โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

กันดารวิถี 11:4-35 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

กันดารวิถี 11:4-35 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

คนที่ปะปนมากับเขาทั้งหลายเป็นพวกที่มีความอยากกินเป็นอย่างมาก และคนอิสราเอลก็ร้องไห้คร่ำครวญอีกด้วยว่า “ใครจะให้เนื้อเรากิน? เราคิดถึงปลาที่เราเคยกินโดยไม่ต้องซื้อในอียิปต์ อีกทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเทียม บัดนี้จิตใจของเราก็ห่อเหี่ยว เราไม่เห็นอะไรเลยนอกจากมานานี้” (มานานั้นเหมือนเมล็ดผักชี สีของมันเหมือนยางไม้ตะคร้ำ ประชาชนจะออกไปเก็บมาโม่ด้วยหินโม่หรือตำในครก และใส่หม้อต้มทำขนม รสของมานาเหมือนรสของขนมคลุกเคล้าด้วยน้ำมัน เมื่อน้ำค้างตกลงมาเหนือค่ายตอนกลางคืน มานาก็จะตกลงมากับน้ำค้างด้วย) เมื่อโมเสสได้ยินประชาชนร้องไห้กันไปทั่วตระกูลต่างๆ โดยแต่ละคนอยู่ที่ประตูเต็นท์ของตน และพระยาห์เวห์กริ้วอย่างยิ่ง โมเสสก็ไม่พอใจด้วย โมเสสจึงกราบทูลพระยาห์เวห์ว่า “ทำไมพระองค์จึงทรงให้ผู้รับใช้ของพระองค์ลำบากเช่นนี้? ทำไมข้าพระองค์จึงไม่เป็นที่โปรดปรานต่อพระองค์? พระองค์จึงทรงวางภาระเรื่องประชาชนทั้งหมดนี้ลงบนข้าพระองค์ ข้าพระองค์ตั้งครรภ์คนพวกนี้มาหรือ? ข้าพระองค์คลอดคนพวกนี้หรือ? พระองค์จึงตรัสกับข้าพระองค์ว่า ‘จงโอบอุ้มเขาทั้งหลายไว้ในอกของเจ้าเหมือนพี่เลี้ยงโอบอุ้มเด็กทารก และนำไปยังแผ่นดินที่พระองค์ทรงปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของเขา’ ข้าพระองค์จะหาเนื้อจากไหนมาให้แก่คนทั้งหมดนี้? เพราะพวกเขาร้องไห้ต่อข้าพระองค์ว่า ‘ขอเนื้อให้เรากิน’ ข้าพระองค์ไม่สามารถโอบอุ้มคนเหล่านี้แต่ลำพังเพราะเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับข้าพระองค์ ถ้าพระองค์จะทรงทำต่อข้าพระองค์เช่นนี้ และถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปราน ก็ขอทรงประหารข้าพระองค์ทันทีเถิด ขออย่าให้ข้าพระองค์เห็นความทุกข์ยากของข้าพระองค์เลย” พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้ารู้ว่าเป็นผู้ใหญ่ของประชาชนและเป็นเจ้าหน้าที่ของเขาทั้งหลาย จงพาพวกเขามาที่เต็นท์นัดพบและให้ยืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาจากวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้ามาใส่บนคนเหล่านั้นด้วย และให้เขาทั้งหลายแบกภาระของประชาชนเหล่านี้ร่วมกับเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ต้องแบกคนเดียว และจงกล่าวกับประชาชนว่า ‘ให้พวกท่านชำระตัวให้บริสุทธิ์ในวันพรุ่งนี้ และท่านจะได้รับประทานเนื้อเพราะพวกท่านร้องไห้ต่อพระกรรณของพระยาห์เวห์ว่า “ใครจะทำให้เรามีเนื้อกิน? เมื่ออยู่ในอียิปต์เราก็สุขสบาย” เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์จะประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลาย และพวกท่านจะได้รับประทาน ท่านจะได้รับประทานไม่ใช่แค่วันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่สิบวัน แต่หนึ่งเดือนเต็มๆ จนเนื้อล้นมาทางรูจมูกของพวกท่าน จนท่านเอือมระอา เพราะท่านทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระยาห์เวห์ผู้ประทับท่ามกลางพวกท่าน และร้องไห้เฉพาะพระพักตร์พระองค์กล่าวว่า “ทำไมเราจึงออกมาจากอียิปต์?” ’ ” แต่โมเสสกราบทูลว่า “คนที่ข้าพระองค์อยู่ด้วยนั้นเป็นผู้ชายหกแสนคน และพระองค์ตรัสว่า ‘เราจะให้เขาทั้งหลายกินเนื้อจนครบหนึ่งเดือน’ จะมีฝูงแพะแกะและฝูงโคเพียงพอที่จะฆ่าให้เขาทั้งหลายกินหรือ? หรือแม้จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลมา แล้วจะมีเพียงพอให้พวกเขากินหรือ?” พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์สั้นไปหรือ? บัดนี้เจ้าจะเห็นว่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่” โมเสสก็ออกไปบอกประชาชน ถึงพระดำรัสของพระยาห์เวห์ และท่านรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในประชาชนเจ็ดสิบคน แล้วให้พวกเขามายืนรอบๆ เต็นท์ และพระยาห์เวห์เสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส แล้วทรงเอาจากวิญญาณที่มีอยู่บนโมเสสใส่บนพวกผู้ใหญ่เจ็ดสิบคนนั้นด้วย เมื่อวิญญาณมาอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็เผยพระวจนะ แต่ก็ไม่ได้ทำอีกเลย มีสองคนที่ยังอยู่ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อีกคนหนึ่งชื่อเมดาด และวิญญาณมาอยู่บนเขาทั้งสอง (เขาทั้งสองอยู่ในกลุ่มคนที่ถูกจดชื่อไว้แต่ไม่ได้มาที่เต็นท์) และเขาทั้งสองก็เผยพระวจนะในค่าย มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย” และโยชูวาบุตรนูนซึ่งเป็นผู้รับใช้ของโมเสสตั้งแต่หนุ่มๆ กล่าวว่า “โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า โปรดห้ามเขาทั้งสองด้วย” แต่โมเสสบอกเขาว่า “ท่านเจ็บร้อนแทนข้าพเจ้าหรือ? ข้าพเจ้าอยากให้ประชาชนของพระยาห์เวห์เป็นผู้เผยพระวจนะทุกคน และข้าพเจ้าอยากให้พระยาห์เวห์ทรงใส่วิญญาณของพระองค์ไว้บนพวกเขา” โมเสสและพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลก็กลับไปที่ค่าย แล้วมีลมมาจากพระยาห์เวห์พัดพาฝูงนกคุ่มจากทะเลมาตกอยู่ที่ข้างค่ายโดยอยู่รอบๆ ทั้งค่าย อยู่ห่างออกไปจากค่ายเป็นระยะทางเดินหนึ่งวัน และอยู่สูงจากพื้นดินประมาณหนึ่งเมตร วันนั้นประชาชนก็เที่ยวจับนกคุ่มกันทั้งวันทั้งคืน และตลอดวันถัดมาด้วย (คนที่จับได้น้อยที่สุดก็ได้ไม่ต่ำกว่าพันกิโลกรัม) แล้วเขาทั้งหลายก็เอามากางตากกันทั่วโดยอยู่รอบๆ ค่าย เมื่อเนื้อนกยังอยู่ระหว่างฟันของเขาทั้งหลาย ยังไม่ทันได้เคี้ยว พระยาห์เวห์ก็กริ้วประชาชนอย่างยิ่ง พระองค์ทรงประหารประชาชนด้วยภัยพิบัติร้ายแรง เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้นว่าขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะเขาฝังศพคนทั้งหลายที่อยากกินอาหารที่นั่น ประชาชนยกออกเดินจากขิบโรทหัทธาอาวาห์ถึงฮาเซโรท และหยุดอยู่ที่ฮาเซโรท

กันดารวิถี 11:4-35 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

คนที่ปะปนมากับเขาทั้งหลายเป็นคนละโมบมาก ทั้งคนอิสราเอลก็ร้องไห้คร่ำครวญอีกว่า <<ผู้ใดจะให้เนื้อเรากิน เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเทียม บัดนี้จิตใจของเราก็เหี่ยวแห้งลง ไม่มีอะไรให้เราดูเลยนอกจากมานานี้>> มานานั้นเหมือนเมล็ดผักชี สีเหมือนยางไม้ตะคร้ำ ประชาชนก็เที่ยวออกไปเก็บมาโม่หรือตำในครก และใส่หม้อต้มทำขนม รสของมานาเหมือนรสขนมคลุกน้ำมัน กลางคืนเมื่อน้ำค้างตกมาเหนือค่าย มานาก็ตกมาด้วย โมเสสได้ยินประชาชนร้องไห้ไปทั่วตระกูลทั้งหลาย ต่างคนต่างอยู่ที่ประตูเต็นท์ของตน พระเจ้าทรงกริ้วยิ่งนัก โมเสสก็ร้อนใจด้วย โมเสสจึงกราบทูลพระเจ้าว่า <<ไฉนพระองค์จึงให้ผู้รับใช้ของพระองค์ยากเย็นเช่นนี้ เหตุใดข้าพระองค์ไม่เป็นที่โปรดปรานต่อพระองค์ พระองค์จึงทรงวางเรื่องของชนชาติทั้งหมดนี้อัน เป็นภาระหนักลงเหนือข้าพระองค์ ข้าพระองค์ตั้งครรภ์คนเหล่านี้มาหรือ ข้าพระองค์ยังคนเหล่านี้ให้เกิดมาหรือ พระองค์จึงตรัสแก่ข้าพระองค์ว่า <จงอุ้มเขาไว้ในอกของเจ้าอย่างคนเลี้ยงอุ้ม ลูกแดงนำมาสู่แผ่นดินที่พระองค์ปฏิญาณจะให้แก่ ปู่ย่าตายายของเขา> ข้าพระองค์จะได้เนื้อมาจากไหนให้คนทั้งหมดนี้ เพราะเขาร้องไห้ต่อข้าพระองค์ว่า <ขอเนื้อให้เรากิน> ข้าพระองค์ไม่สามารถหอบอุ้มคนเหล่านี้แต่ลำพัง ได้เป็นภาระหนักเกินแก่ข้าพระองค์ ถ้าพระองค์จะทรงกระทำแก่ข้าพระองค์อย่างนี้แล้ว และถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปราน ขอจงประหารข้าพระองค์เสียทันทีเถิด อย่าให้ข้าพระองค์แลเห็นความทุเรศของข้าพระองค์เลย>> พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้าทราบว่าเป็นคนผู้ใหญ่ในประชาชนและเป็น เจ้าหน้าที่เหนือเขาทั้งหลาย จงพาเขามาที่เต็นท์นัดพบให้เขายืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาจิตวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้ามาใส่บน คนเหล่านั้นเสียบ้าง ให้เขาทั้งหลายแบกภาระของชนชาตินี้ด้วยกันกับเจ้า เพื่อเจ้าจะมิได้ทนแบกอยู่แต่ลำพัง และจงกล่าวแก่คนทั้งปวงว่า <ท่านทั้งหลายจงชำระตัวให้บริสุทธิ์สำหรับพรุ่งนี้ ท่านจะได้รับประทานเนื้อเพราะท่านร้องไห้ต่อพระเนตร พระกรรณของพระเจ้าว่า <<ผู้ใดจะให้เนื้อเรากิน เมื่อเราอยู่ในอียิปต์เราก็สุขสบาย>> เพราะเหตุนี้พระเจ้าจะทรงประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลาย รับประทาน ท่านจะมิได้รับประทานวันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่สิบวัน แต่หนึ่งเดือนเต็ม จนเนื้อจะล้นออกมาทางรูจมูกของท่าน จนท่านเอือม เพราะท่านได้ทอดทิ้งพระเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย และได้ร้องไห้ต่อพระองค์กล่าวว่า <<ไฉนเราจึงได้ออกมาจากอียิปต์>> > >> แต่โมเสสกราบทูลว่า <<คนที่ข้าพระองค์อยู่ท่ามกลางเขานั้นเป็นทหารราบหกแสนคน และพระองค์ตรัสว่า <เราจะให้เนื้อเขาทั้งหลายกินครบเดือนหนึ่ง> จะเอาฝูงแพะแกะฝูงโคมาฆ่าให้เขาให้พอเขากินหรือ จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลให้เขาให้พอเขากินหรือ>> พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<พระหัตถ์ของพระเจ้าสั้นไปหรือ บัดนี้เจ้าจะเห็นว่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่>> โมเสสก็ออกไปบอกแก่คนทั้งปวง ถึงพระดำรัสของพระเจ้า และท่านได้รวบรวมพวกผู้ใหญ่ในประชาชนได้เจ็ดสิบคน แต่งตั้งเขาไว้ให้ยืนรอบเต็นท์ แล้วพระเจ้าเสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส และเอาวิญญาณที่มีอยู่บนโมเสสบ้าง ใส่บนพวกผู้ใหญ่เจ็ดสิบคนนั้น เมื่อวิญญาณอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็เผยพระวจนะ แต่เขาทั้งหลายก็ไม่ทำอีก ยังมีสองคนที่อยู่ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อีกคนหนึ่งชื่อเมดาดและวิญญาณอยู่บนเขา เขาเป็นคนที่ได้ลงทะเบียนไว้ แต่ไม่ได้มาที่เต็นท์ เขาเผยพระวจนะในค่าย มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า <<เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย>> และโยชูวาบุตรนูนเป็นผู้รับใช้ของโมเสสตั้งแต่หนุ่มๆ มากล่าวว่า <<โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า ขอห้ามเขาเสีย>> แต่โมเสสบอกเขาว่า <<ท่านเจ็บร้อนแทนเราหรือ เราใคร่ให้ประชาชนของพระเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะทุกคน และใคร่ให้พระเจ้าทรงใส่วิญญาณของพระองค์ไว้บนเขา เหล่านั้น>> โมเสสและพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลก็กลับไปค่าย มีลมพัดมาจากพระเจ้าพาฝูงนกคุ่มมาจากทะเล ให้มาตกอยู่ที่ข้างค่ายรอบค่ายทุกทิศ ห่างออกไปเป็นหนทางเดินวันหนึ่ง สูงพ้นพื้นดินประมาณสองศอก วันนั้นคนก็เที่ยวจับนกคุ่มทั้งวันและคืน และตลอดวันรุ่งขึ้นด้วย คนที่จับได้น้อยที่สุดได้ถึงสิบโฮเมอร์ แล้วเขาเอามาวางตากทั่วค่าย เมื่อนกยังติดฟันเขาทั้งหลายอยู่ ยังรับประทานไม่ทันหมด พระเจ้าทรงกริ้วประชาชนยิ่งนัก พระเจ้าก็ทรงประหารประชาชนเสียด้วยภัยพิบัติอย่างร้ายแรง เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้นว่าขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะที่นั่นเขาฝังศพคนทั้งปวงที่โลภอาหาร ประชาชนได้ยกเดินจากขิบโรทหัทธาอาวาห์ถึงฮาเซโรท และยับยั้งอยู่ที่ฮาเซโรท

กันดารวิถี 11:4-35 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ฝูงชนที่มากับพวกเขาเริ่มร้องหาอาหารอย่างอื่น และชาวอิสราเอลเริ่มคร่ำครวญอีกว่า “อยากกินเนื้อเหลือเกิน! นึกถึงปลาที่เราเคยกินกันในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ อีกทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ และกระเทียม แต่ขณะนี้เราเบื่ออาหาร เพราะเราไม่เคยเห็นอาหารอย่างอื่นนอกจากมานา!” มานามีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชี ดูคล้ายๆ ยางไม้ตะคร้ำ ประชากรเที่ยวเก็บมาตำหรือโม่เป็นแป้ง แล้วต้มและทำเป็นขนม มีรสชาติเหมือนขนมบางอย่างที่ทำจากน้ำมันมะกอก มานานั้นร่วงลงมาพร้อมกับหยาดน้ำค้างในเวลากลางคืน โมเสสได้ยินเสียงคร่ำครวญของผู้คนจากทุกครอบครัว แต่ละคนยืนอยู่หน้าทางเข้าเต็นท์ของเขา องค์พระผู้เป็นเจ้ากริ้วยิ่งนัก โมเสสเองก็ลำบากใจอย่างยิ่ง เขากราบทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ทำไมจึงทรงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เดือดร้อนเช่นนี้? ข้าพระองค์ทำสิ่งใดไม่เป็นที่พอพระทัยหรือ จึงทรงให้ข้าพระองค์แบกภาระทั้งหมดของชนชาตินี้? ข้าพระองค์ตั้งครรภ์คนเหล่านี้หรือ? ข้าพระองค์ให้กำเนิดเขาหรือ? จึงทรงให้ข้าพระองค์ประคบประหงมพวกเขาราวกับพี่เลี้ยงอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน กว่าจะไปถึงดินแดนที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา ข้าพระองค์จะไปหาเนื้อจากที่ไหนมาให้คนทั้งหมดนี้? พวกเขาคร่ำครวญกับข้าพระองค์ว่า ‘ให้พวกเราได้กินเนื้อเถิด!’ ข้าพระองค์ตัวคนเดียวหอบหิ้วประชากรทั้งหมดนี้ไปไม่ไหว เป็นภาระหนักเกินทน หากพระองค์จะทรงทำกับข้าพระองค์อย่างนี้ ก็โปรดเมตตาประหารข้าพระองค์เดี๋ยวนี้เถิด ถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ อย่าให้ข้าพระองค์ต้องเผชิญกับความหายนะเลย” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงนำผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนของอิสราเอลซึ่งเจ้ารู้จักในฐานะผู้นำและเจ้าหน้าที่ในหมู่ประชากรนั้นมาพบเรา ให้พวกเขามายืนอยู่กับเจ้าที่เต็นท์นัดพบ เราจะลงมาพูดกับเจ้าที่นั่น และจะเอาพระวิญญาณที่อยู่เหนือเจ้ามอบให้อยู่เหนือคนเหล่านั้นด้วย พวกเขาจะช่วยแบกภาระเรื่องประชากรร่วมกับเจ้า เจ้าจะได้ไม่ต้องรับงานนี้แต่ลำพัง “จงบอกเหล่าประชากรว่า ‘จงชำระตัวให้บริสุทธิ์ เตรียมพร้อมสำหรับพรุ่งนี้ซึ่งพวกเจ้าจะมีเนื้อกิน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ยินที่พวกเจ้าโอดครวญแล้วว่า “เราอยากกินเนื้อเหลือเกิน! อยู่ที่อียิปต์ยังดีเสียกว่า!” บัดนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจะให้เจ้ากินเนื้อ ไม่ใช่เพียงวันสองวัน ห้าวัน สิบวันหรือยี่สิบวัน แต่พวกเจ้าจะมีเนื้อกินหนึ่งเดือนเต็ม จนล้นออกมาทางจมูกจนเจ้าเอือม เพราะพวกเจ้าปฏิเสธ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และคร่ำครวญต่อพระองค์ว่า “ทำไมพวกเราต้องจากอียิปต์มา?” ’ ” แต่โมเสสกราบทูลว่า “ข้าพระองค์มีพลเดินเท้าถึงหกแสนคนยืนอยู่ที่นี่ แล้วพระองค์ยังตรัสว่า ‘เราจะให้เนื้อพวกเขากินตลอดหนึ่งเดือนเต็ม!’ ต่อให้เอาฝูงแพะ แกะ และวัวทั้งหมดมาฆ่ากินจะพอหรือ? หากจะจับปลาหมดทะเลมาให้พวกเขากินจะเพียงพอหรือ?” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบโมเสสว่า “มีอะไรที่เกินความสามารถขององค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ? คราวนี้เจ้าจะได้เห็นว่าที่เราพูดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่” ดังนั้นโมเสสจึงออกมาแจ้งพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ประชากรทั้งหลายทราบ และเรียกประชุมผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนมายืนเรียงรายรอบพลับพลา แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาในเมฆตรัสกับโมเสส และทรงนำพระวิญญาณที่อยู่เหนือโมเสสประทานให้อยู่เหนือผู้อาวุโสทั้งเจ็ดสิบคน เมื่อพระวิญญาณประทับอยู่เหนือพวกเขา เขาก็เผยพระวจนะอยู่ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เผยพระวจนะอีก แต่มีผู้อาวุโสสองคนในกลุ่มเจ็ดสิบคนคือ เอลดาดและเมดาดยังอยู่ในค่ายพัก ไม่ได้ออกไปที่พลับพลา พระวิญญาณก็เสด็จมาเหนือพวกเขาด้วย และพวกเขาก็เผยพระวจนะอยู่ในค่าย ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้โมเสสทราบว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย” โยชูวาบุตรนูนซึ่งคอยรับใช้โมเสสมาตั้งแต่หนุ่มๆ ท้วงว่า “โมเสส เจ้านายของข้าพเจ้า โปรดห้ามเขาเถิด!” แต่โมเสสตอบว่า “ท่านเดือดร้อนแทนเราหรือ? เราอยากให้ประชากรทุกคนขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะและให้องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระวิญญาณเหนือพวกเขา!” แล้วโมเสสและบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลก็กลับไปยังค่ายพัก ทันใดนั้นมีกระแสลมจากองค์พระผู้เป็นเจ้าพัดพานกคุ่มจากทะเลมาตกอยู่รอบ ค่ายทุกทิศ สูงพ้นพื้นดิน 2 ศอก เป็นรัศมีเท่ากับระยะทางที่เดินได้ในหนึ่งวัน ประชากรพากันออกไปจับนกมาฆ่ากินทั้งวันทั้งคืนและตลอดวันรุ่งขึ้น แต่ละคนจับนกคุ่มได้อย่างน้อยคนละประมาณ 2.2 กิโลลิตร พวกเขาเอาเนื้อนกคุ่มตากไว้รอบค่าย แต่ขณะที่เนื้อยังคาปาก ยังไม่ได้กลืนลงไป พระพิโรธขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็พลุ่งขึ้นต่อประชากร พระองค์ทรงประหารพวกเขาด้วยโรคระบาดอย่างรุนแรง สถานที่แห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า ขิบโรทหัทธาอาวาห์ แปลว่า สุสานแห่งความตะกละ เพราะที่นั่นพวกเขาได้ฝังคนที่ตะกละกินอาหารอื่น พวกเขาเดินทางต่อจากขิบโรทหัทธาอาวาห์มาถึงฮาเซโรท และพักอยู่ที่นั่น

กันดารวิถี 11:4-35 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พวก​ที่​ชอบ​ก่อ​ปัญหา อยาก​ได้​อาหาร​ที่​ดี​กว่า​นี้ และ​ชาว​อิสราเอล​เอง​ร้องไห้​คร่ำครวญ​อีก​ครั้ง พวกเขา​พูด​ว่า “ใคร​จะ​ให้​เนื้อ​เรา​กิน เรา​คิดถึง​เนื้อ​ปลา​ที่​เรา​ได้​กิน​ใน​อียิปต์ ไม่​ต้อง​จ่าย​อะไร​เลย ยัง​มี​แตงกวา แตงโม ต้น​หอม หัว​หอม​และ​กระเทียม แต่​ตอนนี้​ชีวิต​ของ​เรา​ช่าง​แห้ง​แล้ง​เสีย​เหลือ​เกิน ไม่​มี​อะไร​เลย นอก​จาก​มานานี้” (มานา​มี​ลักษณะ​เหมือน​เมล็ด​ผักชี มี​สี​เหมือน​ยาง​ไม้ ผู้คน​จะ​ไป​เก็บ​รวบรวม​มัน​และ​นำ​ไป​บด​ด้วย​โม่​หิน​หรือ​ตำ​ด้วย​ครก​และ​ต้ม​ใน​หม้อ​และ​ทำ​เป็น​แผ่น​ขนมปัง รสชาติ​เหมือน​กับ​ขนมปัง​แผ่น​ที่​อบ​กับ​น้ำมัน ตอน​กลาง​คืน เมื่อ​น้ำค้าง​ตกใน​ค่าย มานา​จะ​ตก​ลง​มา​พร้อมๆ​กับ​น้ำค้าง​นั้น) ผู้คน​ใน​แต่​ละ​ตระกูล ต่าง​พา​กัน​ยืน​อยู่​หน้า​เต็นท์​ของ​ตัวเอง​ร้องไห้​คร่ำครวญ​กัน โมเสส​ได้ยิน​เสียงนั้น พระยาห์เวห์​โกรธ และ​โมเสส​ก็​ไม่​พอใจ โมเสส​ถาม​พระยาห์เวห์​ว่า “ทำไม​พระองค์​ถึง​ทำให้​เกิด​ปัญหา​พวกนี้​กับ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ ทำไม​พระองค์​ไม่​ชอบ​ข้าพเจ้า ถึง​ได้​ให้​ข้าพเจ้า​ต้อง​แบก​ภาระ​ของ​คน​พวกนี้​ทั้งหมด ข้าพเจ้า​ตั้ง​ท้อง​พวกนี้​มา​หรือ ข้าพเจ้า​คลอด​พวกนี้​มา​หรือ พระองค์​ถึง​ได้​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘อุ้ม​พวกเขา​ไว้​แนบ​อก​เหมือน​คน​เลี้ยง​ที่​อุ้ม​เด็ก​ทารก​ไว้’ เพื่อ​นำ​พวกเขา​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา เมื่อ​พวกเขา​มา​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อหน้า​ข้าพเจ้า พูด​ว่า ‘ให้​เนื้อสัตว์​พวกเรา​กิน​หน่อย’ แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​ไป​หา​เนื้อสัตว์​จาก​ที่​ไหน​มา​ให้​คน​พวกนี้ ลำพัง​ข้าพเจ้า​คนเดียว ไม่​สามารถ​แบก​คน​เหล่านี้​ได้​ทั้งหมด​หรอก มัน​มาก​เกิน​ไป​สำหรับ​ข้าพเจ้า ถ้า​พระองค์​จะ​ทำ​อย่างนี้​กับ​ข้าพเจ้า ฆ่า​ข้าพเจ้า​เลย​ดีกว่า ถ้า​พระองค์​พอใจ​ข้าพเจ้า ก็​ให้​ข้าพเจ้า​ตาย​ไป​ดีกว่า จะ​ได้​ไม่​ต้อง​เจอ​กับ​ปัญหา​พวกนี้​อีก​ต่อ​ไป” พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “ไป​รวบรวม​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​มา​ให้​เรา​เจ็ดสิบ​คน เอา​คน​ที่​เจ้า​รู้​ว่า​เป็น​ผู้​อาวุโส และ​ผู้นำ​ของ​ประชาชน แล้ว​พา​พวกเขา​มา​ที่​เต็นท์​นัดพบ และ​ให้​พวกเขา​ยืน​อยู่​ที่นั่น​กับ​เจ้า แล้ว​เรา​จะ​ลง​มา​และ​พูด​กับ​เจ้า​ที่นั่น พระวิญญาณ​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​นี้ เรา​จะ​เอา​ส่วน​หนึ่ง​ไป​ให้​กับ​พวกเขา พวกเขา​จะ​ช่วย​แบก​ภาระ​ของ​ประชาชน​กับ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​แบก​คน​เดียว ให้​บอก​กับ​ประชาชน​ว่า ‘ชำระ​ตัว​ของ​เจ้า​ให้​บริสุทธิ์​สำหรับ​วัน​พรุ่งนี้ พรุ่งนี้​เจ้า​จะ​ได้​กิน​เนื้อ เพราะ​เจ้า​ได้​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์​ว่า “ใคร​จะ​เอา​เนื้อ​มา​ให้​พวกเรา​กิน อยู่​ที่​อียิปต์​ดี​กว่า​นี้​เยอะ​เลย” พระยาห์เวห์​จะ​ให้​เนื้อ​กับ​พวกท่าน และ​พวกท่าน​จะ​ได้​กิน​มัน ท่าน​จะ​ไม่​ได้​กิน​แค่​วัน​สอง​วัน​หรือ​ห้า​วัน หรือ​สิบ​วัน​หรือ​ยี่สิบ​วัน​เท่านั้น แต่​ท่าน​จะ​ได้​กิน​ตลอด​ทั้งเดือน จน​มัน​ทะลัก​ออก​มา​ทาง​จมูก ท่าน​จะ​กิน​จน​ขยะแขยง​ไป​เลย มัน​จะ​เป็น​อย่างนี้ เพราะ​ท่าน​ปฏิเสธ​พระยาห์เวห์​ที่​อยู่​ท่ามกลาง​ท่าน และ​มา​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อหน้า​พระองค์​ว่า “ทำไม​เรา​ถึง​ต้อง​ออก​มา​จาก​อียิปต์​กัน”’” โมเสส​พูด​ว่า “มี​ทหาร​เดิน​เท้า​ตั้ง​หกแสน​คน​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า​ที่นี่ แต่​พระองค์​ยัง​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เนื้อสัตว์​กับ​พวกเขา​กิน​กัน​ทั้ง​เดือน’ ถึง​ฆ่า​แกะ​และ​วัว​หมด​ทั้งฝูง ก็​ยัง​ไม่​พอ​ให้​พวกเขา​กิน​เลย ถึง​จับ​ปลา​มา​หมดทะเล ก็​ยัง​ไม่​พอ​เลี้ยง​พวกเขา​เลย” พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เจ้า​คิด​ว่า​มือ​ของ​พระยาห์เวห์​สั้น​ไป​หรือ​ยังไง เดี๋ยว​เจ้า​จะ​ได้​เห็น​ว่า​สิ่ง​ที่​เรา​พูด​นั้น​จะ​เกิดขึ้น​กับเจ้าไหม” โมเสส​ออก​ไป​บอก​กับ​ประชาชน​ว่า​พระยาห์เวห์​พูด​อะไร โมเสส​ได้​รวบรวม​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​มา​เจ็ดสิบ​คน โมเสส​ให้​พวกเขา​มา​ยืน​อยู่​รอบๆ​เต็นท์ แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​ลง​มา​ใน​เมฆ และ​พูด​กับ​โมเสส พระองค์​เอา​วิญญาณ​บาง​ส่วน​ที่​อยู่​กับ​โมเสส ไป​ใส่​ไว้​ใน​ผู้​อาวุโส​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คนนั้น เมื่อ​พระวิญญาณ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ตัว​พวกเขา พวกเขา​ก็​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี แต่​หลังจากนั้น​พวกเขา​ก็​ไม่​เคย​ทำ​อย่างนั้น​อีก​เลย ยัง​มี​ผู้​อาวุโส​สอง​คน​ที่​ไม่​ได้​มา แต่​ยัง​คง​อยู่​ใน​ค่าย คน​หนึ่ง​ชื่อ​เอลดาด อีก​คน​ชื่อ​เมดาด พระวิญญาณ​ก็​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ตัว​พวกเขา พวกเขา​ก็​อยู่​ใน​กลุ่ม​ของ​ผู้​อาวุโส​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คนนั้น​ด้วย แต่​พวกเขา​ไม่​ได้​ไป​ที่​เต็นท์ ดังนั้น พวกเขา​จึง​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี​อยู่​ใน​ค่าย ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​ออก​มา​บอก​กับ​โมเสส​ว่า “เอลดาด​และ​เมดาด​กำลัง​ตะโกน​พระคำ​ด้วย​ความ​ยินดี​อยู่​ใน​ค่าย” โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน พูด​กับ​โมเสส​ว่า “โมเสส นาย​ท่าน หยุด​พวกเขา​เถิด” โยชูวา เป็น​ผู้ช่วย​ของ​โมเสส​ตั้งแต่​โยชูวา​ยัง​เป็น​หนุ่ม แต่​โมเสส​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “อิจฉา​แทน​เรา​หรือ เรา​อยาก​จะ​ให้​คน​ของ​พระยาห์เวห์​ทุกคน​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี เรา​อยาก​ให้​พระยาห์เวห์​ใส่​พระวิญญาณ​ลง​ใน​ตัว​พวกเขา” แล้ว​โมเสส​และ​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ก็​กลับ​เข้า​ค่าย มี​ลม​พัด​มา​จาก​พระยาห์เวห์ และ​ได้​พา​เอา​นกคุ่ม​มา​จาก​ทะเล​มา​ตก​กระจัด​กระจาย​อยู่​รอบ​ค่าย มี​นกคุ่ม​มากมาย​ทั่ว​ทุกทิศ มี​ระยะทาง​ยาว​เท่ากับ​คน​เดิน​หนึ่ง​วัน และ​มัน​ตก​ทับถม​กัน​สูง​ถึง​สอง​ศอก ผู้คน​ต่าง​ออก​ไป​เก็บ​นกคุ่ม​พวกนั้น​ตลอด​ทั้งวัน​ทั้งคืน​ไป​จนกระทั่ง​ถึง​อีก​วัน​หนึ่ง​เต็มๆ พวกเขา​เก็บ​ได้​อย่าง​น้อย​คนละ​สองพัน​สองร้อย​ลิตร พวกเขา​ตาก​นกคุ่ม​ไป​ทั่ว​ค่าย ใน​ระหว่าง​ที่​เนื้อ​ยัง​อยู่​ระหว่าง​ฟัน ยัง​ไม่​ทัน​กัด​กิน​กัน​เลย พระยาห์เวห์​ก็​โกรธ​พวกเขา พระองค์​ทำ​ให้​พวกเขา​เป็น​โรค​ระบาด​อย่าง​ร้ายแรง พวกเขา​จึง​ตั้งชื่อ​สถานที่​นั้น​ว่า ขิบโรท-หัทธาอาวาห์ เพราะ​ที่​นั่น​พวกเขา​ได้​ฝังศพ​ของ​คน​ที่​กระหาย​อยาก​กิน​เนื้อสัตว์ ประชาชน​ออก​เดินทาง​จาก​ขิบโรท-หัทธาอาวาห์​ไป​ถึง​ฮาเซโรท และ​พวกเขา​ก็​พัก​อยู่​ที่นั่น

กันดารวิถี 11:4-35 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

คน​ชาติ​อื่น​ใน​หมู่​ชาว​อิสราเอล​นึก​อยากจะ​กิน​อาหาร​บาง​ชนิด​เป็น​อย่าง​ยิ่ง ชาว​อิสราเอล​นั่ง​ร่ำไห้​อีก และ​พูด​กัน​ว่า “ใคร​จะ​ให้​เนื้อ​พวก​เรา​กิน​ได้​บ้าง​นี่ พวก​เรา​ยัง​จำ​ได้​ว่า​มี​ปลา​ที่​เคย​กิน​ใน​อียิปต์​โดย​ไม่​ต้อง​เสีย​เงิน อีก​ทั้ง​แตงกวา แตงโม ต้นหอมเทศ หัวหอม และ​กระเทียม บัดนี้​ชีวิต​จิตใจ​ของ​เรา​ห่อเหี่ยว แต่ก็​ไม่​เห็น​สิ่งใด​นอกจาก​มานา​นี้​เท่า​นั้น” มานา​เป็น​เหมือน​เมล็ด​ผักชี และ​มี​ลักษณะ​คล้าย​กับ​ยาง​ไม้​หอม ผู้​คน​เดิน​เก็บ​มานา​มา​บด​ด้วย​โม่​หรือ​ใส่​ครก​ตำ ใส่​หม้อ​ต้ม​เพื่อ​ทำ​เป็น​ขนม มี​รสชาติ​เหมือน​ขนม​อบ​กับ​น้ำมัน ยาม​น้ำค้าง​ลง​ใน​ยาม​ค่ำ​ที่​ค่าย มานา​ก็​ตกลง​มา​พร้อม​กับ​น้ำค้าง​นั้น โมเสส​ได้ยิน​ผู้​คน​ของ​แต่​ละ​ครอบครัว​ยืน​ร่ำไห้​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​ประตู​กระโจม​ของ​ตนเอง พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​โกรธกริ้ว​มาก และ​โมเสส​เอง​ก็​เป็น​ทุกข์ โมเสส​พูด​กับ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ว่า “ทำไม​พระ​องค์​จึง​ทำ​ให้​ผู้​รับใช้​ของ​พระ​องค์​ต้อง​ลำบาก และ​ทำไม​ข้าพเจ้า​ไม่​เป็น​ที่​โปรดปราน​ใน​สายตา​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​จึง​ได้​ให้​ข้าพเจ้า​แบก​ภาระ​ของ​ประชาชน​ทั้ง​หมด​นี้ ข้าพเจ้า​ตั้งครรภ์​ผู้​คน​เหล่า​นี้​มา​หรือ ข้าพเจ้า​ให้​พวก​เขา​เกิด​มา​ใน​โลก​นี้​หรือ พระ​องค์​จึง​ได้​กล่าว​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘จง​อุ้ม​เขา​ไว้​แนบ​อก​เหมือน​ผู้​เลี้ยง​อุ้ม​ทารก และ​นำ​เขา​เข้าไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​พระ​องค์​ปฏิญาณ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา’ ข้าพเจ้า​จะ​ไป​เอา​เนื้อ​จาก​ไหน​มา​ให้​คน​เหล่า​นี้​ได้​ทั้ง​หมด พวก​เขา​ร่ำไห้​ต่อหน้า​ข้าพเจ้า​และ​ขอ​ว่า ‘ขอ​ให้​พวก​เรา​ได้​กิน​เนื้อ​เถิด’ ข้าพเจ้า​ไม่​สามารถ​ดูแล​ประชาชน​ทั้ง​หมด​ตาม​ลำพัง​ได้ ภาระ​นี้​หนัก​เกิน​ไป​สำหรับ​ข้าพเจ้า ถ้า​พระ​องค์​จะ​ทำ​กับ​ข้าพเจ้า​เช่นนี้ ก็​ฆ่า​ข้าพเจ้า​ให้​ตาย​ทันที​ไป​เสีย​เลย หากว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​ที่​โปรดปราน​ของ​พระ​องค์ ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​เห็น​ความ​น่า​สมเพช​ของ​ตัวเอง” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “จง​รวบรวม​ชาย 70 คน​จาก​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​อิสราเอล​ให้​เรา เป็น​คน​ที่​เจ้า​รู้ว่า​เป็น​ผู้ใหญ่​และ​เจ้าหน้าที่​มี​อำนาจ​เหนือ​ประชาชน พา​พวก​เขา​มา​ยัง​กระโจม​ที่​นัดหมาย​และ​ให้​ยืน​อยู่​พร้อม​กับ​เจ้า​ที่นั่น แล้ว​เรา​จะ​ลง​มา​พูด​กับ​เจ้า​ที่นั่น เรา​จะ​ให้​พระ​วิญญาณ​ที่​อยู่​บน​ตัว​เจ้า​มา​อยู่​บน​ตัว​พวก​เขา​ด้วย แล้ว​พวก​เขา​จะ​รับ​ภาระ​ของ​ประชาชน​ไป​พร้อม​กัน​กับ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​ต้อง​แบก​ตาม​ลำพัง จง​บอก​ประชาชน​ว่า ‘ชำระ​ตัว​ให้​บริสุทธิ์​สำหรับ​วัน​พรุ่งนี้ แล้ว​เจ้า​จะ​ได้​เนื้อ​รับประทาน เพราะ​เรา​ได้ยิน​พวก​เจ้า​ร้อง​คร่ำครวญ​ว่า “ใคร​จะ​ให้​เนื้อ​แก่​พวก​เรา​กิน พวก​เรา​อยู่​ดีกว่า​นี้​ใน​อียิปต์” ฉะนั้น​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ให้​เนื้อ​แก่​พวก​ท่าน แล้ว​พวก​ท่าน​ก็​จะ​ได้​รับประทาน ท่าน​จะ​ได้​รับประทาน​ไม่ใช่​แค่​วัน​เดียว หรือ 2 วัน 5 วัน 10 หรือ 20 วัน​เท่า​นั้น แต่​นาน​ถึง 1 เดือน​เต็ม​จน​ท่าน​เหม็น​เบื่อ​เอือม​ระอา เพราะ​ท่าน​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​ท่าน และ​พวก​ท่าน​ยัง​มา​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อหน้า​พระ​องค์​ว่า “ทำไม​พวก​เรา​จึง​ได้​ออกมา​จาก​อียิปต์”’” แต่​โมเสส​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​อยู่​ท่าม​กลาง​ชาย​ฉกรรจ์ 600,000 คน และ​พระ​องค์​กล่าว​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เนื้อ​พวก​เขา​กิน​ได้​นาน​ถึง 1 เดือน​เต็ม’ มี​ฝูง​แพะ​แกะ​และ​โค​มาก​พอ​ไว้​ฆ่า​สำหรับ​พวก​เขา​หรือ มี​ปลา​ใน​ทะเล​มาก​พอ​ที่​จะ​ให้​พวก​เขา​ไหม” และ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “มือ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สั้น​เกิน​ไป​หรือ บัดนี้​เจ้า​จะ​เห็น​ว่า​คำ​ของ​เรา​จะ​เป็น​จริง​เพื่อ​เจ้า​หรือ​ไม่” โมเสส​ออก​ไป​บอก​ประชาชน​ว่า​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​ว่า​อย่างไร และ​รวบรวม​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​ประชาชน 70 คน​ให้​ยืน​อยู่​รอบ​กระโจม พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ลง​มา​ใน​ลักษณะ​ของ​ก้อน​เมฆ​และ​กล่าว​กับ​ท่าน และ​ให้​พระ​วิญญาณ​ที่​อยู่​บน​ตัว​ท่าน​มา​อยู่​บน​ตัว​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่ 70 คน​ด้วย เมื่อ​พระ​วิญญาณ​สถิต​บน​พวก​เขา​แล้ว พวก​เขา​ก็​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า แต่​หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​ไม่ได้​เผย​คำ​กล่าว​อีก​เลย มี​ชาย 2 คน​ที่​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย คน​หนึ่ง​ชื่อ​เอลดาด อีก​คน​ชื่อ​เมดาด และ​พระ​วิญญาณ​อยู่​บน​ตัว​เขา​ทั้ง​สอง​ซึ่ง​มี​ชื่อ​บันทึก​อยู่​ใน​บรรดา​ผู้​นำ แต่​ยัง​ไม่ได้​ออก​ไป​ที่​กระโจม ฉะนั้น​เขา​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ใน​ค่าย มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​มา​บอก​โมเสส​ว่า “เอลดาด​และ​เมดาด​กำลัง​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ใน​ค่าย” และ​โยชูวา​บุตร​ของ​นูน​รับใช้​โมเสส​ตั้งแต่​หนุ่ม​พูด​ว่า “โมเสส นาย​ท่าน​ห้าม 2 คน​นั้น​เถิด” แต่​โมเสส​ตอบ​ว่า “ท่าน​อิจฉา​แทน​เรา​หรือ เรา​ปรารถนา​ให้​ชน​ชาติ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เป็น​ผู้​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า แล้ว​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ให้​พระ​วิญญาณ​ของ​พระ​องค์​อยู่​บน​ตัว​เขา​ทุกคน” โมเสส​และ​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​อิสราเอล​ก็​กลับ​ค่าย​ไป ครั้น​แล้ว​ก็​มี​ลมพัด​มาจาก​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​นำ​นก​กระทา​มาจาก​ทะเล บิน​ลง​มา​อาศัย​อยู่​รอบ​ค่าย​ใน​ระยะ​ห่าง​เท่ากับ​เดิน​ไป​ได้ 1 วัน และ​สูง​จาก​พื้นดิน​ประมาณ 2 ศอก ผู้​คน​พา​กัน​ลุก​ขึ้น​จับ​นก​กระทา​ใน​วัน​นั้น​ตลอด​วัน​ตลอด​คืน​และ​ตลอด​ใน​วัน​รุ่งขึ้น​ด้วย คน​ที่​จับ​ได้​น้อย​ที่สุด​ได้ 10 โฮเมอร์ แล้ว​เขา​ก็​ตาก​เนื้อ​มัน​ไว้​ที่​รอบ​ค่าย แต่​ขณะที่​เศษ​เนื้อ​ยัง​ติด​อยู่​ที่​ฟัน​และ​ยัง​เคี้ยว​ไม่​หมด​เสีย​ด้วย​ซ้ำ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กริ้ว​ผู้​คน​เหล่า​นั้น​มาก พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จึง​ทำ​ให้​พวก​เขา​เป็น​โรค​ระบาด​ร้ายแรง ฉะนั้น​จึง​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า ขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะ​เป็น​สถานที่​ฝัง​บรรดา​ผู้​มี​ความ​ตะกละ​อย่าง​ยิ่ง ประชาชน​ออก​เดินทาง​จาก​ขิบโรทหัทธาอาวาห์​ไปยัง​ฮาเซโรท แล้ว​พวก​เขา​ก็​หยุด​พัก​อยู่​ที่​นั่น

กันดารวิถี 11:4-35 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

คนที​่ปะปนมากับเขาทั้งหลายเป็นคนโลภมาก ทั้งคนอิสราเอลก็​ร้องไห้​คร่ำครวญอี​กว่า “​ผู้​ใดจะให้เนื้อเรากิน เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเที​ยม บัดนี้​จิ​ตใจของเราก็​เห​ี่ยวแห้งลง ไม่มี​อะไรให้เราดูเลยนอกจากมานานี้” มานานั้นเหมือนเมล็ดผักชี สี​เหมือนยางไม้​หอม ประชาชนก็​เท​ี่ยวออกไปเก็บมาโม่หรือตำในครกและใส่หม้อต้มทำขนม รสของมานาเหมือนรสน้ำมันสด กลางคืนเมื่อน้ำค้างตกมาเหนือค่าย มานาก็ตกมาด้วย โมเสสได้ยินประชาชนร้องไห้ไปทั่วครอบครั​วท​ั้งหลาย ต่างคนต่างอยู่​ที่​ประตู​เต็นท์​ของตน พระเยโฮวาห์ทรงกริ้วยิ่งนัก โมเสสก็​ไม่​พอใจด้วย โมเสสจึงกราบทูลพระเยโฮวาห์​ว่า “ไฉนพระองค์จึงให้​ผู้รับใช้​ของพระองค์ลำบากลำบนเช่นนี้ เหตุ​ใดข้าพระองค์​ไม่​เป็​นที​่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ พระองค์​จึงทรงวางภาระของชนชาติทั้งหมดนี้ลงบนข้าพระองค์ ข้าพระองค์​ตั้งครรภ์​คนเหล่านี้มาหรือ ข้าพระองค์ยังคนเหล่านี้​ให้​เก​ิดมาหรือ พระองค์​จึงตรัสแก่ข้าพระองค์​ว่า ‘จงอุ้มเขาไว้ในอกของเจ้าอย่างพ่​อบ​ุญธรรมอุ้​มล​ูกแดงนำมาสู่​แผ่​นดิ​นที​่​พระองค์​ปฏิญาณจะให้​แก่​บรรพบุรุษของเขา’ ข้าพระองค์จะได้เนื้อมาจากไหนให้คนทั้งหมดนี้ เพราะเขาร้องไห้ต่อข้าพระองค์​ว่า ‘ขอเนื้อให้เรากิน’ ข้าพระองค์​ไม่​สามารถหอบอุ้มคนเหล่านี้​แต่​ลำพังได้ เป็นภาระหนักเกินแก่ข้าพระองค์ ถ้าพระองค์จะทรงปฏิบั​ติ​แก่​ข้าพระองค์​อย่างนี้​แล้ว ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ถ้าข้าพระองค์เป็​นที​่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ ขอทรงประหารข้าพระองค์เสียทั​นที​เถิด อย่าให้ข้าพระองค์แลเห็นความทุเรศของข้าพระองค์​เลย​” พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมพวกผู้​ใหญ่​ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่​เจ้​าทราบว่าเป็นคนผู้​ใหญ่​ในประชาชนและเป็นเจ้าหน้าที่เหนือเขาทั้งหลาย จงพาเขามาที่​พล​ับพลาแห่งชุ​มนุ​มให้เขายืนอยู่​พร​้อมกับเจ้าที่​นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่​นั่น และเราจะเอาวิญญาณที่​มี​อยู่​บนเจ้ามาใส่บนคนเหล่านั้นเสียบ้าง ให้​เขาทั้งหลายแบกภาระของชนชาติ​นี้​ด้วยกั​นก​ับเจ้า เพื่อเจ้าจะมิ​ได้​ทนแบกอยู่​แต่ลำพัง และจงกล่าวแก่คนทั้งปวงว่า ‘ท่านทั้งหลายจงชำระตัวให้​บริสุทธิ์​สำหรับพรุ่งนี้ ท่านจะได้รับประทานเนื้อ เพราะท่านร้องไห้ต่อพระกรรณของพระเยโฮวาห์​ว่า “​ผู้​ใดจะให้เนื้อเรากิน เมื่อเราอยู่ในอียิปต์เราก็​สุขสบาย​” เพราะเหตุนี้​พระเยโฮวาห์จะทรงประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลายรับประทาน ท่านจะมิ​ได้​รับประทานวันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่​สิ​บวัน แต่​หน​ึ่งเดือนเต็ม จนเนื้อจะล้นออกมาทางรู​จม​ูกของท่าน จนท่านเอื​อม เพราะท่านได้ทอดทิ้งพระเยโฮวาห์​ผู้​อยู่​ท่ามกลางท่านทั้งหลาย และได้​ร้องไห้​ต่อพระองค์​กล่าวว่า “ไฉนเราจึงได้ออกมาจากอียิปต์”’” แต่​โมเสสกราบทูลว่า “​คนที​่ข้าพระองค์​อยู่​ท่ามกลางเขานั้นเป็นทหารราบหกแสนคน และพระองค์ตรั​สว​่า ‘เราจะให้เนื้อเขาทั้งหลายกินครบเดือนหนึ่ง’ จะเอาฝูงแพะแกะฝูงวัวมาฆ่าให้เขาให้พอเขากินหรือ จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลให้เขาให้พอเขากินหรือ” พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์สั้นไปหรือ บัดนี้​เจ้​าจะเห็​นว​่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่” โมเสสก็ออกไปบอกแก่คนทั้งปวงถึงพระดำรัสของพระเยโฮวาห์ และท่านได้รวบรวมพวกผู้​ใหญ่​ในประชาชนได้​เจ​็ดสิบคน แต่​งตั้งเขาไว้​ให้​ยืนรอบพลับพลา แล​้วพระเยโฮวาห์เสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส และเอาวิญญาณที่​มี​อยู่​บนโมเสสบ้างใส่บนพวกผู้​ใหญ่​เจ​็ดสิบคนนั้น และต่อมาเมื่อวิญญาณอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็​พยากรณ์ แต่​เขาทั้งหลายก็​ไม่​ทำอีก ยั​งม​ีสองคนที่​อยู่​ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อี​กคนหนึ่งชื่อเมดาด และวิญญาณอยู่บนเขา เขาเป็นคนที่​ได้​ลงทะเบียนไว้ แต่​ไม่ได้​มาที่​พลับพลา เขาพยากรณ์ในค่าย มี​ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังพยากรณ์​อยู่​ในค่าย” และโยชู​วาบ​ุตรชายนูนเป็นผู้​รับใช้​ของโมเสส เป็นคนหนุ่ม มากล่าวว่า “โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า ขอห้ามเขาเสีย” แต่​โมเสสบอกเขาว่า “ท่านเจ็บร้อนแทนเราหรือ เราใคร่​ให้​ประชาชนของพระเยโฮวาห์เป็นผู้​พยากรณ์​ทุกคน และใคร่​ให้​พระเยโฮวาห์ทรงใส่วิญญาณของพระองค์​ไว้​บนเขาเหล่านั้น” โมเสสและพวกผู้​ใหญ่​ของคนอิสราเอลก็​กล​ับไปค่าย มี​ลมพัดมาจากพระเยโฮวาห์พาฝูงนกคุ่มมาจากทะเล ให้​มาตกอยู่​ที่​ข้างค่ายรอบค่ายทุกทิศห่างออกไปเป็นหนทางเดิ​นว​ันหนึ่ง สูงพ้นพื้นดินประมาณสองศอก วันนั้นประชาชนก็​ลุ​กขึ้นเที่ยวจับนกคุ่​มท​ั้งวันและคืนและตลอดวั​นร​ุ่งขึ้นด้วย คนที​่​จับได้​น้อยที่สุดได้ถึงสิบโฮเมอร์ แล​้วเขาเอามาวางตากทั่วค่าย เมื่อเนื้อยังติดฟันเขาทั้งหลายอยู่ ยังรับประทานไม่ทันหมด พระเยโฮวาห์ทรงกริ้วประชาชนยิ่งนัก พระเยโฮวาห์​ก็​ทรงประหารประชาชนเสียด้วยภัยพิบั​ติ​อย่างร้ายแรง เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้​นว​่า ขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะที่นั่นเขาฝังศพคนทั้งปวงที่​โลภมาก ประชาชนได้ยกเดินจากขิบโรทหัทธาอาวาห์ถึงฮาเซโรทและยับยั้งที่ฮาเซโรท