กันดารวิถี 21:4-35 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
กันดารวิถี 21:4-35 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
พวกเขาออกเดินจากภูเขาโฮร์ตามทางที่ไปทะเลแดง เพื่อจะอ้อมแผ่นดินเอโดม ประชาชนเกิดความท้อแท้ระหว่างทาง แล้วประชาชนก็ต่อว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมพาเราออกจากอียิปต์ให้มาตายในถิ่นทุรกันดาร? เพราะไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ เราเกลียดอาหารอันไร้ค่านี้” และพระยาห์เวห์ทรงส่งพวกงูพิษมาในหมู่ประชาชน งูก็กัดประชาชน และคนอิสราเอลตายเป็นจำนวนมาก และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า “เราทำบาปเพราะเราต่อว่าพระยาห์เวห์และต่อว่าท่าน ขอทูลวิงวอนพระยาห์เวห์ให้พระองค์ทรงนำงูไปจากเรา” ดังนั้นโมเสสจึงทูลวิงวอนเพื่อประชาชน และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงทำงูพิษตัวหนึ่งติดไว้บนเสา และทุกคนที่ถูกงูกัดมองดูงูนั้น ก็จะมีชีวิตอยู่ได้” ดังนั้นโมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ตัวหนึ่ง และติดไว้บนเสา และเมื่องูกัดใคร ถ้าคนนั้นมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้น เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ แล้วคนอิสราเอลก็ออกเดินทางไปตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท และพวกเขาออกเดินทางจากโอโบทไปตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริม ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารตรงข้ามโมอับ ทางด้านตะวันออก และจากที่นั่นพวกเขาออกเดินทางไปตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเศเรด แล้วพวกเขาออกเดินทางจากที่นั่นไปตั้งค่ายอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของลุ่มแม่น้ำอารโนน ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ยืดมาจากพรมแดนของคนอาโมไรต์ เพราะว่าแม่น้ำอารโนนเป็นพรมแดนของโมอับ ระหว่างโมอับกับคนอาโมไรต์ ดังนั้นในหนังสือสงครามของพระยาห์เวห์จึงกล่าวไว้ว่า วาเฮบในเมืองสุฟาห์ ทั้งหุบเขา แม่น้ำอารโนน และที่เชิงลาดของหุบเขา ซึ่งยืดไปจนถึงที่ตั้งของเมืองอาร์ และพาดไปตามพรมแดนของโมอับ แล้วจากที่นั่นก็เดินทางต่อไปถึงเมืองเบเออร์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมประชาชนเข้าด้วยกันและเราจะให้น้ำแก่พวกเขา” แล้วอิสราเอลจึงร้องเพลงนี้ว่า จงมีน้ำพลุ่งขึ้น บ่อน้ำเอ๋ย จงร้องเพลงให้บ่อน้ำเถิด คือบ่อน้ำที่พวกหัวหน้าขุดไว้ เป็นบ่อที่เจ้านายของประชาชนเจาะไว้ ด้วยคทาและไม้เท้าของเขาทั้งหลาย และจากถิ่นทุรกันดารนั้นพวกเขาก็มาถึงมัทธานาห์ และจากมัทธานาห์ถึงตำบลนาหะลีเอล และจากนาหะลีเอลถึงตำบลบาโมท และจากบาโมทถึงหุบเขาในถิ่นของโมอับที่อยู่ข้างยอดเขาปิสกาห์ซึ่งมองลงมาเห็นเยชิโมน แล้วอิสราเอลส่งผู้สื่อสารไปเข้าเฝ้าสิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ทูลว่า “ขอให้ข้าพระบาทผ่านดินแดนของฝ่าพระบาท พวกข้าพระบาทจะไม่เลี้ยวเข้าไปในไร่นาหรือในสวนองุ่น จะไม่ดื่มน้ำจากบ่อน้ำ แต่จะเดินไปตามทางหลวงจนเราผ่านพรมแดนของฝ่าพระบาท” แต่สิโหนไม่ยอมให้อิสราเอลผ่านดินแดนของพระองค์ พระองค์ทรงรวบรวมประชาชนทั้งหมดของพระองค์ยกออกสู้กับคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร และมารบกับคนอิสราเอลที่ยาฮาส และคนอิสราเอลได้สังหารพระองค์ด้วยคมดาบ และยึดแผ่นดินของพระองค์ตั้งแต่แม่น้ำอารโนนจนถึงแม่น้ำยับบอก ไกลไปจนถึงดินแดนคนอัมโมน เพราะว่าพรมแดนของคนอัมโมนนั้นแข็งแกร่ง คนอิสราเอลก็ยึดเมืองทั้งหมด และคนอิสราเอลเข้าอาศัยอยู่ในทุกเมืองของคนอาโมไรต์ในเฮชโบน และตามชนบทของเมืองนั้นๆ เพราะว่าเฮชโบนเป็นเมืองของสิโหนกษัตริย์ของคนอาโมไรต์ ผู้ทรงต่อสู้กับกษัตริย์โมอับองค์ก่อน และทรงยึดแผ่นดินทั้งหมดของพระองค์ไกลไปถึงแม่น้ำอารโนน เพราะฉะนั้น ผู้เขียนบทประพันธ์จึงกล่าวว่า จงมาที่เฮชโบน มาสร้างเมืองนี้ และให้เมืองของสิโหนถูกสร้างขึ้น เพราะว่ามีไฟออกมาจากเฮชโบน มีเปลวเพลิงออกมาจากเมืองของสิโหน มันได้เผาผลาญเมืองอาร์แห่งโมอับ คือบรรดาเจ้าแห่งเนินสูงของแม่น้ำอารโนน วิบัติจงมีแก่โมอับ ชนชาติของพระเคโมชจะพินาศ พระเคโมชทำให้พวกบุตรชายของตนเป็นผู้ลี้ภัย และบรรดาบุตรสาวของตนเป็นเชลย ของสิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ เราทำลายพวกเขาจนพินาศจากเฮชโบนจนถึงดีโบน เราทำให้โนฟาห์เป็นเมืองร้าง ไกลไปถึงเมเดบา คนอิสราเอลจึงอาศัยอยู่ในแผ่นดินคนอาโมไรต์ และโมเสสส่งคนไปสอดแนมที่เมืองยาเซอร์ และเขาทั้งหลายยึดชนบทของเมืองนั้น แล้วขับไล่คนอาโมไรต์ซึ่งอยู่ที่นั่น และเขาทั้งหลายก็หันขึ้นไปยังทางสู่บาชาน แล้วโอกกษัตริย์บาชานก็ทรงออกมาพร้อมด้วยประชาชนทั้งหมดของพระองค์เพื่อสู้รบที่เอเดรอี แต่พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราได้มอบเขา และประชาชนทั้งหมดรวมทั้งแผ่นดินของเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว และเจ้าจะทำกับเขาเหมือนอย่างที่ได้ทำกับสิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ซึ่งอยู่ที่เฮชโบน” ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงฆ่าโอกและบรรดาโอรสของพระองค์ รวมทั้งประชาชนทั้งหมดของพระองค์จนไม่เหลือสักคนเดียว และอิสราเอลก็เข้ายึดแผ่นดินของพระองค์
กันดารวิถี 21:4-35 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
เขาทั้งหลายออกเดินจากภูเขาโฮร์ตามทางที่ไปทะเลแดง เพื่อจะอ้อมแผ่นดินเอโดม ประชาชนท้อถอยเพราะเหตุหนทาง และประชาชนก็บ่นว่าพระเจ้าและว่าโมเสสว่า <<ทำไมพาเราออกจากอียิปต์มาตายในถิ่นทุรกันดาร เพราะไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ เราเบื่ออาหารอันไร้ค่านี้>> และพระเจ้าก็ทรงให้งูแมวเซามาในหมู่ประชาชน งูก็กัดประชาชน และคนอิสราเอลตายมาก และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า <<เราทั้งหลายได้กระทำบาปเพราะเราทั้งหลายได้บ่น ว่าพระเจ้าและบ่นว่าท่าน ขอทูลแด่พระเจ้าขอพระองค์ทรงนำงูไปจากเราเสีย>> ดังนั้นโมเสสจึงอธิษฐานเพื่อประชาชน และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงทำงูแมวเซาตัวหนึ่งติดไว้ที่เสา ทุกคนที่ถูกงูกัด เมื่อเขามองดู เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้>> ดังนั้นโมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ตัวหนึ่ง และติดไว้ที่เสา แล้วถ้างูกัดคนใด ถ้าเขามองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้น เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ และคนอิสราเอลก็ยกออกเดิน ไปตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท และเขาออกเดินจากโอโบทไปตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริม อยู่ในถิ่นทุรกันดารตรงข้ามโมอับ ทางทิศตะวันขึ้น เขายกออกจากที่นั่นมาตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเศเรด เขายกออกจากที่นั่นไปตั้งอยู่ที่ฟากเหนือของลุ่มแม่น้ำ อารโนน ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ยืดมาจากพรมแดนของคนอาโมไรต์ เพราะว่าแม่น้ำอารโนนเป็นพรมแดนของโมอับ ระหว่างโมอับกับคนอาโมไรต์ ดังนั้นในหนังสือสงครามของพระเจ้าจึงมีว่า วาเฮบในเมืองสุฟาห์ และลุ่มแม่น้ำอารโนน และที่เชิงลาดของที่ลุ่มเหล่านั้นซึ่งยืดไป จนถึงที่ตั้งเมืองอาร์ และพาดพิงไปถึงพรมแดนโมอับ จากที่นั่นเขาออกเดินต่อไปถึงเมืองเบเออร์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงรวบรวมประชาชนเข้าด้วยกันเราจะให้น้ำแก่เขา>> แล้วอิสราเอลจึงร้องเพลงนี้ว่า บ่อน้ำเอย จงมีน้ำพลุ่งขึ้นมา - - ให้เรามาร้องเพลงกัน - - - เป็นบ่อน้ำที่หัวหน้าได้ขุดไว้ เป็นบ่อที่เจ้านายของประชาชนเจาะไว้ ด้วยคทาและไม้เท้าของท่านเหล่านั้น และจากถิ่นทุรกันดารนั้นไปเขาก็มาถึงมัทธานาห์ และจากมัทธานาห์ถึงตำบลนาหะลีเอล และจากนาหะลีเอลถึงตำบลบาโมท และจากบาโมทถึงหุบเขา ซึ่งอยู่ในท้องถิ่นโมอับข้างยอดเขา ปิสกาห์ซึ่งมองลงมาเห็นเยชีโมน แล้วอิสราเอลส่งผู้สื่อสารไปหาสิโหน กษัตริย์คนอาโมไรต์กล่าวว่า <<ขอให้ข้าพเจ้าผ่านแผ่นดินของท่าน พวกเราจะไม่เลี้ยวเข้าไปในนาหรือในสวนองุ่น เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อ เราจะเดินไปตามทางหลวงจนเราได้ผ่านพรมแดนเมืองของท่าน>> แต่สิโหนไม่ยอมให้อิสราเอลยกผ่านพรมแดนของท่าน ท่านรวบรวมพลของท่านยกออกสู้รบกับคนอิสราเอล ในถิ่นทุรกันดาร และมาถึงยาฮาสรบกับคนอิสราเอลที่นั่น และคนอิสราเอลได้ประหารท่านเสียด้วยดาบ ยึดเอาแผ่นดินของท่านจากแม่น้ำอารโนนจนถึงแควยับบอก ไกลไปจนถึงแดนคนอัมโมน เพราะว่าพรมแดนของคนอัมโมนเข้มแข็ง และคนอิสราเอลยึดเมืองเหล่านี้ทั้งหมด และคนอิสราเอลเข้าตั้งอยู่ในหัวเมือง ของคนอาโมไรต์ในเฮชโบน และตามชนบททั้งหมด เพราะว่าเฮชโบนเป็นเมืองหลวงของ สิโหนกษัตริย์ของคนอาโมไรต์ ผู้ที่ต่อสู้กับกษัตริย์ชาวโมอับองค์ก่อน และยึดได้แผ่นดินของท่านทั้งสิ้นไกลไปถึงแม่น้ำอารโนน นักร้องบทประพันธ์จึงร้องว่า มาที่เฮชโบน ให้สร้างและสถาปนาเมืองแห่งสิโหนขึ้น เพราะว่ามีไฟออกไปจากเฮชโบน มีเปลวไฟออกไปจากเมืองแห่งสิโหน ได้ทำลายเมืองอาร์ของโมอับ เจ้าของแห่งเนินสูงของแม่น้ำอารโนน โอ โมอับเอย วิบัติแก่เจ้า โอ ชนชาติแห่งพระเคโมชเอย เจ้าต้องพินาศ พระเคโมชได้ทำให้บุตรชายของตนเป็นคนหลบภัย และทำให้บุตรสาวของตนเป็นเชลยของสิโหนกษัตริย์ คนอาโมไรต์ เราทั้งหลายได้ยิงเขาทั้งปวงเฮชโบนพินาศจนถึงดีโบน เราได้กวาดล้างถึงโนฟาห์เสีย คือถึงเมเดบา ดังนั้นคนอิสราเอลได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินคนอาโมไรต์ และโมเสสใช้คนไปสอดแนมเมืองยาเซอร์ และเขาทั้งหลายได้ยึดชนบทของเมืองนั้น และขับไล่คนอาโมไรต์ที่อยู่ที่นั่นเสีย แล้วเขาก็เลี้ยวยกเดินไปตามทางเมืองบาชาน และโอกกษัตริย์เมืองบาชานก็ออกมาทั้งตัวท่าน กับพลไพร่ของท่านเพื่อสู้รบกับเขาที่เอเดรอี แต่พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราได้มอบเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว ทั้งพลไพร่ของเขาและแผ่นดินของเขา และเจ้าจะกระทำแก่เขาอย่างเจ้าได้ กระทำแก่สิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ผู้อยู่ที่เฮชโบน>> ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงฆ่าโอกและบุตรหลานของท่านเสีย ทั้งประชาชนของท่านไม่มีเหลือให้ท่านสักคนเดียว และเขาทั้งหลายก็เข้ายึดแผ่นดินของท่าน
กันดารวิถี 21:4-35 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
พวกเขาเดินทางจากภูเขาโฮร์ไปตามทางที่จะไปทะเลแดงเพื่ออ้อมดินแดนเอโดม แต่ประชากรยิ่งรู้สึกท้อแท้มากขึ้น พากันบ่นว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมท่านถึงได้พาเราออกจากอียิปต์มาตายในถิ่นกันดารนี้? ไม่มีขนมปัง! ไม่มีน้ำ! เราเกลียดมานาที่แสนจะน่าเบื่อ!” แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงส่งงูพิษมาในหมู่พวกเขา ชนอิสราเอลหลายคนถูกงูกัดตาย ประชากรจึงมาหาโมเสสและร้องว่า “พวกข้าพเจ้าได้ทำบาปที่บ่นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้ากับบ่นว่าท่าน โปรดอธิษฐานทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าให้นำงูออกไปเถิด” ดังนั้นโมเสสจึงอธิษฐานเผื่อประชากร องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงทำงูตัวหนึ่งติดไว้ที่ยอดเสา ผู้ใดถูกงูกัด จงมองดูงูนั้นแล้วจะรอดชีวิต” โมเสสจึงทำงูจากทองสัมฤทธิ์ติดไว้ที่ยอดเสา และเมื่อผู้ที่ถูกงูกัดมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้นก็มีชีวิตอยู่ ชนอิสราเอลออกเดินทางมาตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท แล้วเดินทางต่อมายังอิเยอาบาริมในถิ่นกันดารตรงข้ามโมอับด้านตะวันออก พวกเขาเดินทางต่อจากที่นั่น และมาตั้งค่ายพักที่หุบเขาเศเรด แล้วเคลื่อนมาตั้งค่ายที่ริมแม่น้ำอารโนนในถิ่นกันดาร ซึ่งต่อเข้าไปในเขตแดนของชาวอาโมไรต์ แม่น้ำอารโนนเป็นเส้นพรมแดนระหว่างโมอับกับอาโมไรต์ ด้วยเหตุนี้ในหนังสือสงครามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงระบุว่า “…วาเฮบในเมืองสุฟาห์และลำห้วย อารโนน และลาดเขาของลำห้วย ซึ่งนำไปสู่ที่ตั้งของเมืองอาร์ เลียบไปตามเขตแดนของโมอับ” จากที่นั่นอิสราเอลเดินทางต่อมายังเบเออร์ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงเรียกชุมนุมประชากร เราจะให้น้ำแก่พวกเขา” อิสราเอลจึงขับร้องเพลงนี้ว่า “บ่อน้ำเอ๋ย จงให้น้ำพุ่งขึ้นมาเถิด ให้เราขับขานลำนำน้ำ บ่อซึ่งบรรดาผู้นำได้ขุดขึ้น ฝีมือเจาะของเหล่าเจ้านาย ด้วยคทาและไม้เท้าของท่านเหล่านั้น” แล้วพวกเขาก็ออกจากถิ่นกันดารเดินทางไปมัทธานาห์ ผ่านมัทธานาห์ นาหะลีเอลและบาโมท จนมาถึงหุบเขาในโมอับ มียอดเขาปิสกาห์ซึ่งมองลงมาเห็นถิ่นกันดาร อิสราเอลส่งทูตเข้าพบกษัตริย์สิโหนของชาวอาโมไรต์เพื่อแจ้งว่า “โปรดอนุญาตให้เราผ่านแดน เราจะไม่ออกนอกทางหลวงจนกว่าจะผ่านดินแดนของท่านไปแล้ว จะไม่รุกล้ำที่นาหรือสวนองุ่นของท่าน จะไม่ดื่มน้ำจากบ่อของท่าน” แต่สิโหนไม่ยอมให้อิสราเอลผ่านแดน ทั้งยังยกทัพทั้งหมดมาสู้กับอิสราเอลในถิ่นกันดารโดยรบกันที่ยาฮาส อิสราเอลจึงสังหารสิโหนและครอบครองดินแดนของเขา ตั้งแต่แม่น้ำอารโนนจดแม่น้ำยับบอก ไปประชิดพรมแดนของพวกอัมโมน เนื่องจากชายแดนของพวกเขามีแนวป้องกันเข้มแข็ง อิสราเอลได้ยึดครองเมืองทั้งหมดของชาวอาโมไรต์ รวมทั้งเฮชโบนและถิ่นที่อาศัยโดยรอบ เฮชโบนเป็นนครของสิโหนกษัตริย์ของชาวอาโมไรต์ ซึ่งได้รบกับกษัตริย์ของชนโมอับคนก่อน และยึดครองดินแดนทั้งหมดของเขามาจนจดแม่น้ำอารโนน ด้วยเหตุนี้เหล่ากวีจึงขับขานว่า “เชิญมาเฮชโบน และสร้างมันขึ้นใหม่ มากู้นครของสิโหนเถิด “ไฟออกมาจากเฮชโบน เปลวไฟกล้าจากนครแห่งสิโหน เผาผลาญเมืองอาร์แห่งโมอับ พลเมืองของที่สูงแห่งอารโนน วิบัติแก่เจ้า โมอับเอ๋ย! เจ้าถูกทำลายแล้ว ประชากรของพระเคโมชเอ๋ย! เคโมชปล่อยให้บรรดาบุตรชายของตนต้องลี้ภัย และบุตรสาวของตนต้องตกเป็นเชลย เป็นเชลยของสิโหนกษัตริย์แห่งชาวอาโมไรต์ “แต่เราได้โค่นล้มพวกเขา เฮชโบนถูกทำลายจนถึงดีโบน เราล้มล้างพวกเขาไปไกลถึงโนฟาห์ ซึ่งขยายไปจนจดเมเดบา” ดังนั้นอิสราเอลจึงตั้งถิ่นฐานในดินแดนของชาวอาโมไรต์ หลังจากโมเสสได้ส่งคนไปสำรวจเมืองยาเซอร์ ชนอิสราเอลก็ยึดถิ่นฐานโดยรอบได้ และขับไล่ชาวอาโมไรต์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นออกไป แล้วพวกเขาวกไปตามเส้นทางสู่บาชาน และกษัตริย์โอกแห่งบาชานยกทัพมาเผชิญหน้ากันที่เอเดรอี องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราได้มอบเขาและกองทัพทั้งหมดตลอดจนดินแดนของเขาให้เจ้าแล้ว จงพิชิตเขาเหมือนที่ได้พิชิตสิโหนกษัตริย์ชาวอาโมไรต์ผู้ครองเฮชโบน” อิสราเอลก็สังหารโอก บุตรหลาน และกองทัพทั้งหมดของเขา ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้สักคนเดียว แล้วอิสราเอลก็เข้าครอบครองดินแดนนั้น
กันดารวิถี 21:4-35 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
แล้วชาวอิสราเอลก็จากภูเขาโฮร์ ใช้เส้นทางที่มุ่งไปยังทะเลต้นกก เพื่ออ้อมดินแดนของเอโดม ในระหว่างทางประชาชนเริ่มหมดความอดทน พวกเขาพูดต่อว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมพวกท่านถึงทำให้เราต้องออกจากอียิปต์ เพื่อมาตายในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งนี้ ที่นี่ไม่มีขนมปังและน้ำ และพวกเราก็เบื่ออาหารที่ห่วยๆนี้เต็มทนแล้ว” พระยาห์เวห์จึงส่งงูพิษลงมาท่ามกลางพวกเขา งูพวกนั้นได้กัดคนอิสราเอลตายไปเป็นจำนวนมาก ประชาชนจึงมาหาโมเสสและพูดว่า “พวกเราได้ทำบาปไปแล้ว ที่ไปพูดต่อว่าพระยาห์เวห์และท่าน ช่วยอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ ให้พระองค์ช่วยเอางูพวกนี้ไปจากพวกเราด้วยเถิด” โมเสสจึงอธิษฐานให้กับประชาชน พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “ทำงูพิษขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วเอาไปแขวนไว้บนเสา เมื่อคนที่ถูกงูกัด มองดูมัน คนๆนั้นก็จะหาย” ดังนั้นโมเสสจึงทำงูจากทองสัมฤทธิ์ และเอาไปแขวนไว้บนเสา เมื่องูไปกัดใครเข้า แล้วคนๆนั้นมองไปที่งูทองสัมฤทธิ์ เขาก็จะหาย ประชาชนชาวอิสราเอลได้ออกจากที่นั่น และมาตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท จากนั้นพวกเขาได้ออกจากโอโบทและมาตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริมในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง ติดชายแดนทางทิศตะวันออกของโมอับ พวกเขาออกจากที่นั่นแล้วมาตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเศเรด พวกเขาออกจากที่นั่นและมาตั้งค่ายอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอารโนน ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง แม่น้ำนี้เริ่มจากเขตแดนของชาวอาโมไรต์ แม่น้ำอารโนนจึงเป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างโมอับและชาวอาโมไรต์ ถึงได้มีคำบรรยายอยู่ในหนังสือสงครามของพระยาห์เวห์ ไว้อย่างนี้ว่า “และวาเฮบในเมืองสุฟาห์ และหุบเขาของแม่น้ำอารโนน และเนินเขาต่างๆของหุบเขาที่นำไปสู่ที่ตั้งของเมืองอาร์ และทอดยาวไปตามพรมแดนของโมอับ” จากที่นั่น พวกเขาไปต่อถึงเมืองเบเออร์ นี่คือบ่อน้ำที่พระยาห์เวห์ได้บอกกับโมเสสว่า “ให้เรียกชุมนุมประชาชน และเราจะให้น้ำกับพวกเขา” แล้วอิสราเอลได้ร้องเพลงนี้ “เจ้าบ่อน้ำเอ๋ย ให้น้ำไหลพุ่งออกมา ให้ร้องเพลงเกี่ยวกับมัน บ่อน้ำที่พวกผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้ขุด ผู้นำของประชาชนได้ขุดมันขึ้น ด้วยไม้คทาของพวกเขาและด้วยไม้เท้าของพวกเขา” แล้วพวกเขาก็ออกจากที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งไปสู่มัทธานาห์ จากมัทธานาห์ พวกเขาไปถึงนาหะลีเอล และจากนาหะลีเอลพวกเขาก็ไปบาโมท จากบาโมทไปถึงหุบเขาซึ่งอยู่ในแคว้นโมอับบนยอดเขาปิสกาห์ จากบนนั้น สามารถมองเห็นที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งทั้งหมด แล้วอิสราเอลก็ได้ส่งพวกผู้ถือสารไปหากษัตริย์สิโหนของชาวอาโมไรต์ พวกเขาบอกว่า “ขออนุญาตให้เราเดินผ่านประเทศของท่านไปด้วยเถิด เราจะไม่เข้าไปในทุ่งนาของท่านหรือไร่องุ่นของท่าน เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อน้ำของท่าน เราจะเดินอยู่แต่บนถนนหลวงของท่าน จนกว่าจะผ่านดินแดนของท่านไป” แต่สิโหนไม่ยอมให้ชาวอิสราเอลเดินผ่านดินแดนของเขา และสิโหนก็ได้รวบรวมประชาชนของเขาและยกออกมาสู้รบกับชาวอิสราเอลในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง เขามาถึงยาฮาสและเข้าโจมตีชาวอิสราเอล แต่ชาวอิสราเอลได้ฆ่าเขาตาย และยึดเอาดินแดนของเขาตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำอารโนนไปจนถึงแม่น้ำยับบอก ไกลออกไปจนถึงพรมแดนของชาวอัมโมน เพราะชายแดนของชาวอัมโมนเข้มแข็งมาก ชาวอิสราเอลจึงยึดเอาเมืองเหล่านี้ไว้ทั้งหมด และชาวอิสราเอลก็เริ่มตั้งถิ่นฐานตามเมืองต่างๆของชาวอาโมไรต์ ในเมืองเฮชโบนและเมืองรอบๆ ขณะนั้น เมืองเฮชโบนคือเมืองหลวงของกษัตริย์สิโหนชาวอาโมไรต์ สิโหนได้ต่อสู้กับกษัตริย์โมอับองค์ก่อนและยึดเอาดินแดนทั้งหมดของโมอับมาจนสุดแม่น้ำอารโนน ด้วยเหตุนี้ จึงมีพวกนักร้องร้องว่า “มาที่เฮชโบน มาสร้างมันใหม่อีกครั้ง มาสร้างเมืองสิโหนขึ้นใหม่ เพราะมีไฟออกมาจากเมืองเฮชโบน เปลวไฟออกมาจากเมืองสิโหน ไฟได้กลืนกินเมืองอาร์ในโมอับ มันได้กลืนกินเนินเขาเหนือแม่น้ำอารโนน เจ้า โมอับ ความพินาศมาถึงเจ้าแล้ว ประชาชนของพระเคโมช เจ้าถูกทำลายแล้ว พระเคโมชทำให้พวกลูกชายของเขาต้องวิ่งหนี และทำให้พวกลูกสาวของเขาต้องถูกจับตัวไปให้กษัตริย์สิโหนของชาวอาโมไรต์ ลูกหลานของพวกเขา ถูกทำลายตั้งแต่เมืองเฮชโบนไปจนถึงดีโบน และเราได้ทำลาย ไปจนถึงโนฟาห์ซึ่งอยู่ใกล้เมเดบา” ชาวอิสราเอลจึงอาศัยอยู่ในดินแดนของชาวอาโมไรต์ โมเสสส่งคนไปสอดแนม เมืองยาเซอร์ และชาวอิสราเอลได้เข้ายึดเมืองรอบๆมันและไล่ชาวอาโมไรต์ที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นออกไป แล้วชาวอิสราเอลก็ไปต่อตามทางที่ไปสู่เมืองบาชาน กษัตริย์โอกของเมืองบาชานกับประชาชนของเขาจึงออกมาที่เอเดรอี เพื่อสู้รบกับชาวอิสราเอลในสนามรบ พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “ไม่ต้องไปกลัวเขา เพราะเราจะมอบเขา ประชาชนทั้งหมดของเขาและดินแดนของเขาให้กับเจ้า และเจ้าจะทำกับเขาเหมือนกับที่เจ้าเคยทำกับสิโหนกษัตริย์ชาวอาโมไรต์ที่อยู่ในเฮชโบน” ดังนั้นชาวอิสราเอลจึงฆ่าโอก พวกลูกชายและประชาชนทั้งหมดของเขา จนไม่เหลือใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว แล้วชาวอิสราเอลก็เข้ายึดดินแดนของเขาไว้
กันดารวิถี 21:4-35 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
เขาทั้งหลายย้ายจากภูเขาโฮร์ไปทางทะเลแดง เพื่ออ้อมดินแดนเอโดม แต่ในระหว่างทางประชาชนสิ้นความอดทน พวกเขาจึงต่อว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมท่านจึงพาพวกเราออกจากอียิปต์เพื่อมาตายในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีทั้งอาหารและน้ำ และเราก็เกลียดอาหารที่ไร้ค่านี้” พระผู้เป็นเจ้าจึงส่งงูพิษมาในหมู่ประชาชนและกัดพวกเขา ชาวอิสราเอลหลายคนถูกงูกัดตาย ประชาชนมาพูดกับโมเสสว่า “พวกเราได้กระทำบาปเพราะเราต่อว่าพระผู้เป็นเจ้าและท่าน ขอท่านอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้าให้เอางูไปจากพวกเราเถิด” ดังนั้นโมเสสจึงอธิษฐานให้ประชาชน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับโมเสสว่า “จงหล่องูพิษตัวหนึ่งและติดไว้บนเสา เมื่อผู้ใดถูกงูกัด และมองดูงูที่อยู่บนเสา เขาก็จะมีชีวิตอยู่” และโมเสสหล่องูทองสัมฤทธิ์ขึ้นมาตัวหนึ่งและติดไว้ที่เสา เมื่อผู้ใดถูกงูกัด เขาก็จะมองดูงูสัมฤทธิ์ตัวนั้น และจะไม่ตาย ชาวอิสราเอลออกเดินทางและไปตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท จากโอโบทพวกเขาออกเดินทางไป และไปตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริมในถิ่นทุรกันดารที่อยู่ตรงข้ามโมอับทางทิศตะวันออก ต่อจากนั้นพวกเขาออกเดินทางไป และไปตั้งค่ายอยู่ที่ลุ่มน้ำเศเรด จากนั้นพวกเขาได้ออกเดินทางต่อไป และไปตั้งค่ายอยู่ที่อีกฟากของอาร์โนนซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ยื่นออกมาจากชายแดนของชาวอาโมร์ เพราะอาร์โนนเป็นชายแดนโมอับที่อยู่ระหว่างโมอับกับชาวอาโมร์ ดังนั้นจึงปรากฏข้อความในหนังสือสงครามของพระผู้เป็นเจ้าว่า “วาเฮบในสุฟาห์ ในหุบเขาอาร์โนน และเนินในหุบเขาที่ยื่นล้ำเข้าไปในเมืองอาร์ และพาดยาวไปจรดชายแดนโมอับ” และจากนั้นพวกเขาก็ไปยังเบเออร์ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับโมเสสว่า “จงรวบรวมประชาชนให้อยู่รวมกันไว้ แล้วเราจะให้น้ำแก่พวกเขา” แล้วอิสราเอลก็ได้ร้องเพลงนี้ “บ่อน้ำเอ๋ย จงมีน้ำพุขึ้น จงร้องเพลงในเรื่องนี้ เรื่องบ่อน้ำที่บรรดาเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ขุดขึ้น ที่บรรดาผู้นำของประชาชนเจาะ ด้วยคทาและไม้เท้าของพวกเขา” และพวกเขาออกเดินทางจากถิ่นทุรกันดารไปยังมัทธานาห์ จากมัทธานาห์ไปยังนาหะลีเอล และจากนาหะลีเอลก็ไปสู่บาโมท และจากบาโมทไปยังหุบเขาที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตโมอับที่มียอดเขาปิสกาห์ตั้งตระหง่านอยู่เหนือที่ร้างอันแร้นแค้น แล้วอิสราเอลได้ให้พวกผู้ส่งข่าวบอกสิโหนกษัตริย์ของชาวอาโมร์ว่า “ให้เราผ่านเข้าไปในดินแดนของท่านเถิด เราจะไม่เลี้ยวไปทางไร่นาหรือสวนองุ่น เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อ เราจะมุ่งหน้าไปตามถนนหลวงจนกว่าจะผ่านเข้าไปในพรมแดนของท่าน” แต่สิโหนไม่ยอมให้อิสราเอลผ่านเข้าไปในพรมแดนของท่าน และรวบรวมคนออกไปสู้รบกับอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร เมื่อถึงยาฮาสก็ได้ต่อสู้กับอิสราเอล อิสราเอลใช้ดาบกำจัดพวกเขา และยึดดินแดนจากอาร์โนนจนถึงยับบอก ไกลออกไปจนถึงเขตแดนของชาวอัมโมนเพราะที่ชายแดนมีการคุ้มกันอย่างแข็งแกร่ง อิสราเอลยึดเมืองเหล่านั้นไว้ได้ อิสราเอลได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ในทุกเมืองที่เป็นของชาวอาโมร์ รวมถึงเมืองเฮชโบนและทุกหมู่บ้านโดยรอบ เฮชโบนเป็นเมืองของสิโหนกษัตริย์ของชาวอาโมร์ผู้ที่เคยต่อสู้กับกษัตริย์ท่านก่อนแห่งโมอับและได้ยึดดินแดนทั้งหมดไปจนถึงอาร์โนนไปจากท่าน ฉะนั้นบรรดานักขับโคลงกลอนจึงกล่าวไว้ว่า “มาที่เฮชโบนเถิด มาสร้างเมืองขึ้นใหม่ ให้เมืองของสิโหนได้รับการฟื้นฟู ด้วยว่า มีไฟลุกจากเฮชโบน เปลวไฟจากเมืองของสิโหน เผาผลาญเมืองอาร์ของโมอับ พลเมืองของที่สูงแห่งอาร์โนน วิบัติจงเกิดแก่เจ้า โมอับ ประชาชนของเทพเจ้าเคโมชเอ๋ย เจ้าต้องพินาศไป เทพเจ้าเคโมชได้ทำให้บรรดาบุตรชายของตนเป็นผู้ลี้ภัย และบุตรหญิงของตนเป็นนักโทษ ของสิโหนกษัตริย์ของชาวอาโมร์ พวกเราได้โค่นพวกเขาเหล่านั้นลงแล้ว เฮชโบนพินาศจนถึงดีโบน เราล้มล้างพวกเขาถึงโนฟาห์ ซึ่งขยายกว้างไปจนถึงเมเดบา” ฉะนั้น อิสราเอลจึงได้ตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินของชาวอาโมร์ เมื่อโมเสสให้พวกสอดแนมไปยังเมืองยาเซอร์ และชาวอิสราเอลยึดนิคมโดยรอบไว้และขับไล่ชาวอาโมร์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นออกไป จากนั้นพวกเขาเลี้ยวขึ้นไปตามทางที่จะไปสู่แคว้นบาชาน และโอกกษัตริย์แห่งบาชานและกองทหารของท่านทั้งหมดเข้าปะทะในสงครามกับพวกเขาที่เอเดรอี แต่พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับโมเสสว่า “อย่าไปกลัวเขาเลย เพราะเราได้มอบเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว รวมทั้งผู้คนและดินแดนของเขาด้วย เจ้าจงกระทำต่อเขาเช่นเดียวกับที่เจ้ากระทำต่อสิโหนกษัตริย์ของชาวอาโมร์ผู้อาศัยอยู่ในเฮชโบน” ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงฆ่าโอกและบรรดาบุตรของท่านและประชาชนทั้งปวง ไม่มีใครรอดชีวิตมาได้ แล้วเขาทั้งหลายก็เข้ายึดดินแดนนั้นไว้
กันดารวิถี 21:4-35 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
เขาทั้งหลายออกเดินจากภูเขาโฮร์ตามทางที่ไปทะเลแดงเพื่อจะอ้อมแผ่นดินเอโดม ประชาชนท้อใจมากเพราะเหตุหนทาง และประชาชนก็บ่นว่าพระเจ้าและว่าโมเสสว่า “ทำไมพาเราออกจากอียิปต์มาตายในถิ่นทุรกันดาร เพราะไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ เราเบื่ออาหารอันไร้ค่านี้” และพระเยโฮวาห์ก็ทรงให้งูแมวเซามาในหมู่ประชาชน งูก็กัดประชาชน และคนอิสราเอลตายมาก และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า “เราทั้งหลายได้กระทำบาปเพราะเราทั้งหลายได้บ่นว่าพระเยโฮวาห์และบ่นว่าท่าน ขอทูลแด่พระเยโฮวาห์ ขอพระองค์ทรงนำงูไปจากเราเสีย” ดังนั้นโมเสสจึงอธิษฐานเพื่อประชาชน และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงทำงูแมวเซาตัวหนึ่งติดไว้ที่เสา และต่อมาทุกคนที่ถูกงูกัดเมื่อเขามองดู เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้” ดังนั้นโมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ตัวหนึ่ง และติดไว้ที่เสา แล้วต่อมาถ้างูกัดคนใด ถ้าเขามองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้น เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ และคนอิสราเอลก็ยกออกเดินไปตั้งค่ายอยู่ที่โอโบท และเขาออกเดินจากโอโบทไปตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริม อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ตรงข้ามโมอับ ทางทิศตะวันขึ้น เขายกออกจากที่นั่นมาตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเศเรด เขายกออกจากที่นั่นไปตั้งอยู่ฟากแม่น้ำอารโนนข้างโน้น ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ยืดมาจากพรมแดนของคนอาโมไรต์ เพราะว่าแม่น้ำอารโนนเป็นพรมแดนของโมอับ ระหว่างโมอับกับคนอาโมไรต์ ดังนั้นในหนังสือสงครามของพระเยโฮวาห์จึงมีว่า “พระองค์ทรงชนะที่ทะเลแดง และลุ่มแม่น้ำอารโนน และที่เชิงลาดของที่ลุ่มเหล่านั้นซึ่งยืดไปจนถึงที่ตั้งเมืองอาร์ และพาดพิงไปถึงพรมแดนโมอับ” จากที่นั่นเขาออกเดินต่อไปถึงเมืองเบเออร์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมประชาชนเข้าด้วยกัน เราจะให้น้ำแก่เขา” แล้วอิสราเอลจึงร้องเพลงนี้ว่า “โอ บ่อน้ำเอ๋ย จงมีน้ำพลุ่งขึ้นมา ให้เรามาร้องเพลงกัน เป็นบ่อน้ำที่เจ้านายได้ขุดไว้ เป็นบ่อที่ขุนนางของประชาชนเจาะไว้ ด้วยคทาและไม้เท้าของผู้ทรงตั้งพระราชบัญญัติ” และจากถิ่นทุรกันดารนั้นไป เขาก็มาถึงมัทธานาห์ และจากมัทธานาห์ถึงตำบลนาหะลีเอล และจากนาหะลีเอลถึงตำบลบาโมท และจากบาโมทถึงหุบเขาซึ่งอยู่ในท้องถิ่นโมอับข้างยอดเขาปิสกาห์ซึ่งมองลงมาเห็นเยชิโมน แล้วอิสราเอลส่งผู้สื่อสารไปหาสิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์กล่าวว่า “ขอให้ข้าพเจ้าผ่านแผ่นดินของท่าน พวกเราจะไม่เลี้ยวเข้าไปในนาหรือในสวนองุ่น เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อ เราจะเดินไปตามทางหลวงจนเราได้ผ่านพรมแดนเมืองของท่าน” แต่สิโหนไม่ยอมให้อิสราเอลยกผ่านพรมแดนของท่าน สิโหนรวบรวมพลทั้งหมดของท่านยกออกสู้รบกับอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร และท่านมาถึงยาฮาสรบกับอิสราเอลที่นั่น และอิสราเอลได้ประหารท่านเสียด้วยคมดาบ ยึดเอาแผ่นดินของท่านจากแม่น้ำอารโนนจนถึงแถวยับบอก ไกลไปจนถึงแดนคนอัมโมนเพราะว่าพรมแดนของคนอัมโมนเข้มแข็ง และอิสราเอลยึดเมืองเหล่านี้ทั้งหมด และอิสราเอลเข้าตั้งอยู่ในบรรดาหัวเมืองของคนอาโมไรต์ ในเฮชโบน และตามชนบททั้งหมด เพราะว่าเฮชโบนเป็นเมืองหลวงของสิโหนกษัตริย์ของคนอาโมไรต์ ผู้ที่ต่อสู้กับกษัตริย์ชาวโมอับองค์ก่อน และยึดได้แผ่นดินของท่านทั้งสิ้นไกลไปถึงแม่น้ำอารโนน เพราะฉะนั้นนักร้องบทสุภาษิตจึงร้องว่า “มาที่เฮชโบน ให้สร้างและสถาปนาเมืองแห่งสิโหนขึ้น เพราะว่ามีไฟออกไปจากเฮชโบน มีเปลวไฟออกไปจากเมืองแห่งสิโหน ได้ทำลายเมืองอาร์ของโมอับ เจ้าของแห่งปูชนียสถานสูงของแม่น้ำอารโนน โมอับเอ๋ย วิบัติแก่เจ้า โอ ชนชาติแห่งพระเคโมชเอ๋ย เจ้าต้องพินาศ พระเคโมชได้มอบทั้งบุตรชายของตนที่หลบภัยแล้วกับบุตรสาวของตน ให้เป็นเชลยของสิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ เราทั้งหลายได้ยิงเขาทั้งปวง เฮชโบนพินาศจนถึงดีโบน เราได้กวาดล้างถึงโนฟาห์เสียคือถึงเมเดบา” ดังนั้นอิสราเอลได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินคนอาโมไรต์ และโมเสสใช้คนไปสอดแนมเมืองยาเซอร์ และเขาทั้งหลายได้ยึดชนบทของเมืองนั้น และขับไล่คนอาโมไรต์ที่อยู่ที่นั่นเสีย แล้วเขาก็เลี้ยวยกเดินไปตามทางเมืองบาชาน และโอกกษัตริย์เมืองบาชานก็ออกมา ทั้งตัวท่านกับพลไพร่ทั้งสิ้นของท่าน เพื่อสู้รบกับเขาที่เอเดรอี แต่พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราได้มอบเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว ทั้งบรรดาพลไพร่ของเขา และแผ่นดินของเขา และเจ้าจะกระทำแก่เขาอย่างเจ้าได้กระทำแก่สิโหนกษัตริย์คนอาโมไรต์ผู้อยู่ที่เฮชโบน” ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงฆ่าโอกและโอรสของท่านเสีย ทั้งประชาชนทั้งสิ้นของท่าน ไม่มีเหลือให้ท่านสักคนเดียว และเขาทั้งหลายก็เข้ายึดแผ่นดินของท่าน