โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

ลูกา 18:9-34 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

ลูกา 18:9-34 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

สำหรับบางคนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรมและดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสอุปมานี้ว่า “มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบริเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นฟาริสีและคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี คนที่เป็นฟาริสีนั้นยืนอยู่คนเดียวอธิษฐานว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นคนฉ้อโกง เป็นคนอธรรม และเป็นคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ข้าพระองค์ถืออดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ และสิ่งสารพัดที่ข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์ก็เอาทศางค์มาถวายเสมอ’ ส่วนคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่ยอมแม้แต่แหงนหน้าดูฟ้า แต่ตีอกชกตัวกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด’ เราบอกพวกท่านว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปถึงบ้านของตนก็ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรม ไม่ใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะได้รับการยกขึ้น” แล้วมีบางคนอุ้มทารกมาหาพระองค์เพื่อจะให้พระองค์ทรงสัมผัสทารกนั้น เมื่อพวกสาวกเห็นก็ห้ามเขา แต่พระเยซูทรงเรียกให้เขาเอาเด็กๆ มา แล้วตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆ เข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นของคนอย่างพวกเขา เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ใครที่ไม่ยอมรับแผ่นดินของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ จะเข้าในแผ่นดินนั้นไม่ได้” มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นขุนนางทูลถามพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรถึงจะได้ชีวิตนิรันดร์?” พระเยซูตรัสถามคนนั้นว่า “ท่านใช้คำว่าประเสริฐกับเราทำไม? ไม่มีใครประเสริฐนอกจากพระเจ้าองค์เดียว ท่านรู้จักบัญญัติแล้วที่ว่า ‘ห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขา ห้ามฆ่าคน ห้ามลักทรัพย์ ห้ามเป็นพยานเท็จ จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า ’ ” คนนั้นจึงทูลว่า “ข้อเหล่านั้นข้าพเจ้าถือรักษาไว้ตั้งแต่เด็ก” เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายสิ่งของทั้งหมดที่ท่านมีอยู่แล้วแจกจ่ายให้คนยากจน ท่านถึงจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ แล้วจงกลับมาติดตามเรา” แต่เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้นก็เป็นทุกข์ เพราะเขาเป็นคนมั่งมีมาก เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นเขามีอาการอย่างนั้น พระองค์จึงตรัสว่า “คนมั่งมีจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าก็ยากจริงๆ ตัวอูฐจะลอดรูเข็มก็ยังง่ายกว่าการที่คนมั่งมีจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า” พวกที่ได้ยินจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นใครจะรอดได้?” แต่พระองค์ตรัสว่า “สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ พระเจ้าทรงทำได้” เปโตรจึงทูลพระองค์ว่า “นี่แหละ พวกข้าพระองค์ถึงได้สละทิ้งบ้านเรือนของพวกข้าพระองค์ติดตามพระองค์มา” พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า คนที่สละบ้าน หรือภรรยา หรือพี่น้อง หรือบิดามารดา หรือบุตรเพราะเห็นแก่แผ่นดินของพระเจ้า จะได้รับผลตอบแทนหลายเท่าในยุคนี้ และในยุคหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร์” พระองค์ทรงพาสาวกสิบสองคนไปแล้วตรัสกับพวกเขาว่า “นี่แน่ะ พวกเราจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มและทุกสิ่งที่พวกผู้เผยพระวจนะเขียนเรื่องบุตรมนุษย์จะสำเร็จ เพราะว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูกมอบไว้กับคนต่างชาติ และพวกเขาจะเยาะเย้ยท่าน กระทำหยาบคายต่อท่าน ถ่มน้ำลายรดท่าน พวกเขาจะโบยตีและฆ่าท่าน แล้วในวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่” ส่วนพวกสาวกไม่เข้าใจสิ่งเหล่านั้นเลย ความหมายของถ้อยคำนั้นถูกซ่อนไว้จากพวกเขา และเขาไม่รู้ว่าพระองค์ตรัสถึงอะไร

แบ่งปัน
ลูกา 18 THSV11

ลูกา 18:9-34 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

สำหรับบางคนที่ไว้ใจในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรม และได้ดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสคำอุปมานี้ว่า <<มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบริเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นพวกฟาริสีและคนหนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี คนฟาริสีนั้นยืนนึกในใจของตน อธิษฐานว่า <ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์โมทนาขอบพระคุณของพระองค์ ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นคนโลภ คนอธรรม และคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ในสัปดาห์หนึ่งข้าพระองค์ถืออดอาหารสองหน และของสารพัดซึ่งข้าพระองค์หาได้ข้าพระองค์ได้เอาสิบชักหนึ่งมาถวาย> ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่แหงนดูฟ้า แต่ตีอกของตนว่า <ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดพระเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด> เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปยังบ้านของตนก็นับว่าชอบธรรม มิใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ได้ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น>> แล้วเขาอุ้มทารกมาหาพระองค์เพื่อจะให้พระองค์ทรงถูกต้องทารกนั้น แต่เหล่าสาวกเมื่อเห็นเข้าก็ห้ามเขา แต่พระเยซูทรงเรียกทารกมา แล้วตรัสว่า <<จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าย่อมเป็นของคนเช่นเด็กเหล่านั้น เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้หนึ่งผู้ใดมิได้รับแผ่นดินของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินนั้นไม่ได้>> มีขุนนางผู้หนึ่งทูลถามพระองค์ว่า <<ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะทำประการใดจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์>> พระเยซูตรัสถามคนนั้นว่า <<ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม ไม่มีใครประเสริฐ เว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว ท่านรู้จักพระบัญญัติแล้วซึ่งว่า <อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่าฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็นพยานเท็จ จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของตน > >> คนนั้นจึงทูลว่า <<ข้อเหล่านั้นข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้ตั้งแต่เป็นเด็กๆมา>> เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้น พระองค์ตรัสแก่เขาว่า <<ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมีอยู่แจกจ่ายให้คนอนาถา ท่านจึงจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ แล้วจงตามเรามาและเป็นสาวกของเรา>> แต่เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้นก็เป็นทุกข์นัก เพราะเขาเป็นคนมั่งมีมาก เมื่อพระเยซูทรงเห็นเขามีอาการอย่างนั้น พระองค์จึงตรัสว่า <<คนมั่งมีจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้าก็ยากจริงหนา เพราะว่าตัวอูฐจะลอดรูเข็มก็ง่ายกว่าคนมั่งมีจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า>> ฝ่ายคนทั้งหลายที่ได้ยินจึงว่า <<ถ้าอย่างนั้นใครจะรอดได้>> แต่พระองค์ตรัสว่า <<สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ พระเจ้าทรงกระทำได้>> เปโตรจึงทูลพระองค์ว่า <<นี่แหละ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้สละทิ้งเหย้าเรือนของข้าพระองค์ ติดตามพระองค์มา>> พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า <<เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าผู้ใดได้สละเหย้าเรือน หรือภรรยา หรือพี่น้อง หรือบิดามารดา หรือบุตรเพราะเห็นแก่แผ่นดินของพระเจ้า ในยุคนี้ผู้นั้นจะได้รับตอบแทนหลายเท่า และในยุคหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร์>> พระองค์จึงทรงพาสาวกสิบสองคนไปแล้วตรัสกับเขาว่า <<ดูเถิด เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มและจะสำเร็จตามสิ่งสารพัด ซึ่งเหล่าผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้ว่าด้วยบุตรมนุษย์ ด้วยว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูกอายัดไว้กับคนต่างชาติ และเขาจะเยาะเย้ยท่าน กระทำหยาบคายแก่ท่าน ถ่มน้ำลายรดท่าน เขาจะโบยตีและฆ่าท่านเสีย แล้วในวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่>> ฝ่ายเหล่าสาวกมิได้เข้าใจในสิ่งเหล่านั้นเลย และคำนั้นเป็นข้อความลึกลับแก่เขา และเขาไม่รู้เนื้อความซึ่งพระองค์ตรัสนั้น

แบ่งปัน
ลูกา 18 TH1971

ลูกา 18:9-34 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

สำหรับบางคนที่มั่นใจในความชอบธรรมของตนเองและดูถูกคนอื่นทั้งปวงนั้น พระเยซูตรัสคำอุปมานี้ว่า “ชายสองคนไปที่พระวิหารเพื่ออธิษฐาน คนหนึ่งเป็นฟาริสี และอีกคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี ฟาริสีคนนั้นยืนขึ้นอธิษฐานเกี่ยวกับ ตนเองว่า ‘ข้าแต่พระเจ้าขอบพระคุณพระองค์ ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่เป็นโจรปล้น ทำชั่ว ล่วงประเวณี หรือเป็นอย่างคนเก็บภาษีคนนี้ ข้าพระองค์ถืออดอาหารสัปดาห์ละสองครั้ง และถวายสิบลดจากทุกสิ่งที่ได้มา’ “แต่คนเก็บภาษีนั้นยืนไกลออกไป เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นฟ้า แต่ทุบตีอกของตนและพูดว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปด้วยเถิด’ “เราบอกท่านว่า คนนี้ต่างหากที่กลับบ้านไปโดยถือว่าเป็นผู้ชอบธรรมต่อหน้าพระเจ้า เพราะทุกคนที่ยกตนเองขึ้นจะถูกทำให้ต่ำลง และผู้ที่ถ่อมตนลงจะได้รับการเชิดชูขึ้น” ประชาชนอุ้มทารกมาให้พระเยซูทรงแตะต้อง เมื่อเหล่าสาวกเห็นก็ตำหนิพวกเขา แต่พระเยซูทรงเรียกเด็กๆ เข้ามาหาพระองค์และตรัสว่า “จงให้เด็กเล็กๆ มาหาเราและอย่าขัดขวางเขาเลย เพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เป็นเหมือนเด็กๆ เหล่านี้ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ผู้ใดไม่รับอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ ผู้นั้นจะไม่มีวันได้เข้าอาณาจักรพระเจ้าเลย” ขุนนางคนหนึ่งทูลถามพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรบ้างจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์?” พระเยซูตรัสตอบว่า “ทำไมท่านจึงบอกว่าเราประเสริฐ? นอกจากพระเจ้าแล้ว ไม่มีใครอื่นที่ประเสริฐ ท่านก็รู้บทบัญญัติที่ว่า ‘อย่าล่วงประเวณี อย่าฆ่าคน อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า’” เขาทูลว่า “ทั้งหมดนี้ ข้าพเจ้าถือปฏิบัติมาตั้งแต่เด็ก” เมื่อพระเยซูทรงได้ยินดังนั้น ก็ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดอยู่อย่างหนึ่ง จงขายทุกสิ่งที่มีและแจกจ่ายให้คนยากจน แล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ จากนั้นจงตามเรามา” เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้นก็เศร้าสลด เพราะเขาร่ำรวยมาก พระเยซูทรงมองดูเขาและตรัสว่า “ยากนักที่คนรวยจะเข้าอาณาจักรของพระเจ้า! อันที่จริง ให้อูฐลอดรูเข็มยังง่ายกว่าที่คนรวยจะเข้าอาณาจักรของพระเจ้า” บรรดาผู้ที่ได้ฟังเช่นนี้ทูลถามว่า “ถ้าเช่นนั้น ใครจะรอดได้?” พระเยซูตรัสตอบว่า “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ เป็นไปได้สำหรับพระเจ้า” เปโตรทูลว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ละทุกสิ่งที่มีมาติดตามพระองค์!” พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า ไม่มีผู้ใดที่ละทิ้งบ้านเรือน หรือภรรยา หรือพี่น้อง หรือบิดามารดา หรือลูกๆ เพื่ออาณาจักรของพระเจ้า แล้วจะไม่ได้รับผลตอบแทนหลายเท่าในยุคนี้ และชีวิตนิรันดร์ในยุคหน้า” พระเยซูทรงพาสาวกทั้งสิบสองคนเลี่ยงออกมาและตรัสบอกพวกเขาว่า “พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และทุกอย่างที่บรรดาผู้เผยพระวจนะเขียนไว้เกี่ยวกับบุตรมนุษย์จะสำเร็จ พระองค์จะถูกมอบให้คนต่างชาติ พวกเขาจะเยาะเย้ย ดูหมิ่น ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าพระองค์ ในวันที่สามพระองค์จะเป็นขึ้นมาใหม่” เหล่าสาวกไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้เลย ความหมายของสิ่งเหล่านี้ถูกปิดบังจากพวกเขาและพวกเขาไม่รู้ว่าพระองค์กำลังตรัสถึงเรื่องอะไร

แบ่งปัน
ลูกา 18 TNCV

ลูกา 18:9-34 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้ เพื่อ​สอน​คน​ที่​เชื่อ​มั่น​ใน​ตัวเอง​เหลือเกิน​ว่า​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า และ​ชอบ​ดูถูก​คน​อื่น พระองค์​เล่า​ว่า “มี​ชาย​สอง​คน​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​ที่​วิหาร คน​หนึ่ง​เป็น​พวก​ฟาริสี ส่วน​อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​คนเก็บภาษี ฟาริสี​คน​นั้น​ยืน​อยู่​ตาม​ลำพัง​และ​อธิษฐาน​ว่า ‘พระเจ้า ขอบคุณ​ที่​ข้าพเจ้า​ไม่​เป็น​เหมือน​มนุษย์​คน​อื่นๆ​เช่น​พวกขโมย พวกขี้โกง พวกมีชู้ หรือ​แม้แต่​คนเก็บภาษี​คนนี้ ข้าพเจ้า​อดอาหาร​อาทิตย์​ละ​สอง​ครั้ง และ​ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ ของ​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​ได้​มา’ แต่​คนเก็บภาษี​นั้น ยืน​อยู่​แต่​ไกล​ใน​ขณะ​ที่​อธิษฐาน ไม่​กล้า​แม้แต่​จะ​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​ท้องฟ้า ได้​แต่​ทุบ​อก​ตัวเอง​คร่ำครวญ​ว่า ‘ข้า​แต่​พระเจ้า ขอ​โปรด​เมตตา​ข้าพเจ้า​ที่​เป็น​คน​บาป’ เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เมื่อ​กลับ​บ้าน​ไป คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​คือ​คนเก็บภาษี ไม่​ใช่​ฟาริสี เพราะ​ทุก​คน​ที่​ยก​ตัวเอง​ขึ้น​จะ​ต้อง​ถูก​กด​ลง แต่​ทุก​คน​ที่​ถ่อมตัว​ลง​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น” มี​คน​อุ้ม​ลูก​เล็กๆ​มา​ให้​พระเยซู​จับ​ตัว​และ​อวยพร​ให้ เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น ก็​ต่อว่า​พวก​เขา​ไม่​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น แต่​พระเยซู​กลับ​เรียก​เด็กๆ​พวก​นั้น​เข้า​มา​หา​แล้ว​พูด​ว่า “ปล่อย​ให้​พวก​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวก​เขา เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้ เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​ใคร​ไม่​ยอมรับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​อย่าง​ที่​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้​ยอมรับ คน​นั้น​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ” มี​ผู้นำ​ชาวยิว​คน​หนึ่ง​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ผู้ประเสริฐ​ผม​จะ​ต้อง​ทำ​อย่าง​ไร​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป” พระเยซู​จึง​ถาม​ว่า “คุณ​เรียก​เรา​ว่า​ผู้ประเสริฐ​ทำไม ไม่​มี​ใคร​ประเสริฐ​หรอก​นอก​จาก​พระเจ้า​เท่านั้น คุณ​ก็​รู้​กฎปฏิบัติ​แล้ว​นี่ ที่​ว่า ‘อย่า​มี​ชู้ อย่า​ฆ่า​คน อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ และ​ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่’” ผู้นำ​คน​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ผม​รักษา​กฎ​ทั้งหมด​นั้น​มา​ตั้งแต่​เด็ก​แล้ว​ครับ” เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “คุณ​ยัง​ขาด​อยู่​อีก​อย่าง​หนึ่ง คือ​ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​ใน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติด​ตาม​เรา” เมื่อ​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​เสียใจ​อย่าง​หนัก​เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ว่า​เขา​เสียใจ​มาก จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “มัน​ยาก​มาก​ที่​คน​รวย​จะ​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ความจริง​แล้ว ให้​อูฐ​ลอด​รูเข็ม​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​จะ​ให้​คนรวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า” คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ใคร​จะ​ไป​รอด​ได้” พระเยซู​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​หรอก แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้” แล้ว​เปโตร​ก็​พูด​ว่า “พวก​เรา​ได้​สละ​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​เรา เพื่อ​มา​ติดตาม​พระองค์” พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ไหน​ที่​ได้​สละ​บ้าน​เรือน​หรือ​เมีย หรือ​พี่น้อง​หรือ​พ่อแม่ หรือ​ลูก เพราะ​เห็นแก่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แล้ว​ละ​ก็ เขา​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ตอบแทน​หลาย​เท่า​ใน​ชีวิตนี้ และ​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ใน​โลก​หน้า​ด้วย” พระเยซู​พา​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ปลีกตัว​ออก​มา​ข้างๆ​และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ฟัง​ให้​ดี​นะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ทุก​อย่าง​ที่​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้​เกี่ยว​กับ​บุตร​มนุษย์​จะ​เกิด​ขึ้น​ที่​นั่น เขา​จะ​ถูก​ส่ง​ตัว​ให้​กับ​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว พวก​นั้น​จะ​หัวเราะ​เยาะ ดูถูก และ​ถ่ม​น้ำลาย​รด​เขา คน​เหล่า​นั้น​จะ​เฆี่ยน​ตี​และ​ฆ่า​เขา แต่​ใน​วันที่​สาม เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย” แต่​พวก​ศิษย์​ไม่​เข้า​ใจ​สิ่ง​เหล่านี้​ที่​พระองค์​พูด เพราะ​ความหมาย​ของ​มัน​ถูก​แอบ​ซ่อน​ไป​จาก​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​เลย​ไม่​รู้​ว่า​พระองค์​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร

แบ่งปัน
ลูกา 18 THA-ERV

ลูกา 18:9-34 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​เยซู​กล่าว​กับ​คน​ที่​คิด​ว่า​ตน​มี​ความ​ชอบธรรม​แต่​กลับ​เหยียดหยาม​ผู้​อื่น เป็น​อุปมา​ว่า “ชาย 2 คน​ไป​ยัง​พระ​วิหาร​เพื่อ​อธิษฐาน คน​หนึ่ง​เป็น​ฟาริสี อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​คน​เก็บ​ภาษี ฟาริสี​ยืน​ขึ้น​และ​อธิษฐาน​ใน​ใจ​ว่า ‘พระ​เจ้า ข้าพเจ้า​ขอบคุณ​พระ​องค์​ที่​ข้าพเจ้า​ไม่​เหมือน​กับ​คน​อื่นๆ พวก​โจร พวก​คน​โฉดชั่ว พวก​ผิด​ประเวณี หรือ​เหมือน​คน​เก็บ​ภาษี​คน​นี้ ข้าพเจ้า​อด​อาหาร​สัปดาห์​ละ 2 ครั้ง​และ​ให้​หนึ่ง​ใน​สิบ​ของ​ทุก​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับ’ คน​เก็บ​ภาษี​ที่​ยืน​อยู่​ห่างๆ ไม่​แหงนหน้า​ขึ้น​สู่​สวรรค์​เลย ได้​แต่​ตี​อก​ชก​ตัว​และ​รำพัน​ว่า ‘พระ​เจ้า ขอ​พระ​องค์​มี​เมตตา​ต่อ​คน​บาป​อย่าง​ข้าพเจ้า​ด้วย’ เรา​ขอบอก​ท่าน​ว่า ชาย​คน​นี้​ต่าง​หาก​ที่​จะ​ได้​กลับบ้าน​ไป​โดย​พระ​เจ้า​นับ​ว่า​เขา​พ้น​ผิด ทุก​คน​ที่​ยกย่อง​ตัว​เอง​ก็​จะ​ถูก​เหยียด​ลง แต่​คน​ที่​ถ่อมตัว​ก็​จะ​ได้​รับ​การ​ยกย่อง” มี​คน​พา​บรรดา​ทารก​มา​หา​พระ​เยซู​เพื่อ​ให้​พระ​องค์​สัมผัส​ตัว พวก​สาวก​เห็น​จึง​ได้​ห้าม​คน​เหล่า​นั้น แต่​พระ​เยซู​เรียก​เด็กๆ มา​หา​พระ​องค์​และ​กล่าว​ว่า “ปล่อย​ให้​เด็กๆ มา​หา​เรา​เถิด อย่า​ได้​ห้าม​พวก​เขา​เลย เพราะ​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​ของ​คน​อย่าง​เด็ก​เหล่า​นี้ เรา​ขอบอก​ความ​จริง​กับ​เจ้า​ว่า ใคร​ก็​ตาม​ที่​ไม่​รับ​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า​เช่น​เดียว​กับ​ที่​เด็กๆ รับ ก็​จะ​เข้า​อาณาจักร​นั้น​ไม่​ได้​เลย” ผู้​อยู่​ใน​ระดับ​ปกครอง​คน​หนึ่ง​ถาม​พระ​องค์​ว่า “อาจารย์​ผู้​ประเสริฐ ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​สิ่ง​ใด​จึง​จะ​ได้​ชีวิต​อัน​เป็น​นิรันดร์” พระ​เยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​เรียก​เรา​ว่า​ประเสริฐ ไม่​มี​ผู้​ใด​ที่​ประเสริฐ เว้นแต่​พระ​เจ้า​เพียง​พระ​องค์​เดียว ท่าน​ทราบ​พระ​บัญญัติ​ว่า ‘อย่า​ผิด​ประเวณี อย่า​ฆ่า​คน อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ จง​ให้​เกียรติ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า’” เขา​ตอบ​ว่า “สิ่ง​เหล่า​นี้​ข้าพเจ้า​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​ตั้งแต่​เยาว์​วัย​แล้ว” เมื่อ​พระ​เยซู​ได้ยิน​ดังนั้น พระ​องค์​จึง​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​ยัง​ขาด​อยู่​สิ่ง​หนึ่ง จง​ขาย​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​มี​เพื่อ​ให้​แก่​คน​ยากไร้ และ​ท่าน​จะ​ได้​สมบัติ​ใน​สวรรค์ แล้ว​จง​ติดตาม​เรา​มา​เถิด” เมื่อ​เขา​ได้ยิน​ดังนั้น​แล้ว​ก็​รู้สึก​เศร้าใจ​ยิ่ง​นัก​เพราะ​เขา​เป็น​คน​มั่งมี​มาก พระ​เยซู​มอง​ดู​เขา​และ​กล่าว​ว่า “ยาก​เหลือเกิน​ที่​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​สู่​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า จริง​ที​เดียว จะ​ให้​ตัว​อูฐ​ผ่าน​เข้า​รู​เข็ม ก็​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​สู่​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า” ผู้​ที่​ได้ยิน​ดังนั้น​ถาม​ว่า “แล้ว​ใคร​เล่า​ที่​จะ​มี​ชีวิต​รอด​พ้น​ได้” พระ​เยซู​ตอบ​ว่า “มนุษย์​ช่วย​ตน​เอง​ให้​รอด​พ้น​ไม่​ได้ แต่​ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ยาก​เกิน​กว่า​ที่​พระ​เจ้า​จะ​ทำ​ได้” เปโตร​บอก​พระ​องค์​ว่า “พวก​เรา​ได้​สละ​บ้าน​ของ​เรา​เพื่อ​ติดตาม​พระ​องค์​มา” พระ​เยซู​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​ขอบอก​ความ​จริง​กับ​เจ้า​ว่า ไม่​มี​ผู้​ใด​ที่​สละ​บ้าน ภรรยา พี่​น้อง พ่อ​แม่ หรือ​ลูกๆ เพื่อ​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า แล้ว​จะ​ไม่​ได้​รับ​จาก​พระ​เจ้า​มาก​เป็น​หลาย​เท่า​ทั้ง​ใน​ยุค​นี้ และ​ใน​ยุค​ที่​จะ​มา​ถึง คือ​ชีวิต​อัน​เป็น​นิรันดร์” พระ​เยซู​พา​สาวก​ทั้ง​สิบ​สอง​มา และ​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​เมือง​เยรูซาเล็ม ทุก​สิ่ง​ที่​ผู้เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​บันทึก​ไว้​เกี่ยว​กับ​บุตรมนุษย์​ก็​จะ​บรรลุ​ผล ท่าน​จะ​ถูก​มอบตัว​ให้​แก่​บรรดา​คนนอก ซึ่ง​เขา​จะ​ล้อเลียน ดูหมิ่น ถ่ม​น้ำลาย​รด โบย​และ​ประหาร​ท่าน ใน​วัน​ที่​สาม​ท่าน​จะ​ฟื้น​คืน​ชีวิต” พวก​สาวก​ไม่​เข้าใจ​คำ​พูด​ซึ่ง​เร้น​ความ​นัย​ไว้ เขา​ไม่​รู้​แม้​กระทั่ง​ว่า​พระ​องค์​กล่าว​ถึง​เรื่อง​อะไร

แบ่งปัน
ลูกา 18 NTV

ลูกา 18:9-34 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

สำหรับบางคนที่​ไว้​ใจในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรม และได้​ดู​ถู​กคนอื่นนั้น พระองค์​ตรัสคำอุปมานี้​ว่า “​มี​ชายสองคนขึ้นไปอธิษฐานในพระวิ​หาร คนหนึ่งเป็นพวกฟาริ​สี และคนหนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี คนฟาริ​สี​นั้นยืนนึกในใจของตนอธิษฐานว่า ‘ข้าแต่​พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ ที่​ข้าพระองค์​ไม่​เหมือนคนอื่นซึ่งเป็นคนฉ้อโกง คนอธรรม และคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ในสัปดาห์​หน​ึ่งข้าพระองค์ถืออดอาหารสองหน และของสารพัดซึ่งข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์​ได้​เอาสิบชักหนึ่งมาถวาย’ ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่​แต่ไกล ไม่​แหงนดู​ฟ้า แต่​ตี​อกของตนว่า ‘ข้าแต่​พระเจ้า ขอทรงโปรดพระเมตตาแก่ข้าพระองค์​ผู้​เป็นคนบาปเถิด’ เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปยั​งบ​้านของตนก็นับว่าชอบธรรมยิ่งกว่าอีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่​ทุ​กคนที่​ได้​ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น” แล​้วเขาอุ้มทารกมาหาพระองค์ เพื่อจะให้​พระองค์​ทรงถูกต้องทารกนั้น แต่​เหล่​าสาวกเมื่อเห็นเข้าก็ห้ามเขา แต่​พระเยซู​ทรงเรียกเขามา แล​้วตรั​สว​่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าอาณาจักรของพระเจ้าย่อมเป็นของคนเช่นเด็กเหล่านั้น เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้​หน​ึ่งผู้ใดมิ​ได้​รับอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ ผู้​นั้นจะเข้าในอาณาจั​กรน​ั้นไม่​ได้​” มี​ขุนนางผู้​หน​ึ่งทูลถามพระองค์​ว่า “ท่านอาจารย์​ผู้​ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะทำประการใดจึงจะได้​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์เป็นมรดก” พระเยซู​ตรัสถามคนนั้​นว​่า “ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม ไม่มี​ใครประเสริฐเว้นแต่พระเจ้าองค์​เดียว ท่านรู้จักพระบัญญั​ติ​แล​้วซึ่งว่า ‘อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่าฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็นพยานเท็จ จงให้​เกียรติ​แก่​บิ​ดามารดาของตน’” คนนั้นจึงทูลว่า “ข้อเหล่านี้ข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้​ตั้งแต่​เป็นเด็กๆมา” เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้นพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมี​อยู่​และแจกจ่ายให้คนอนาถา ท่านจึงจะมี​ทรัพย์สมบัติ​ในสวรรค์ แล​้วจงตามเรามา” แต่​เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้​นก​็​เป็นทุกข์​นัก เพราะเขาเป็นคนมั่​งม​ี​มาก เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นเขาเป็นทุกข์​นัก พระองค์​จึงตรั​สว​่า “​คนมั่งมี​จะเข้​าในอาณาจักรของพระเจ้าก็ยากจริงหนา เพราะว่าตั​วอ​ูฐจะรอดรู​เข​็มก็ง่ายกว่าคนมั่​งม​ี​จะเข้​าในอาณาจักรของพระเจ้า” ฝ่ายคนทั้งหลายที่​ได้​ยินจึงว่า “ถ้าอย่างนั้นใครจะรอดได้” แต่​พระองค์​ตรั​สว​่า “​สิ​่งที่​มนุษย์​ทำไม​่​ได้ พระเจ้าทรงกระทำได้” เปโตรจึงทูลว่า “​ดู​เถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้สละทิ้งสิ่งสารพัด ติ​ดตามพระองค์​มา​” พระองค์​จึงตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าผู้ใดได้สละเรือน หรื​อบ​ิดามารดา หรือพี่​น้อง หรือภรรยา หรื​อบ​ุตร เพราะเห็นแก่อาณาจักรของพระเจ้า ในเวลานี้​ผู้​นั้นจะได้รับตอบแทนหลายเท่า และในโลกหน้าจะได้​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์” พระองค์​ทรงพาสาวกสิบสองคนไปกับพระองค์​แล​้วตรัสกับเขาว่า “​ดู​เถิด เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และสิ่งสารพัดซึ่งเหล่าศาสดาพยากรณ์​ได้​เข​ียนไว้ว่าด้วยบุตรมนุษย์นั้นจะสำเร็จ ด้วยว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูกมอบไว้กับคนต่างชาติ และเขาจะเยาะเย้ยท่าน กระทำหยาบคายแก่​ท่าน ถ่​มน​้ำลายรดท่าน เขาจะโบยตีและฆ่าท่านเสีย แล​้วในวั​นที​่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่” ฝ่ายเหล่าสาวกมิ​ได้​เข​้าใจในสิ่งเหล่านั้นเลย และคำนั้​นก​็​ถู​กซ่อนไว้จากเขา และเขาไม่​รู้​เนื้อความซึ่งพระองค์ตรั​สน​ั้น

แบ่งปัน
ลูกา 18 KJV