โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

กันดารวิถี 22:21-41 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

กันดารวิถี 22:21-41 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ดังนั้นบาลาอัมก็ลุกขึ้นแต่เช้าและผูกอานลา แล้วไปกับพวกเจ้านายของโมอับ แต่พระเจ้ากริ้วบาลาอัมเพราะเขาไป ดังนั้นทูตของพระยาห์เวห์มายืนขวางทางเป็นผู้ขัดขวางบาลาอัม ส่วนบาลาอัมขี่ลาโดยมีคนใช้สองคนไปกับเขา เมื่อลานั้นเห็นทูตของพระยาห์เวห์ถือดาบในมือยืนขวางทางอยู่ ลาก็เลี้ยวออกจากทางและเดินเข้าไปในทุ่งนา บาลาอัมจึงตีลาให้กลับไปตามทางเดิน แต่ทูตของพระยาห์เวห์มายืนอยู่ตรงซอยแคบๆ ในสวนองุ่นซึ่งมีกำแพงอยู่ระหว่างทั้งสองข้าง เมื่อลาเห็นทูตของพระยาห์เวห์ก็ดันตัวไปติดกำแพง และมันดันเท้าของบาลาอัมเบียดเข้ากับกำแพง บาลาอัมก็ตีลาอีก แล้วทูตของพระยาห์เวห์ก็เดินหน้าไปยืนอยู่ตรงซอกแคบซึ่งไม่มีที่จะให้หลีกไปข้างขวาหรือข้างซ้าย เมื่อลาเห็นทูตของพระยาห์เวห์มันก็หมอบลง โดยบาลาอัมยังคงอยู่บนหลังลา บาลาอัมก็โกรธ จึงเอาไม้เท้าของเขาตีลานั้น แล้วพระยาห์เวห์ทรงเปิดปากลา มันจึงพูดกับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าทำอะไรแก่ท่าน ท่านจึงตีข้าพเจ้าถึงสามครั้ง” บาลาอัมก็พูดกับลาว่า “เพราะเจ้ากลั่นแกล้งเรา เราอยากจะมีดาบอยู่ในมือ เราจะได้ฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้” ลาก็พูดกับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าเป็นลาที่ท่านเองขี่อยู่ทุกวันจนบัดนี้ไม่ใช่หรือ? ข้าพเจ้าเคยทำเช่นนี้กับท่านไหม?” บาลาอัมก็บอกว่า “ไม่เคย” แล้วพระยาห์เวห์ทรงเปิดตาบาลาอัม เขาจึงเห็นทูตของพระยาห์เวห์ยืนขวางทาง และถือดาบอยู่ในมือ บาลาอัมก็ก้มลงกราบ และทูตของพระยาห์เวห์พูดกับบาลาอัมว่า “ทำไมเจ้าจึงตีลาของเจ้าถึงสามครั้ง? ดูซิ เรามาขัดขวางเจ้า เพราะเจ้าขัดขืนเรา ลาได้เห็นเรา และหลีกไปจากหน้าเราถึงสามครั้ง ถ้ามันไม่ได้หลีกไปจากหน้าเรา เราคงฆ่าเจ้าแล้วเมื่อตะกี้นี้แน่ และให้ลารอดตายไป” แล้วบาลาอัมพูดกับทูตของพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปแล้ว เพราะข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านยืนขวางทางต้านข้าพเจ้าอยู่ บัดนี้ถ้าท่านไม่เห็นชอบ ข้าพเจ้าก็จะกลับไป” แล้วทูตของพระยาห์เวห์พูดกับบาลาอัมว่า “จงไปกับคนพวกนี้ แต่เจ้าต้องพูดเฉพาะคำที่เราสั่งให้เจ้าพูด” ดังนั้นบาลาอัมก็ไปกับพวกเจ้านายของบาลาค เมื่อบาลาคได้ยินว่าบาลาอัมมาแล้ว พระองค์จึงทรงออกไปรับบาลาอัมที่เมืองของโมอับซึ่งอยู่ตรงพรมแดนด้านแม่น้ำอารโนน ซึ่งเป็นบริเวณปลายสุดของพรมแดน บาลาคพูดกับบาลาอัมว่า “เราอุตส่าห์ใช้คนไปเชิญท่านมาไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านจึงไม่มาหาเรา? เราไม่สามารถให้เกียรติแก่ท่านหรือ?” บาลาอัมทูลบาลาคว่า “บัดนี้ข้าพระบาทก็มาหาฝ่าพระบาทแล้ว ข้าพระบาทจะพูดอะไรได้ ข้าพระบาทจะต้องพูดคำที่พระเจ้าทรงใส่ในปากของข้าพระบาท” แล้วบาลาอัมไปกับบาลาคถึงตำบลคีริยาทหุโซท และบาลาคเอาโคและแกะถวายบูชา แล้วส่งให้บาลาอัมและพวกเจ้านายที่อยู่กับพระองค์ รุ่งขึ้น บาลาคทรงพาบาลาอัมขึ้นไปยังบาโมทบาอัล และจากที่นั่นเขามองเห็นคนอิสราเอลส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุด

กันดารวิถี 22:21-41 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

ดังนั้นรุ่งเช้าบาลาอัมก็ลุกขึ้นผูกอานลา ไปกับเจ้านายแห่งโมอับ แต่พระเจ้าทรงกริ้วต่อบาลาอัมเพราะเขาไป ดังนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้ามายืนเป็นผู้สกัดทางบาลาอัมไว้ ฝ่ายบาลาอัมขี่ลามีคนใช้สองคนไปกับเขา เมื่อลานั้นเห็นทูตสวรรค์ของพระเจ้าถือดาบยืนอยู่ในหนทาง ลาก็เลี้ยวออกนอกทาง เข้าไปในทุ่งนา บาลาอัมจึงตีลาให้กลับไปทางเดิม แล้วทูตสวรรค์ของพระเจ้ามายืนอยู่ในทางแคบ ระหว่างสวนองุ่นมีกำแพงทั้งสองข้างทาง เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเจ้ามันก็ดันไปติดกำแพง หนีบเท้าของบาลาอัมเข้ากับกำแพง บาลาอัมก็ตีลาอีก แล้วทูตสวรรค์ของพระเจ้าก็เดินไปข้างหน้า ยืนอยู่ในที่แคบ ไม่มีทางที่จะหลีกไปข้างขวาหรือข้างซ้าย เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเจ้ามันก็หมอบลง บาลาอัมยังคงนั่งอยู่บนหลัง บาลาอัมก็โกรธ จึงเอาไม้เท้าของเขาตีลา แล้วพระเจ้าเปิดปากลา มันจึงพูดกับบาลาอัมว่า <<ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรแก่ท่าน ท่านจึงได้ตีข้าพเจ้าถึงสามครั้ง>> บาลาอัมพูดกับลาว่า <<เพราะเจ้าได้แกล้งเรา เราอยากจะมีดาบอยู่ในมือเดี๋ยวนี้ เราจะได้ฆ่าเจ้าเสีย>> ลาก็พูดกับบาลาอัมว่า <<ข้าพเจ้าไม่ใช่ลาของท่าน ที่ท่านขับขี่อยู่ทุกวันตลอดชีวิตจนบัดนี้ดอกหรือ ข้าพเจ้าได้เคยกระทำเช่นนี้แก่ท่านหรือ>> บาลาอัมก็บอกว่า <<ไม่เคย>> แล้วพระเจ้าทรงเบิกตาบาลาอัม เขาจึงเห็นทูตสวรรค์ของพระเจ้า ถือดาบยืนอยู่ในหนทาง บาลาอัมก็ก้มศีรษะซบหน้าลงกราบ และทูตสวรรค์แห่งพระเจ้า พูดกับบาลาอัมว่า <<ทำไมเจ้าจึงตีลาของเจ้าถึงสามครั้ง ดูเถิด เรามาห้ามเจ้า เพราะเจ้าขัดขืนเรา ลาได้เห็นเรา และหลีกไปต่อหน้าเราถึงสามครั้ง ถ้ามันมิได้หลีกไปจากเรา เราจะได้ฆ่าเจ้าเสียแล้วเมื่อตะกี้นี้แน่ และให้ลารอดตายไป>> แล้วบาลาอัมพูดกับทูตสวรรค์ของพระเจ้าว่า <<ข้าพเจ้าได้กระทำบาป เพราะข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านยืนอยู่ในหนทางกั้นข้าพเจ้า ฉะนั้นถ้าท่านไม่เห็นชอบ ข้าพเจ้าจะกลับไปเสีย>> แล้วทูตสวรรค์ของพระเจ้าพูดกับบาลาอัมว่า <<จงไปกับชายเหล่านั้นเถิด แต่เจ้าจงพูดเฉพาะคำที่เราให้เจ้าพูด>> ดังนั้นบาลาอัมก็ไปกับเจ้านายของบาลาคต่อไป เมื่อบาลาคได้ยินว่าบาลาอัมมาแล้ว ท่านจึงออกไปรับบาลาอัมที่เมืองโมอับที่สุดปลายพรมแดน ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแม่น้ำอารโนน บาลาคพูดกับบาลาอัมว่า <<เราได้อุตส่าห์ใช้คนไปเชิญท่านมามิใช่หรือ เหตุไฉนท่านไม่มาหาเราเล่า เราไม่สามารถที่จะให้เกียรติแก่ท่านหรือ>> บาลาอัมพูดกับบาลาคว่า <<นี่แน่ะ ข้าพเจ้ามาหาท่านแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าจะกล่าวอะไรได้ เล่าคำซึ่งพระเจ้าใส่ปากข้าพเจ้าข้าพเจ้าต้องกล่าว>> แล้วบาลาอัมไปกับบาลาคถึงตำบลคีริยาทหุโซท ณ ที่นั่นบาลาคเอาวัวและแกะถวายบูชา แล้วส่งไปให้บาลาอัมและเจ้านายที่อยู่กับเขาบ้าง รุ่งขึ้น บาลาคก็พาบาลาอัมขึ้นไปยังบาโมทบาอัล จากที่นั่นก็ได้เห็นประชาชนส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุด

กันดารวิถี 22:21-41 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ครั้นรุ่งเช้าบาลาอัมก็ลุกขึ้นผูกอานลาไปกับพวกเจ้านายของโมอับ แต่พระเจ้าทรงพระพิโรธบาลาอัม ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ามายืนดักอยู่กลางถนนเพื่อขัดขวางเขา บาลาอัมขี่ลาไปและมีคนรับใช้สองคนไปด้วย เมื่อลาเห็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ายืนถือดาบอยู่กลางทาง ก็เบี่ยงออกนอกทางเข้าไปในทุ่งนา แต่บาลาอัมตีลาเพื่อบังคับให้มันกลับเข้าทางเดิม จากนั้นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ามายืนอยู่ตรงทางแคบระหว่างกำแพงรั้วสวนองุ่นสองฟาก เมื่อลาเห็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็เบียดตัวชิดรั้วทำให้เท้าของบาลาอัมกระแทกกับกำแพงรั้ว เขาจึงตีลาอีก แล้วทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าล่วงหน้าไปและยืนอยู่ตรงที่แคบซึ่งลาไม่สามารถจะหันไปทางไหนได้เลย เมื่อลาเห็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็หมอบลงโดยที่บาลาอัมยังนั่งอยู่บนหลัง เขาจึงโกรธและเอาไม้เท้าตีลาอีก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปิดปากลา ลาจึงพูดกับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าทำอะไรท่านหรือจึงมาตีข้าพเจ้าถึงสามครั้ง?” บาลาอัมตอบว่า “ก็เจ้าน่ะสิ ทำให้เรากลายเป็นอ้ายงั่ง! ถ้าเรามีดาบสักเล่มอยู่ในมือ เราจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้” ลากล่าวกับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่ลาของท่านซึ่งท่านขี่มาจนถึงตอนนี้หรือ? ข้าพเจ้าเคยทำกับท่านเช่นนี้มาก่อนหรือเปล่า?” เขาตอบว่า “ไม่เคย” แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปิดตาของบาลาอัม เขาเห็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ายืนถือดาบอยู่กลางทาง เขาก็ทรุดกายและหมอบกราบซบหน้าลง ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงตีลาถึงสามครั้ง? เรามาขัดขวางเจ้าเพราะเจ้ากำลังผลีผลามออกไปนอกลู่นอกทาง ลาเห็นเรา แล้วก็หลบเลี่ยงไปถึงสามครั้ง ไม่เช่นนั้นเราคงประหารเจ้าแน่นอน และปล่อยให้ลารอดชีวิตไป” บาลาอัมกล่าวกับทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปแล้ว ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านยืนอยู่กลางทางเพื่อขัดขวางข้าพเจ้า ถ้าท่านไม่อยากให้ข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็จะกลับ” ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับบาลาอัมว่า “จงไปกับคนเหล่านี้เถิด แต่จงพูดตามที่เราสั่งเท่านั้น” ดังนั้นบาลาอัมจึงไปกับพวกเจ้านายที่บาลาคส่งมา เมื่อบาลาคได้ยินว่าบาลาอัมกำลังมาก็ออกมาพบที่ชายแดน คือที่เมืองของชาวโมอับ ริมแม่น้ำอารโนน บาลาคกล่าวกับบาลาอัมว่า “เราส่งคนไปเชิญท่านมาโดยด่วนไม่ใช่หรือ? เหตุใดท่านจึงไม่ยอมมา? เราไม่สามารถปูนบำเหน็จแก่ท่านหรือ?” บาลาอัมตอบว่า “ข้าพเจ้ามาแล้วก็จริง แต่ไม่อาจพูดอะไรได้ ต้องพูดแต่สิ่งที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในปากของข้าพเจ้าเท่านั้น” แล้วบาลาอัมก็ร่วมทางไปกับบาลาคถึงที่คีริยาทหุโซท บาลาคเอาวัวและแกะถวายบูชา และยกบางส่วนให้บาลาอัมกับเหล่าเจ้านายที่มาด้วย วันรุ่งขึ้นบาลาคพาบาลาอัมขึ้นไปบนบาโมทบาอัลซึ่งเขามองลงมาเห็นประชากรอิสราเอลบางส่วน

กันดารวิถี 22:21-41 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

บาลาอัม​จึง​ลุกขึ้น​ใน​ตอนเช้า เขา​ผูก​อาน​บน​ลา​ของ​เขา แล้ว​เดินทาง​ไป​กับ​ผู้นำ​ชาว​โมอับ พระเจ้า​โกรธ​เพราะ​บาลาอัม​กำลัง​ไป ดังนั้น ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​มา​ยืน​ขัดขวาง​เขา​อยู่​บน​ถนน บาลาอัม​กำลัง​ขี่​ลา​อยู่ มี​คน​รับใช้​สองคน​อยู่​กับ​เขา เมื่อ​ลา​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ยืน​อยู่​บน​ถนน พร้อม​กับ​ถือ​ดาบ​อยู่​ใน​มือ ลา​จึง​หัน​จาก​ถนน​เข้า​ไป​ใน​ทุ่ง บาลาอัม​จึง​ตี​ลา​เพื่อ​ให้​มัน​หัน​กลับ​ไป​บน​ถนน แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ยืน​อยู่​บน​ทาง​แคบๆที่​อยู่​ระหว่าง​ไร่​องุ่น​สอง​แปลง มี​กำแพง​ล้อม​อยู่​ทั้ง​สอง​ข้าง เมื่อ​ลา​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์ มัน​จึง​เดิน​เบียด​กำแพง ทำ​ให้​เท้า​ของ​บาลาอัม​ถู​ไป​กับ​กำแพง บาลาอัม​จึง​ตี​มัน​อีก แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ไป​อยู่​ข้าง​หน้า​อีก ไป​ยืน​อยู่​ใน​ที่​แคบ​ที่​ไม่​มี​ทาง​หลีก​ไป​ทาง​ซ้าย​หรือ​ทาง​ขวา​ได้ เมื่อ​ลา​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์ ก็​หมอบ​ลง​ทั้ง​ที่​บาลาอัม​ยัง​นั่ง​อยู่​บน​หลัง​มัน บาลาอัม​โกรธ​และ​ตี​มัน​ด้วย​ไม้เท้า พระยาห์เวห์​ได้​เปิด​ปาก​ของ​ลา แล้ว​ลา​ก็​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “ข้าพเจ้า​ไป​ทำ​อะไร​ท่าน ท่าน​ถึง​ได้​ตี​ข้าพเจ้า​ถึง​สาม​ครั้ง” บาลาอัม​จึง​บอก​กับ​ลา​ว่า “เพราะ​เจ้า​ทำ​ให้​เรา​ดู​เหมือน​เป็น​คน​โง่เขลา เรา​อยาก​จะ​มี​ดาบ​สัก​เล่ม​ใน​มือ จะ​ได้​ฆ่า​เจ้า​ซะ​เลย​ตอนนี้” ลา​จึง​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “นี่​ข้าพเจ้า​ไม่​ใช่​ลา​ของ​ท่าน ที่​ท่าน​ใช้​ขี่​มา​ตลอด​ชีวิต​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้​หรอก​หรือ ข้าพเจ้า​เคย​ทำ​อย่างนี้​กับ​ท่าน​มา​ก่อน​หรือ​เปล่า” บาลาอัม​ตอบ​ว่า “ไม่​เคย” พระยาห์เวห์​จึง​เปิด​ตา​บาลาอัม ทำ​ให้​เขา​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​ยืน​อยู่​บน​ถนน และ​กำลัง​ถือ​ดาบ​อยู่​ใน​มือ บาลาอัม​ก้ม​หัว​ลง​กราบ ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​เจ้า​ถึง​ได้​ตี​ลา​ของ​เจ้า​ถึง​สาม​ครั้ง​อย่างนี้ นี่​เรา​มา​ยืน​ขวาง​เจ้า เพราะ​เห็น​ว่า​การ​เดินทาง​ของ​เจ้า​มัน​ช่าง​โง่เขลา​นัก เมื่อ​ลา​เห็น​เรา​มัน​ถึง​ได้​หัน​หนี​ไป​จาก​เรา​ถึง​สาม​ครั้ง นี่​ถ้า​มัน​ไม่​หลบ​เรา ป่านนี้​เรา​ก็​คง​ฆ่า​เจ้า​ไป​แล้ว แต่​เรา​คง​ไว้​ชีวิต​เจ้า​ลา​นั่น” บาลาอัม​บอก​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​บาป​ไป​แล้ว เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​ท่าน​กำลัง​ยืน​ขัดขวาง​ข้าพเจ้า​อยู่​บน​ถนน แต่​ตอนนี้ เนื่อง​จาก​การ​เดินทาง​ของ​ข้าพเจ้า มัน​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ท่าน ข้าพเจ้า​ก็​จะ​กลับ​บ้าน” ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “ไป​กับ​คน​พวกนี้ แต่​ให้​พูด​แต่​สิ่ง​ที่​เรา​บอก​ให้​เจ้า​พูด” บาลาอัม​จึง​ไป​กับ​พวก​ผู้นำ​ที่​บาลาค​ส่ง​มา เมื่อ​บาลาค​ได้ยิน​ว่า​บาลาอัม​กำลัง​มา เขา​จึง​ออก​มา​พบ​บาลาอัม​ที่​เมือง​ของ​ชาว​โมอับ ตรง​พรมแดน ที่​มี​แม่น้ำ​อารโนน​กั้น​อยู่ ซึ่ง​เป็น​ปลายสุด​ของ​พรมแดน บาลาค​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “เรา​เคย​ส่ง​คน​ไป​เชิญ​ท่าน​มา​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ ทำไม​ท่าน​ถึง​ไม่​มาหา​เราละ เรา​ไม่​สามารถ​จ่าย​รางวัล​ให้​กับ​ท่าน​หรือ​ยังไง” บาลาอัม​จึง​ตอบ​บาลาค​ว่า “ดูสิ ตอนนี้​ข้าพเจ้า​ก็​ได้​มาหา​ท่าน​แล้ว แต่​ข้าพเจ้า​ไม่​สามารถ​พูด​อะไร​ก็​ได้​ที่​อยาก​พูด ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​พูด​แต่​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ใส่​เข้า​มา​ใน​ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​เท่านั้น” แล้ว​บาลาอัม​ก็​ไป​กับ​บาลาค และ​พวกเขา​ก็​มา​ถึง​คิริยาท-หุโซท บาลาค​สังเวย​วัว​และ​แกะ และ​ส่ง​เครื่อง​บูชา​ไป​ให้​บาลาอัม​และ​พวก​ผู้นำ​ที่​อยู่​กับ​เขา ใน​ตอนเช้า​บาลาค​พา​บาลาอัม​ไป​เมือง​บาโมท-บาอัล จาก​ที่​นั่น​บาลาอัม​สามารถ​มองเห็น​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ได้​ส่วน​หนึ่ง

กันดารวิถี 22:21-41 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พอ​รุ่งเช้า​บาลาอัม​ก็​ลุก​ขึ้น ผูก​อาน​ลา​ของ​ตน​และ​ไป​กับ​บรรดา​เจ้านาย​ชั้น​ผู้​ใหญ่​ของ​โมอับ พระ​เจ้า​โกรธ​กริ้ว​ที่​เขา​ไป และ​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ยืน​ขวาง​ทาง​ไว้​เพื่อ​ห้าม​เขา ขณะ​นั้น​เขา​กำลัง​ขี่​ลา​ไป และ​มี​ผู้​รับใช้ 2 คน​อยู่​ด้วย ครั้น​ลา​เห็น​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ยืน​ถือ​ดาบ​ขวาง​ทาง​อยู่ ลา​ตัว​นั้น​จึง​เลี้ยว​ออก​นอก​ทาง​เข้า​ไป​ใน​ทุ่ง​นา บาลาอัม​จึง​ตี​ลา​ให้​หัน​กลับ​ไป​ที่​ถนน​อีก ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ยืน​ที่​ทาง​แคบ​ระหว่าง​สวน​องุ่น 2 แห่ง​ซึ่ง​มี​กำแพง​กั้น​ทั้ง 2 ฟาก ขณะ​ที่​ลา​เห็น​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า มัน​ก็​ดัน​กำแพง​และ​ทำ​ให้​เท้า​ของ​บาลาอัม​ถูก​อัด​ติด​กำแพง เขา​จึง​ตี​ลา​อีก ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ขยับ​ไป​ข้าง​หน้า​และ​ยืน​อยู่​ที่​ทาง​แคบ​อีก ไม่​มี​ทาง​เลี้ยว​ซ้าย​หรือ​ขวา​ได้ เมื่อ​ลา​เห็น​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า มัน​ก็​หมอบ​ลง​ขณะ​ที่​บาลาอัม​ยัง​อยู่​บน​หลัง​ลา เขา​ก็​โกรธ​และ​ใช้​ไม้​ตี​ลา แล้ว​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จึง​เปิด​ปาก​ลา มัน​ก็​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “ข้าพเจ้า​ทำ​อะไร​ท่าน​หรือ ท่าน​จึง​ได้​ตี​ข้าพเจ้า​ถึง 3 ครั้ง​เช่น​นี้” บาลาอัม​พูด​กับ​ลา​ว่า “เพราะ​เจ้า​ทำ​ให้​เรา​รู้สึก​โง่​เง่า หาก​ว่า​มือ​เรา​ถือ​ดาบ​อยู่ เรา​ก็​จะ​ฆ่า​เจ้า​เสีย​บัดนี้” ลา​จึง​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​ลา​ของ​ท่าน​หรอก​หรือ​ที่​ท่าน​ใช้​ขี่​มา​ตลอด​ชีวิต​อัน​ยาว​นาน​ของ​ท่าน​จน​ถึง​วัน​นี้ ข้าพเจ้า​เคย​กระทำ​เช่น​นี้​กับ​ท่าน​หรือ” เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ไม่​เคย” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก็​เปิด​ตา​ของ​บาลาอัม เขา​จึง​เห็น​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ยืน​ขวาง​ทาง​อยู่​และ​ชัก​ดาบ​ไว้​พร้อม เขา​จึง​ก้ม​ศีรษะ​และ​ซบ​หน้า​ลง​กับ​พื้น ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​พูด​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​ตี​ลา​ของ​ท่าน​ถึง 3 ครั้ง​เช่น​นั้น ดู​เถิด เรา​ได้​ออก​มา​ขัด​ขวาง​ท่าน เพราะ​เรา​เห็น​ว่า​ท่าน​ทำ​ตัว​หุนหัน​พลัน​แล่น​ยิ่ง​นัก และ​ลา​ก็​เห็น​เรา​จึง​เลี้ยว​เข้า​ข้าง​ทาง​ต่อ​หน้า​เรา 3 ครั้ง​เช่น​นั้น หากว่า​มัน​ไม่​ได้​หัน​เข้า​ข้าง​ทาง​เลี่ยง​เรา​ไป เรา​คง​จะ​ฆ่า​ท่าน​ไป​เสีย​แล้ว และ​ก็​ปล่อย​ให้​ลา​รอด​ตัว​ไป” บาลาอัม​พูด​กับ​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ว่า “ข้าพเจ้า​กระทำ​บาป เพราะ​ข้าพเจ้า​ไม่​ทราบ​ว่า​ท่าน​ยืน​อยู่​ที่​ถนน​เพื่อ​ขวาง​ข้าพเจ้า​ไว้ ฉะนั้น​บัดนี้​หากว่า​เป็น​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​ของ​ท่าน ข้าพเจ้า​ก็​จะ​กลับ​ไป” ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “จง​ไป​กับ​ชาย​เหล่า​นั้น แต่​ท่าน​จง​พูด​ตาม​คำ​ที่​เรา​พูด​กับ​ท่าน​เท่า​นั้น” และ​บาลาอัม​ก็​ไป​กับ​บรรดา​เจ้านาย​ชั้น​ผู้​ใหญ่​ของ​บาลาค ครั้น​บาลาค​ได้ยิน​ว่า​บาลาอัม​กำลัง​มา ท่าน​จึง​ออก​ไป​พบ​กับ​เขา​ที่​เมือง​โมอับ​ชายแดน​อาร์โนน​ใน​เขต​พรมแดน​เมือง และ​บาลาค​พูด​กับ​บาลาอัม​ว่า “เรา​ให้​คน​ไป​เรียก​ตัว​ท่าน​มา​ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า​มิ​ใช่​หรือ ทำไม​ท่าน​จึง​ไม่​มา​หา​เรา เรา​ไม่​ได้​ให้​เกียรติ​แก่​ท่าน​หรือ” บาลาอัม​ตอบ​บาลาค​ว่า “ดู​เถิด ข้าพเจ้า​มา​หา​ท่าน​แล้ว แต่​บัดนี้​ข้าพเจ้า​หา​มี​อำนาจ​ที่​จะ​กล่าว​สิ่งใด​ไม่ ข้าพเจ้า​จะ​พูด​ไป​ตาม​คำ​ที่​พระ​เจ้า​บันดาล​ให้​ข้าพเจ้า​พูด​เท่า​นั้น” แล้ว​บาลาอัม​ไป​กับ​บาลาค​จน​ถึง​คีริยาทหุโซท บาลาค​ถวาย​โค​และ​แกะ​เป็น​เครื่อง​สักการะ และ​แจก​ให้​บาลาอัม​กับ​บรรดา​เจ้านาย​ชั้น​ผู้​ใหญ่​ที่​อยู่​ด้วย เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น​บาลาค​พา​บาลาอัม​ขึ้น​ไป​ยัง​บาโมทบาอัล และ​เขา​ก็​ได้​เห็น​ประชาชน​ที่​อยู่​ไม่​ไกล​จาก​ที่​นั่น

กันดารวิถี 22:21-41 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

ดังนั้​นร​ุ่งเช้าบาลาอัมก็​ลุ​กขึ้นผูกอานลา ไปกับเจ้านายแห่งโมอับ แต่​พระเจ้าทรงกริ้วต่อบาลาอัมเพราะเขาไป ดังนั้นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​มาย​ืนเป็นผู้สกัดทางบาลาอัมไว้ ฝ่ายบาลาอัมขี่​ลาม​ี​คนใช้​สองคนไปกับเขา เมื่อลานั้นเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ถือดาบยืนอยู่ในหนทาง ลาก​็เลี้ยวออกนอกทาง เข​้าไปในทุ่งนา บาลาอัมจึงตีลาให้​กล​ับไปทางเดิม แล​้​วท​ูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​มาย​ืนอยู่ในทางแคบระหว่างสวนองุ่น มี​กำแพงทั้งสองข้างทาง เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มั​นก​็ดันไปติดกำแพง หนี​บเท้าของบาลาอัมเข้ากับกำแพง บาลาอัมก็​ตี​ลาอีก แล​้​วท​ูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​ก็​เดินไปข้างหน้ายืนอยู่ในที่​แคบ ไม่มี​ทางที่จะหลีกไปข้างขวาหรือข้างซ้าย เมื่อลาเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มั​นก​็​หมอบลง บาลาอัมยังคงนั่งอยู่บนหลัง บาลาอัมก็​โกรธ จึงเอาไม้​เท​้าของเขาตี​ลา แล​้วพระเยโฮวาห์เปิดปากลา มันจึงพู​ดก​ับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรแก่​ท่าน ท่านจึงได้​ตี​ข้าพเจ้าถึงสามครั้ง” บาลาอัมพู​ดก​ับลาว่า “เพราะเจ้าได้แกล้งเรา เราอยากจะมีดาบอยู่ในมือเดี๋ยวนี้ เราจะได้ฆ่าเจ้าเสีย” ลาก​็​พู​ดก​ับบาลาอัมว่า “ข้าพเจ้าไม่​ใช่​ลาของท่านที่ท่านขับขี่​อยู่​ทุ​กวันตลอดชีวิตจนบัดนี้ดอกหรือ ข้าพเจ้าได้เคยกระทำเช่นนี้​แก่​ท่านหรือ” บาลาอัมก็บอกว่า “​ไม่เคย​” แล​้วพระเยโฮวาห์ทรงเบิกตาบาลาอัม เขาจึงเห็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ถือดาบยืนอยู่ในหนทาง บาลาอัมก็ก้มศีรษะซบหน้าลงกราบ และทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​พู​ดก​ับบาลาอัมว่า “ทำไมเจ้าจึงตีลาของเจ้าถึงสามครั้ง ดู​เถิด เรามาห้ามเจ้า เพราะการประพฤติของเจ้าขัดขืนเรา ลาได้​เห​็นเราและหลีกไปต่อหน้าเราถึงสามครั้ง ถ้ามั​นม​ิ​ได้​หลี​กไปจากเรา เราจะได้ฆ่าเจ้าเสียแล้วเมื่อตะกี้​นี้​แน่ และให้ลารอดตายไป” แล​้วบาลาอัมพู​ดก​ั​บท​ูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​ว่า “ข้าพเจ้าได้กระทำบาป เพราะข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านยืนอยู่ในหนทางกั้นข้าพเจ้า ฉะนั้นบัดนี้ถ้าท่านไม่​เห็นชอบ ข้าพเจ้าจะกลับไปเสีย” แล​้​วท​ูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์​พู​ดก​ับบาลาอัมว่า “จงไปกับชายเหล่านั้นเถิด แต่​เจ้​าจงพูดเฉพาะคำที่เราให้​เจ้​าพูด” ดังนั้นบาลาอัมก็ไปกับเจ้านายของบาลาคต่อไป เมื่อบาลาคได้ยิ​นว​่าบาลาอัมมาแล้ว ท่านจึงออกไปรับบาลาอั​มท​ี่เมืองโมอั​บท​ี่สุดปลายพรมแดนซึ่งเกิดขึ้นด้วยแม่น้ำอารโนน บาลาคพู​ดก​ับบาลาอัมว่า “เราได้​อุตส่าห์​ใช้​คนไปเชิญท่านมามิ​ใช่​หรือ เหตุ​ไฉนท่านไม่มาหาเราเล่า เราไม่สามารถที่จะให้​เกียรติ​แก่​ท่านหรือ” บาลาอัมพู​ดก​ับบาลาคว่า “​ดู​เถิด ข้าพเจ้ามาหาท่านแล้ว บัดนี้​ข้าพเจ้าจะกล่าวอะไรได้​เล่า คำซึ่งพระเจ้าใส่ปากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องกล่าว” แล​้วบาลาอัมไปกับบาลาคถึงตำบลคีริยาทหุโซท ณ ที่​นั่นบาลาคเอาวัวและแกะถวายบู​ชา แล​้วส่งไปให้บาลาอัมและเจ้านายที่​อยู่​กับเขาบ้าง ต่อมารุ่งขึ้นบาลาคก็พาบาลาอัมขึ้นไปยังปู​ชน​ียสถานสูงของพระบาอัล จากที่นั่​นก​็​ได้​เห​็นประชาชนส่วนที่​อยู่​ใกล้​ที่สุด