต่างเป็นกำแพงเหล็กระหว่างเจ้ากับนครนั้น และเจ้าจงหันหน้าสู่นครนั้น ให้นครนั้นถูกล้อม แล้วเจ้าจงกระชับการล้อมเข้าไป นี่เป็นหมายสำคัญสำหรับวงศ์วานอิสราเอล แล้วเจ้าจงนอนตะแคงข้างซ้ายและเราจะวางความชั่วช้าแห่งวงศ์วานอิสราเอลไว้เหนือเจ้า เจ้านอนทับอยู่กี่วัน เจ้าจะแบกความชั่วช้าของนครนั้นเท่านั้นวัน เพราะเราได้กำหนดวันให้แก่เจ้าแล้ว คือสามร้อยเก้าสิบวันเท่ากับจำนวนปีแห่งความชั่วช้าของเขา เจ้าจะต้องแบกความชั่วช้าของวงศ์วานอิสราเอลนานเท่านั้น และเมื่อเจ้ากระทำเช่นนี้ครบวันแล้ว เจ้าจะต้องนอนลงเป็นครั้งที่สอง แต่นอนตะแคงข้างขวา และเจ้าจะแบกความชั่วช้าของวงศ์วานยูดาห์ เรากำหนดให้เจ้าสี่สิบวันวันแทนปี และเจ้าต้องตั้งหน้าตรงการล้อมเยรูซาเล็มไว้ด้วยแขนเปลือยเปล่า และเจ้าจงพยากรณ์สู้นครนั้น และ ดูเถิด เราจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้ เจ้าจะพลิกจากข้างนี้ไปข้างโน้นไม่ได้จนกว่าเจ้าจะครบการล้อมนครตามกำหนดวันของเจ้า เจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วยาง และถั่วแดง ข้าวฟ่าง และเทียนแดง มาใส่ในภาชนะลูกเดียวใช้ทำเป็นขนมปังให้เจ้า ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนดวันสามร้อยเก้าสิบวันนั้น เจ้าจะรับประทานอาหารนี้ และอาหารที่เจ้ารับประทานจะต้องชั่ง เป็นวันละยี่สิบเชเขล เจ้าจงรับประทานตามเวลากำหนด และน้ำเจ้าต้องตวงดื่ม คือหนึ่งในหกของฮินหนึ่ง เจ้าจงดื่มน้ำตามเวลากำหนด และเจ้าจะต้องรับประทานต่างขนมปังข้าวบาร์เลย์ ใช้ไฟอุจจาระมนุษย์ปิ้งท่ามกลางสายตาของเขาทั้งหลาย” และพระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ประชาชนอิสราเอลจะต้องรับประทานขนมปังของเขาอย่างมลทินอย่างนี้แหละ ณ ท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งเราจะขับไล่เขาไปอยู่” แล้วข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าข้า ดูเถิด จิตใจของข้าพระองค์ไม่เคยเป็นมลทินเลย เพราะตั้งแต่หนุ่มๆมาจนบัดนี้ ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสิ่งที่ตายเอง หรือที่ถูกสัตว์ฉีกจนแหลกเป็นชิ้นๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ที่พึงรังเกียจเข้าไปในปากของข้าพระองค์เลย” แล้วพระองค์จึงตรัสกับข้าพเจ้าว่า “ดูเถิด เราจะยอมให้เจ้าใช้มูลวัวแทนอุจจาระของมนุษย์ ซึ่งเจ้าจะใช้เตรียมขนมปังของเจ้า” พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย ดูเถิด เราจะทำลายอาหารหลักในเยรูซาเล็มเสีย เขาจะต้องชั่งขนมปังรับประทาน ทั้งรับประทานด้วยความหวาดกลัว และเขาจะตวงน้ำดื่ม ทั้งดื่มด้วยอาการอกสั่นขวัญหาย เพื่อให้ขาดขนมปังและน้ำ ให้ต่างคนต่างอกสั่นขวัญหาย และซูบผอมไปเพราะความชั่วช้าของเขาทั้งหลาย”