โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

กันดารวิถี 16:36-50 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

กันดารวิถี 16:36-50 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกเอเลอาซาร์บุตรอาโรนปุโรหิต ให้นำกระถางไฟออกจากกองไฟ และกระจายก้อนถ่านไฟออกไปไกลๆ เพราะกระถางไฟเหล่านั้นเป็นของบริสุทธิ์ กระถางไฟของคนเหล่านี้ที่ทำบาปจนต้องเสียชีวิตนั้น พวกเจ้าจงตีแผ่ออกเป็นแผ่นคลุมแท่นบูชา เพราะพวกเขาได้ถวายกระถางเหล่านั้นต่อพระยาห์เวห์ จึงเป็นของบริสุทธิ์ และจงให้สิ่งเหล่านี้เป็นหมายสำคัญแก่คนอิสราเอล” ดังนั้นเอเลอาซาร์ปุโรหิตจึงนำกระถางไฟทองสัมฤทธิ์ ซึ่งพวกที่ถูกไฟเผานำไปถวายบูชานั้นมาตีแผ่ออกเป็นแผ่นคลุมแท่นบูชา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนอิสราเอลว่าคนสามัญที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของอาโรนนั้นห้ามเข้าไปเผาเครื่องหอมเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ มิฉะนั้นจะเป็นอย่างโคราห์และพรรคพวกของเขา เหมือนดังที่พระยาห์เวห์ตรัสกับเอเลอาซาร์ผ่านโมเสส พอรุ่งขึ้นชุมนุมชนอิสราเอลก็บ่นว่าโมเสสและอาโรนว่า “ท่านทั้งสองทำให้คนของพระยาห์เวห์เสียชีวิต” และเมื่อชุมนุมชนมาประชุมต่อต้านโมเสสและอาโรน พวกเขาหันหน้ามาสู่เต็นท์นัดพบ และดูสิ เมฆมาปกคลุมเต็นท์นั้น และพระสิริของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏ โมเสสกับอาโรนจึงมาที่หน้าเต็นท์นัดพบ และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงออกไปจากท่ามกลางชุมนุมชนนี้ เพื่อเราจะผลาญเขาทั้งหลายเสียในพริบตาเดียว” และท่านทั้งสองก็ซบหน้าลง โมเสสพูดกับอาโรนว่า “จงเอากระถางไฟ และเอาไฟจากแท่นบูชาใส่ลงไป แล้วใส่เครื่องหอมและรีบนำไปที่ชุมนุมชนและลบมลทินบาปของชุมนุมชนนั้น เพราะพระพิโรธพลุ่งออกมาจากพระยาห์เวห์แล้ว ภัยพิบัติก็เกิดขึ้นแล้ว” อาโรนจึงนำกระถางไฟดังที่โมเสสบอกและวิ่งเข้าไปท่ามกลางที่ประชุม ดูสิ ภัยพิบัติเกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว ท่านใส่เครื่องหอมแล้วลบมลทินบาปของประชาชน ท่านยืนอยู่ระหว่างคนตายกับคนเป็น แล้วภัยพิบัติก็ถูกระงับไป คนที่ตายด้วยภัยพิบัติมี 14,700 คน ไม่นับคนที่ตายด้วยเรื่องของโคราห์ เมื่อภัยพิบัติถูกระงับแล้ว อาโรนก็กลับไปหาโมเสสตรงทางเข้าเต็นท์นัดพบ

กันดารวิถี 16:36-50 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงบอกเอเลอาซาร์บุตรอาโรนปุโรหิต ให้เอากระถางไฟออกเสียจากเปลวเพลิง และเจ้าจงกระจายก้อนไฟออกห่างๆกัน เพราะกระถางไฟเหล่านั้นบริสุทธิ์ คือกระถางของคนเหล่านี้ที่ได้ กระทำบาปจนถึงเสียชีวิตนั้น จงเอาค้อนตีแผ่ทำเป็นแผ่นคลุมแท่นบูชา เพราะได้ถวายกระถางเหล่านั้นแด่พระเจ้า จึงเป็นสิ่งบริสุทธิ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นหมายสำคัญแก่คนอิสราเอล>> ดังนั้นเอเลอาซาร์ปุโรหิตจึงนำกระถางไฟทองสัมฤทธิ์ ซึ่งผู้ที่ถูกไฟเผานำไปบูชามาตีแผ่ออกเป็นแผ่นคลุมแท่นบูชา ให้เป็นเครื่องเตือนใจคนอิสราเอล เพื่อว่าคนสามัญผู้ที่มิใช่เป็นเผ่าพันธุ์ของอาโรน จะมิได้เข้าไปเผาเครื่องหอมถวายพระเจ้า เกลือกว่าจะเป็นอย่างโคราห์และพรรคพวกของเขา ดังที่พระเจ้าตรัสกับเอเลอาซาร์ทางโมเสส พอรุ่งขึ้นชุมนุมชนอิสราเอลก็บ่น ว่าโมเสสและอาโรนว่า <<ท่านได้ประหารชีวิตคนของพระเจ้าเสีย>> และเมื่อชุมนุมชนมาประชุมประจัญหน้าโมเสสและ อาโรน เขาหันหน้ามาสู่เต็นท์นัดพบ และดูเถิด เมฆมาคลุมเต็นท์นั้น และพระสิริของพระเจ้าก็ปรากฏ โมเสสกับอาโรนจึงมาหน้าเต็นท์นัดพบ และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงออกไปเสียจากท่ามกลางประชุมชนนี้ เพื่อเราจะผลาญเขาทั้งหลายเสียในพริบตาเดียว>> และท่านทั้งสองก็ซบหน้าลงถึงดิน โมเสสพูดกับอาโรนว่า <<จงเอากระถางไฟของท่าน เอาไฟจากแท่นบูชาใส่ไว้ แล้วใส่เครื่องหอมรีบนำไปที่ชุมนุมชนทำ การลบมลทินบาปของชุมนุมชนนั้นเสีย เพราะพระพิโรธพลุ่งออกมาจากพระเจ้าแล้ว ภัยพิบัติได้บังเกิดขึ้น>> อาโรนจึงนำกระถางไฟดังที่โมเสสบอก วิ่งเข้าไปท่ามกลางที่ประชุม และภัยพิบัติได้บังเกิดขึ้นแก่ประชาชนแล้วและท่านได้ ใส่เครื่องหอมและทำการลบมลทินบาปของประชาชน ท่านได้ยืนอยู่ระหว่างคนตายกับคนเป็นและภัยพิบัติ นั้นก็ถูกระงับแล้ว บรรดาคนที่ตายด้วยภัยพิบัติมีหนึ่งหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยคน ไม่นับคนที่ตายด้วยเรื่องของโคราห์ เมื่อภัยพิบัติถูกระงับแล้ว อาโรนก็กลับไปหาโมเสสทางเข้าเต็นท์นัดพบ

กันดารวิถี 16:36-50 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงสั่งปุโรหิตเอเลอาซาร์บุตรอาโรนให้เอากระถางไฟออกจากกองไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ และเกลี่ยถ่านทิ้งให้ห่างออกไปเพราะกระถางไฟนั้นบริสุทธิ์ ให้นำกระถางไฟของคนเหล่านั้นซึ่งถูกประหารชีวิตเพราะทำบาปมาตีเป็นแผ่นโลหะปิดที่แท่นบูชา ด้วยว่ากระถางไฟเหล่านี้บริสุทธิ์ เพราะได้ถวายต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว แผ่นโลหะปิดแท่นบูชานี้จะเป็นสิ่งเตือนใจประชากรอิสราเอล” ปุโรหิตเอเลอาซาร์จึงเอาทองสัมฤทธิ์ที่ได้จากกระถางไฟของคนที่ถูกเผามาตีเป็นแผ่นโลหะปิดแท่นบูชา ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสสั่งเขาผ่านทางโมเสส เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจประชากรอิสราเอล ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์คือ ผู้ที่ไม่ใช่วงศ์วานของอาโรนมาเผาเครื่องหอมต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้ามิฉะนั้นจะเกิดเภทภัยกับเขาเหมือนที่เกิดกับโคราห์กับพรรคพวก เช้าวันรุ่งขึ้นชุมชนอิสราเอลทั้งปวงพากันบ่นว่าโมเสสกับอาโรนว่า “ท่านได้ฆ่าคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” แต่เมื่อชุมนุมประชากรรวมตัวกันต่อต้านโมเสสกับอาโรน และเหลียวมองไปที่เต็นท์นัดพบ ทันใดนั้นเมฆมาคลุมพลับพลาและพระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าปรากฏขึ้น แล้วโมเสสกับอาโรนไปยืนตรงหน้าเต็นท์นัดพบ และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงไปจากชุมนุมประชากรนี้ เพื่อเราจะได้ล้างผลาญพวกเขาเสียทันที” โมเสสกับอาโรนหมอบกราบซบหน้าลงกับพื้น โมเสสพูดกับอาโรนว่า “รีบเอากระถางไฟใส่ไฟจากแท่นบูชา โปรยเครื่องหอมใส่ แล้วรีบยกไปยังเหล่าประชากร ลบบาปให้พวกเขา เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระพิโรธให้เกิดโรคระบาดขึ้นแล้ว” อาโรนก็ทำตามที่โมเสสบอกและวิ่งเข้าไปในหมู่ประชากร เพราะภัยพิบัติเริ่มขึ้นแล้ว แต่อาโรนถวายเครื่องหอมและลบบาปสำหรับพวกเขา เขายืนอยู่ระหว่างคนเป็นกับคนตาย แล้วภัยพิบัติก็สงบลง แต่มีคนถึง 14,700 คนตายไปแล้วเพราะภัยพิบัติ ทั้งนี้ไม่นับคนที่ได้ตายไปพร้อมกับโคราห์ แล้วอาโรนจึงกลับมาหาโมเสสที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบเพราะภัยพิบัติสงบลงแล้ว

กันดารวิถี 16:36-50 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “บอก​เอเลอาซาร์​ลูกชาย​ของ​นักบวช​อาโรน​ว่า ให้​เอา​กระถาง​ไฟ​พวกนั้น​ออก​มา​จาก​กองไฟ​ที่​ยัง​เผา​อยู่ และ​เขี่ย​ถ่าน​ไฟ​และ​ขี้เถ้า​ให้​กระจาย​ไป​ทั่วๆ กระถาง​ไฟ​ได้​กลาย​เป็น​ของ​ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ​พวกเขา​ได้​เอา​กระถาง​ไฟ​พวกนี้​มา​ถวาย​พระยาห์เวห์ ให้​เอา​กระถาง​ไฟ​ของ​คนพวกนี้​ที่​ทำ​บาป​จน​ทำ​ให้​พวกเขา​ต้อง​ตาย ไป​ตี​ให้​แบนๆ แล้ว​เอา​มา​ทาบ​เข้า​กับ​แท่นบูชา มัน​จะ​เป็น​สิ่ง​เตือนใจ​สำหรับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล” นักบวช​เอเลอาซาร์​จึง​เอา​กระถาง​ไฟ​ทอง​สัมฤทธิ์ ที่​คน​พวกนั้น​ที่​ถูก​เผา​ไป​แล้ว​นำ​มา​ถวาย เอา​มา​ตี​เป็น​แผ่น​บางๆ มา​ทาบ​ไป​บน​แท่นบูชา​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​บอก​กับ​เขา​ผ่าน​ทาง​โมเสส แผ่น​ทอง​สัมฤทธิ์นี้​จะ​เป็น​สิ่ง​ที่​เตือน​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล เพื่อ​ไม่​ให้​คน​ที่​ไม่​มี​สิทธิ์ ที่​ไม่​ใช่​ลูกหลาน​ของ​อาโรน​เข้า​ไป​ใกล้​แท่นบูชา​เพื่อ​เผา​เครื่อง​หอม​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ จะ​ได้​ไม่​เป็น​เหมือน​โคราห์​และ​พรรคพวก​ของ​เขา วัน​ต่อมา ชุมชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด ต่าง​บ่น​ต่อว่า​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า “ท่าน​ได้​ทำ​ให้​คน​ของ​พระยาห์เวห์​ต้อง​ตาย” ขณะ​ที่​คน​ใน​ชุมชน​กำลัง​รวม​ตัว​กัน​ต่อต้าน​โมเสส​และ​อาโรน พวกเขา​ได้​หัน​ไป​ทาง​เต็นท์​นัดพบ และ​เห็น​เมฆ​ปกคลุม​เต็นท์นั้น​และ​รัศมี​ของ​พระยาห์เวห์ ก็​ปรากฏ​ขึ้น โมเสส​กับ​อาโรน​ก็​มา​ที่​ด้านหน้า​ของ​เต็นท์​นัดพบ พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “ถอย​ไป​ให้​ห่าง​จาก​ชุมชนนี้ เรา​จะ​ได้​ทำลาย​พวกเขา​เดี๋ยวนี้” โมเสส​กับ​อาโรน​จึง​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า “ไป​เอา​กระถาง​ไฟ และ​เอา​ไฟ​จาก​แท่นบูชา​ใส่​ลง​ไป และ​ใส่​เครื่อง​หอม​ลง​ไป​ด้วย แล้ว​รีบ​เอา​ไป​ที่​ชุมชนนั้น​แทน​ประชาชน เพื่อ​ระงับ​ความ​โกรธ​ของ​พระยาห์เวห์ เพราะ​พระยาห์เวห์​กำลัง​โกรธ​พวกเขา โรค​ระบาด​กำลัง​เกิดขึ้น” แล้ว​อาโรน​ก็​ไป​เอา​กระถาง​ไฟ​ตาม​ที่​โมเสส​บอก แล้ว​วิ่ง​เข้า​ไป​กลาง​ชุมชน และ​เขา​เห็น​ว่า​เกิด​โรค​ระบาด​ขึ้น​แล้ว​ใน​หมู่​ประชาชน เขา​เอา​เครื่อง​หอม​ใส่​ลง​ใน​กระถาง​ไฟ​แทน​ประชาชน เพื่อ​ระงับ​ความ​โกรธ​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย และ​โรค​ระบาด​ก็​หยุด​ลง มี​คน​ตาย​จาก​โรค​ระบาด​ครั้งนี้​ถึง​หนึ่งหมื่น​สี่พัน​เจ็ดร้อย​คน ไม่​รวม​คน​ที่​ตาย​ไป​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว​เพราะ​โคราห์ อาโรน​ได้​กลับ​ไปหา​โมเสส​ที่​ทาง​เข้า​เต็นท์​นัดพบ เพราะ​โรค​ระบาด​ได้​หยุด​ลง​แล้ว

กันดารวิถี 16:36-50 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “จง​บอก​เอเลอาซาร์​บุตร​ของ​อาโรน​ปุโรหิต​ให้​เอา​กระถาง​ไฟ​ออก​จาก​เพลิง​ไฟ​และ​โยน​ถ่าน​ทิ้ง​ไป​ให้​ไกล เพราะ​กระถาง​ไฟ​บริสุทธิ์ ส่วน​กระถาง​ของ​ชาย​เหล่า​นี้​ที่​กระทำ​บาป จน​เป็น​เหตุ​ให้​พวก​เขา​ถึง​แก่​ความ​ตาย เจ้า​จง​ใช้​ค้อน​ตี​ให้​เป็น​แผ่น​เพื่อ​ใช้​คลุม​แท่น​บูชา เพราะ​ถูก​มอบ ณ เบื้อง​หน้า​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว​จึง​นับ​ว่า​บริสุทธิ์ ฉะนั้น​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ที่​เตือน​ชาว​อิสราเอล” เอเลอาซาร์​ปุโรหิต​จึง​รวบรวม​กระถาง​ไฟ​ทอง​สัมฤทธิ์​ของ​คน​ที่​ถูก​ไฟ​เผา​ใน​การ​ถวาย โดย​ให้​คน​ใช้​ค้อน​ตี​กระถาง​เหล่า​นั้น​ให้​เป็น​แผ่น​เพื่อ​ใช้​คลุม​แท่น​บูชา เพื่อ​เตือน​ความ​จำ​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล​ว่า​ไม่​ควร​มี​ผู้​ใด​เข้า​มา​ใกล้​และ​เผา​เครื่อง​หอม ณ เบื้อง​หน้า​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ยกเว้น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ของ​อาโรน มิฉะนั้น​เขา​จะ​เป็น​เหมือน​โคราห์​และ​พวก​ของ​เขา ตาม​ที่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ได้​กล่าว​แก่​เอเลอาซาร์​ผ่าน​โมเสส วัน​รุ่ง​ขึ้น​มวลชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้ง​ปวง​พา​กัน​บ่น​พึมพำ​ต่อว่า​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า “ท่าน​ได้​ฆ่า​ผู้​คน​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า” ขณะ​ที่​มวลชน​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​ประท้วง​โมเสส​และ​อาโรน และ​หัน​หน้า​ไป​ทาง​กระโจม​ที่​นัดหมาย ดู​เถิด มี​ก้อน​เมฆ​ปกคลุม​และ​พระ​บารมี​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ได้​ปรากฏ​ขึ้น โมเสส​และ​อาโรน​มา​ยัง​ด้าน​หน้า​กระโจม​ที่​นัดหมาย พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “จง​ออก​ไป​ให้​ห่าง​จาก​มวลชน​เหล่า​นี้ เรา​จะ​เผา​ผลาญ​พวก​เขา​ภายใน​พริบตา” แล้ว​ทั้ง​สอง​ก็​ซบ​หน้า​ลง​กับ​พื้น โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า “หยิบ​กระถาง​ไฟ​ของ​พี่​ไป​ด้วย และ​ตัก​ถ่าน​ที่​ลุก​แดง​จาก​แท่น​บูชา​ใส่​ใน​กระถาง วาง​เครื่อง​หอม​ไว้​บน​ถ่าน และ​นำ​ไป​ที่​มวลชน​โดย​เร็ว จง​ทำ​พิธี​ชดใช้​บาป​ให้​พวก​เขา เพราะ​ยาม​นั้น​ความ​เกรี้ยว​โกรธ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ระเบิด​ออก​มา​แล้ว ภัย​พิบัติ​ได้​เริ่ม​ขึ้น​แล้ว” อาโรน​จึง​หยิบ​กระถาง​ไฟ​ตาม​ที่​โมเสส​บอก​และ​วิ่ง​เข้า​ไป​ท่าม​กลาง​ที่​ประชุม ดู​เถิด ภัย​พิบัติ​ได้​เริ่ม​เกิด​ขึ้น​ใน​หมู่​ประชาชน​แล้ว แต่​ก็​มี​การ​ถวาย​เครื่อง​หอม​และ​ทำ​พิธี​ชดใช้​บาป​ให้​แก่​ประชาชน ดังนั้น​อาโรน​จึง​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย และ​ภัย​พิบัติ​ได้​ถูก​ยับยั้ง​ไว้ กลุ่ม​ผู้​ที่​เสีย​ชีวิต​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี​ถึง 14,700 คน ไม่​นับ​รวม​พวก​ที่​ตาย​เพราะ​เรื่อง​ของ​โคราห์ แล้ว​อาโรน​ก็​กลับ​ไป​หา​โมเสส​ที่​ทาง​เข้า​กระโจม​ที่​นัดหมาย และ​ภัย​พิบัติ​ได้​ถูก​ยับยั้ง​ไว้

กันดารวิถี 16:36-50 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

แล​้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกเอเลอาซาร์​บุ​ตรชายอาโรนปุโรหิต ให้​เอากระถางไฟออกเสียจากเปลวเพลิง และเจ้าจงกระจายก้อนไฟออกห่างๆกัน เพราะกระถางไฟเหล่านั้นบริ​สุทธิ​์ คือกระถางไฟของคนเหล่านี้​ที่​ได้​กระทำบาปจนถึงเสียชีวิ​ตน​ั้น จงตี​แผ่​ทำเป็นแผ่นคลุมแท่นบู​ชา เพราะได้ถวายกระถางเหล่านั้นต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ จึงเป็นสิ่งบริ​สุทธิ​์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นหมายสำคัญแก่คนอิสราเอล” ดังนั้นเอเลอาซาร์​ปุ​โรหิตจึงนำกระถางไฟทองสัมฤทธิ์ ซึ่งผู้​ที่​ถู​กไฟเผานำไปบู​ชา มาตี​แผ่​ออกเป็นแผ่นคลุมแท่นบู​ชา ให้​เป็นเครื่องเตือนใจคนอิสราเอล เพื่อว่าคนสามัญผู้​ที่​มิใช่​เป็นเชื้อสายของอาโรน จะมิ​ได้​เข​้าไปเผาเครื่องหอมถวายต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ เกล​ือกว่าจะเป็นอย่างโคราห์และพรรคพวกของเขา ดังที่​พระเยโฮวาห์ตรัสกับเอเลอาซาร์ทางโมเสส พอรุ่งขึ้นบรรดาชุ​มนุ​มชนอิสราเอลก็บ่​นว​่าโมเสสและอาโรนว่า “ท่านได้ประหารชีวิตคนของพระเยโฮวาห์​เสีย​” ต่อมาเมื่อชุ​มนุ​มชนมาประชุมประจัญหน้าโมเสสและอาโรน เขาหันหน้ามาสู่​พล​ับพลาแห่งชุ​มนุ​ม และดู​เถิด เมฆมาคลุมพลับพลานั้น และสง่าราศีของพระเยโฮวาห์​ก็​ปรากฏ โมเสสกับอาโรนจึงมาหน้าพลับพลาแห่งชุ​มนุ​ม และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงออกไปเสียจากท่ามกลางประชุมชนนี้ เพื่อเราจะผลาญเขาทั้งหลายเสียในพริบตาเดียว” และท่านทั้งสองก็ซบหน้าลงถึ​งด​ิน โมเสสพู​ดก​ับอาโรนว่า “จงเอากระถางไฟ เอาไฟจากแท่นบูชาใส่​ไว้ แล​้วใส่เครื่องหอมรีบนำไปที่​ชุมนุมชน ทำการลบมลทินบาปของชุ​มนุ​มชนนั้นเสีย เพราะพระพิโรธพลุ่งออกมาจากพระเยโฮวาห์​แล้ว ภัยพิบัติ​ได้​บังเกิดขึ้น” อาโรนจึงนำกระถางไฟดังที่โมเสสบอกวิ่งเข้าไปท่ามกลางที่​ประชุม และดู​เถิด ภัยพิบัติ​ได้​บังเกิดขึ้นแก่ประชาชนแล้ว และท่านได้​ใส่​เครื่องหอมและทำการลบมลทินบาปของประชาชน ท่านได้ยืนอยู่ระหว่างคนตายกับคนเป็น และภัยพิบั​ติ​นั้​นก​็​ถู​กระงับแล้ว บรรดาคนที่ตายด้วยภัยพิบั​ติ​มี​หน​ึ่งหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยคน ไม่​นับคนที่ตายด้วยเรื่องของโคราห์ เมื่อภัยพิบั​ติ​ถู​กระงับแล้ว อาโรนก็​กล​ับไปหาโมเสสที่​ประตู​พล​ับพลาแห่งชุ​มนุ​ม