โรม 14:1-16 - Compare All Versions

โรม 14:1-16 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ให้​ยอมรับ​คน​ที่​ยัง​มี​ความเชื่อ​อ่อนแอ​อยู่ และ​อย่า​ไป​โต้เถียง​กับ​เขา​ใน​เรื่อง​ความ​คิดเห็น​ที่​แตกต่าง​กัน คน​หนึ่ง​เชื่อ​ว่า​เขา​กิน​ได้​ทุก​อย่าง แต่​คน​ที่​มี​ความเชื่อ​อ่อนแอ​อยู่​กิน​แต่​ผัก​เท่านั้น คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง​ก็​อย่า​ไป​ดูถูก​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน ส่วน​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ก็​อย่า​ไป​กล่าว​โทษ​คน​ที่​กิน​ทุก​อย่าง เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​เขา​ไว้​แล้ว คุณ​คิด​ว่า​คุณ​เป็น​ใคร​กัน ถึง​ได้​เที่ยว​ไป​กล่าว​โทษ​คน​ใช้​ของ​คน​อื่น เขา​จะ​ยืนหยัด​หรือ​ล้ม​ลง​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​เจ้านาย​ของ​เขา แต่​เขา​จะ​ยืนหยัด​ได้​แน่ เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​สามารถ​ช่วย​ให้​เขา​ยืนหยัด​อยู่​ได้ คนหนึ่ง​คิด​ว่า​วัน​หนึ่ง​ดี​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง แต่​อีก​คน​หนึ่ง​คิด​ว่า​ทุกๆ​วัน​เหมือนกัน​หมด ใคร​เชื่อ​อย่างไร​ก็​ให้​มั่นใจ​อย่าง​เต็มที่​ใน​สิ่ง​ที่​เชื่อ​นั้น คน​ที่​คิด​ว่า​วัน​หนึ่ง​พิเศษ​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง เขา​ก็​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง ก็​ได้​กิน​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต เพราะ​เขา​ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร​นั้น​แล้ว และ​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ทุก​อย่าง ก็​ได้​ทำ​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เหมือน​กัน เพราะ​เขา​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​เรา​ที่​ใช้​ชีวิต​อยู่ หรือ​ตาย​ไป เพื่อ​ผล​ประโยชน์​ของ​ตน​เอง เพราะ​ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่ เรา​ก็​อยู่​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ถ้า​เรา​ตาย เรา​ก็​ตาย​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต ดัง​นั้น​ไม่ว่า​เรา​จะ​อยู่​หรือ​ตาย เรา​ก็​เป็น​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต รู้​ไหม​ว่า​ทำไม​พระคริสต์​ถึง​ได้​ตาย​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ ก็​เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ทั้ง​คน​ตาย​และ​คน​เป็น​นั่นเอง แล้ว​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก จะ​ไป​กล่าว​โทษ​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง​ทำไม และ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง จะ​ไป​ดูถูก​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก​ทำไม เพราะ​เรา​ทุก​คน​ต่าง​ก็​ต้อง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า​เพื่อ​ให้​พระองค์​ตัดสิน​ด้วย​กัน​ทั้งนั้น เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า ทุก​หัวเข่า​จะ​ต้อง​กราบลง​ต่อหน้า​เรา และ​ทุก​ลิ้น​จะ​ต้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า” ดังนั้น​เรา​ทุก​คน​จะ​ต้อง​รายงาน​เรื่อง​ที่​เรา​ได้​ทำ​ไป​ต่อหน้า​พระเจ้า ดังนั้น​หยุด​กล่าว​โทษ​กัน​ได้​แล้ว แต่​ให้​ตั้งใจ​ว่า​จะ​ไม่​เป็น​ต้นเหตุ​ทำ​ให้​พี่น้อง​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป ใน​ฐานะ​คน​ของ​พระเยซู​เจ้า ผม​รู้​และ​เชื่อมั่น​ว่า อาหาร​ทุก​ชนิด​กิน​ได้​หมด แต่​ถ้า​คน​ไหน​คิด​ว่า​กิน​แล้ว​ผิด มัน​ก็​ผิด​สำหรับ​คน​นั้น ถ้า​อาหาร​ที่​คุณ​กิน​นั้น ไป​ทำร้าย​จิตใจ​ของ​พี่น้อง​คุณ แสดง​ว่า​คุณ​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ความรัก ดังนั้น​อย่า​ให้​การ​กิน​ของ​คุณ​ไป​ทำลาย​คน​ที่​พระคริสต์​ยอม​ตาย​ให้​เลย ที่​คุณ​เชื่อ​ว่า​กิน​ได้​ทุก​อย่าง​นั้น​ก็ดี​แล้ว แต่​อย่า​ให้​ความเชื่อ​ของ​คุณนี้ ทำ​ให้​คน​อื่น​ดูถูก​เอา​ได้

แบ่งปัน
โรม 14 THA-ERV

โรม 14:1-16 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

จงต้อนรับคนที่ยังมีความเชื่อน้อยอยู่ แต่ไม่ใช่เพื่อให้โต้เถียงกันในเรื่องที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว คนหนึ่งถือว่าจะกินอะไรก็ได้ แต่อีกคนหนึ่งที่มีความเชื่อน้อยก็กินแต่ผักเท่านั้น อย่าให้คนที่กินนั้นดูหมิ่นคนที่ไม่กิน และอย่าให้คนที่ไม่กินตัดสินคนที่กิน เพราะว่าพระเจ้าทรงยอมรับเขาแล้ว ท่านเป็นใคร จึงกล่าวโทษบ่าวของคนอื่น? บ่าวคนนั้นจะตั้งมั่นหรือจะล่มจมก็สุดแล้วแต่นายของเขา และเขาจะตั้งมั่นแน่นอน เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสามารถให้เขาตั้งมั่นได้ คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งดีกว่าอีกวันหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด คนที่ถือวันก็ถือเพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่กินทุกสิ่งก็กินเพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า และคนที่ไม่กิน ก็ไม่กินเพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และยังขอบพระคุณพระเจ้า เราไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง และเราไม่ได้ตายเพื่อตัวเอง ถ้าเรามีชีวิตอยู่ก็เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุนี้เอง พระคริสต์สิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์อีก เพื่อจะได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนตายและคนเป็น แต่ตัวท่านเล่า ทำไมจึงกล่าวโทษพี่น้องของท่าน? หรือท่านผู้เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ทำไมท่านจึงดูหมิ่นพี่น้องของท่าน? เพราะว่าเราทุกคนต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ตรัสว่า ‘เรามีชีวิตอยู่ตราบใด ทุกคนจะคุกเข่ากราบเรา และทุกลิ้นจะสรรเสริญ พระเจ้า’ ” ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า ดังนั้นอย่าให้เรากล่าวโทษกันและกันอีกเลย แต่จงตัดสินใจดีกว่าว่าจะไม่วางสิ่งซึ่งทำให้พี่น้องสะดุด หรือสิ่งกีดขวางทางของเขา ในฐานะที่ข้าพเจ้าอยู่ในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เชื่อแน่ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นมลทินในตัวเองเลย แต่ถ้าใครถือว่าสิ่งใดเป็นมลทินสิ่งนั้นก็เป็นมลทินสำหรับคนนั้น ถ้าพี่น้องเป็นทุกข์เพราะอาหารที่ท่านกิน ท่านก็ไม่ได้ประพฤติตามทางแห่งความรักเสียแล้ว พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อใคร ก็อย่าให้คนนั้นพินาศเพราะอาหารที่ท่านกินเลย ฉะนั้นอย่าให้สิ่งที่ดีสำหรับท่าน เป็นข้อตำหนิติเตียนของคนอื่นได้เลย

แบ่งปัน
โรม 14 THSV11

โรม 14:1-16 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

ส่วนคนที่ยั​งอ​่อนในความเชื่อนั้น จงรับเขาไว้ แต่​มิใช่​เพื่อให้​โต้​เถียงกันในเรื่องความเชื่อที่แตกต่างกันนั้น คนหนึ่งถือว่าจะกินอะไรก็​ได้​ทั้งนั้น แต่​อี​กคนหนึ่งที่ยั​งอ​่อนในความเชื่ออยู่​ก็​กินแต่ผักเท่านั้น อย่าให้​คนที​่กินนั้นดูหมิ่นคนที่​ไม่ได้​กิน และอย่าให้​คนที​่​มิได้​กินกล่าวโทษคนที่​ได้​กิน เหตุ​ว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดรับเขาไว้​แล้ว ท่านเป็นใครเล่าจึงกล่าวโทษผู้​รับใช้​ของคนอื่น ผู้รับใช้​คนนั้นจะได้​ดี​หรือจะล่มจมก็สุดแล้วแต่นายของเขา และเขาก็จะได้​ดี​แน่นอน เพราะว่าพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถให้เขาได้​ดี​ได้ คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่​งด​ีกว่าอีกวันหนึ่ง แต่​อี​กคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน ขอให้​ทุ​กคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด ผู้​ที่​ถือวั​นก​็ถือเพื่อถวายเกียรติ​แด่​องค์​พระผู้เป็นเจ้า และผู้​ที่​ไม่​ถือวั​นก​็​ไม่​ถือเพื่อถวายเกียรติ​แด่​องค์​พระผู้เป็นเจ้า ผู้​ที่​กิ​นก​็กินเพื่อถวายเกียรติ​แด่​องค์​พระผู้เป็นเจ้า เพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า และผู้​ที่​มิได้​กิ​นก​็​มิได้​กินเพื่อถวายเกียรติ​แด่​องค์​พระผู้เป็นเจ้า และยังขอบพระคุณพระเจ้า เพราะในพวกเราไม่​มี​ผู้​ใดมี​ชี​วิตอยู่เพื่อตนเองฝ่ายเดียว และไม่​มี​ผู้​ใดตายเพื่อตนเองฝ่ายเดียว ถ้าเรามี​ชี​วิตอยู่​ก็​มี​ชี​วิตอยู่เพื่อองค์​พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์​พระผู้เป็นเจ้า เหตุ​ฉะนั้นไม่ว่าเรามี​ชี​วิตอยู่หรือตายไปก็​ตาม เราก็เป็นคนขององค์​พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุนี้​เองพระคริสต์จึงได้ทรงสิ้นพระชนม์และได้ทรงเป็นขึ้นมาและทรงพระชนม์​อีก เพื่อจะได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทั้งคนตายและคนเป็น แต่​ตั​วท​่านเล่า เหตุ​ไฉนท่านจึงกล่าวโทษพี่น้องของท่าน หรือเหตุไฉนท่านจึ​งด​ูหมิ่นพี่น้องของท่าน เพราะว่าเราทุกคนต้องยืนอยู่​หน​้าบัลลั​งก​์พิพากษาของพระคริสต์ เพราะมีคำเขียนไว้​ว่า ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าได้ตรั​สว​่า “เรามี​ชี​วิตอยู่​ฉันใด หัวเข่าทุ​กห​ัวเข่าจะต้องคุกกราบลงต่อเรา และลิ้นทุ​กล​ิ้นจะต้องร้องสรรเสริญพระเจ้า”’ ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า ดังนั้นเราอย่ากล่าวโทษกันและกั​นอ​ีกเลย แต่​จงตัดสินใจเสียดี​กว่า คืออย่าให้​ผู้​หน​ึ่งผู้ใดวางสิ่งซึ่งให้​สะดุด หรือสิ่งซึ่งเป็นเหตุ​ให้​ล้มลงไว้ต่อหน้าพี่​น้อง ข้าพเจ้ารู้และปลงใจเชื่อเป็นแน่ในองค์​พระเยซู​เจ้​าว่า ไม่มี​สิ​่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นมลทินในตัวเองเลย แต่​ถ้าผู้ใดถือว่าสิ่งใดเป็นมลทิน สิ​่งนั้​นก​็เป็นมลทินสำหรับคนนั้น แต่​ถ้าพี่น้องของท่านไม่สบายใจเพราะอาหารที่ท่านกิน ท่านก็​ไม่ได้​ดำเนินตามทางแห่งความรักเสียแล้ว พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อผู้​ใด ก็​อย่าให้คนนั้นพินาศเพราะอาหารที่ท่านกินเลย ฉะนั้นอย่าให้การดีของท่านเป็​นที​่​ให้​เขาติเตียนได้

แบ่งปัน
โรม 14 KJV

โรม 14:1-16 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

ส่วนคนที่ยังมีความเชื่อน้อยอยู่นั้น จงรับเขาไว้ แต่มิใช่เพื่อให้โต้เถียงกันในเรื่องความเชื่อที่แตกต่างกันนั้น คนหนึ่งถือว่าจะกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่คนที่มีความเชื่อน้อยก็กินแต่ผักเท่านั้น อย่าให้คนที่กินนั้นดูหมิ่นคนที่ไม่ได้กิน และอย่าให้คนที่มิได้กินกล่าวโทษคนที่ได้กิน เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดรับเขาไว้แล้ว ท่านเป็นใครเล่า จึงกล่าวโทษบ่าวของคนอื่น บ่าวคนนั้นจะได้ดีหรือจะล่มจมก็สุดแล้วแต่นายของเขา และเขาก็จะได้ดีแน่นอน เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฤทธิ์อาจให้เขาได้ดีได้ คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งดีกว่าอีกวันหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด ผู้ที่ถือวันก็ถือเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่กินก็กินเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า และผู้ที่ไม่ได้กิน ก็มิได้กินเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และยังขอบพระคุณพระเจ้า ในพวกเราไม่มีผู้ใดมีชีวิตอยู่เพื่อตนเองฝ่ายเดียว และไม่มีผู้ใดตายเพื่อตนเองฝ่ายเดียว ถ้าเรามีชีวิตอยู่ ก็มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุนี้เอง พระคริสต์จึงได้ทรงสิ้นพระชนม์และได้ทรงคืนพระชนม์อีก เพื่อจะได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนตายและคนเป็น แต่ตัวท่านเล่า เหตุไฉนท่านจึงกล่าวโทษพี่น้องของท่าน หรือท่านผู้เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง เหตุไฉนท่านจึงดูหมิ่นพี่น้องของท่าน เพราะว่าเราทุกคนต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า <<เรามีชีวิตอยู่แน่นอนฉันใด ทุกคนจะคุกเข่ากราบเรา และทุกลิ้นจะสรรเสริญพระเจ้า>> ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า ดังนั้นเราอย่ากล่าวโทษกันและกันอีกเลย แต่จงตัดสินใจเสียดีกว่า ว่าจะไม่วางสิ่งซึ่งทำให้สะดุด หรือสิ่งกีดขวางทางของพี่น้อง ข้าพเจ้ารู้และปลงใจเชื่อเป็นแน่ในองค์พระเยซูเจ้าว่า ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นมลทินในตัวเองเลย แต่ถ้าผู้ใดถือว่าสิ่งใดเป็นมลทินสิ่งนั้นก็เป็นมลทินสำหรับคนนั้น ถ้าพี่น้องของท่านไม่สบายใจเพราะอาหารที่ท่านกิน ท่านก็ไม่ได้ประพฤติตามทางแห่งความรักเสียแล้ว พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อผู้ใด ก็อย่าให้ผู้นั้นพินาศ เพราะอาหารที่ท่านกินเลย ฉะนั้นอย่าให้สิ่งที่ดีสำหรับท่าน เป็นข้อตำหนิติเตียนของผู้อื่นได้เลย

แบ่งปัน
โรม 14 TH1971

โรม 14:1-16 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

จงยอมรับผู้ที่อ่อนแอในความเชื่อโดยไม่ตัดสินเขาในเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกัน คนหนึ่งเชื่อว่ากินได้ทุกอย่าง แต่อีกคนหนึ่งซึ่งมีความเชื่ออ่อนแอกินแต่ผักเท่านั้น คนที่กินทุกอย่างอย่าดูถูกคนที่ไม่กิน และคนที่ไม่กินก็อย่ากล่าวโทษคนที่กิน เพราะพระเจ้าทรงยอมรับเขาแล้ว ท่านเป็นใครเล่าที่จะตัดสินบ่าวของคนอื่น? เขาจะได้ดีหรือล้มเหลวก็แล้วแต่นายของเขา และเขาจะได้ดีเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสามารถทำให้เขาได้ดี คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กว่าอีกวันหนึ่ง ส่วนอีกคนถือว่าทุกวันเหมือนกันหมด แต่ละคนควรแน่ใจในความคิดเห็นของตนอย่างเต็มที่ ผู้ที่ถือวันหนึ่งวันใดเป็นพิเศษก็ถือเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่กินเนื้อก็กินเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า และผู้ที่ไม่กินก็ไม่กินเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและขอบพระคุณพระเจ้า เพราะไม่มีพวกเราสักคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเท่านั้น และไม่มีพวกเราสักคนที่ตายเพื่อตัวเองเท่านั้น ถ้าเราอยู่ เราก็อยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตาย เราก็ตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่หรือตาย เราก็เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุนี้เองพระคริสต์จึงสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ เพื่อพระองค์จะทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทั้งคนตายและคนเป็น แล้วท่านเล่าทำไมจึงตัดสินพี่น้องของตน? เหตุใดจึงดูถูกพี่น้องของตน? เพราะพวกเราทั้งหมดจะต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า ตามที่มีเขียนไว้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ทุกคนจะคุกเข่ากราบลงต่อหน้าเรา ทุกลิ้นจะสารภาพต่อพระเจ้า’ ” ดังนั้นแล้วพวกเราแต่ละคนจะต้องทูลให้การเรื่องราวของตนเองต่อพระเจ้า เหตุฉะนั้นให้เราเลิกตัดสินกัน แต่จงตัดสินใจว่าจะไม่วางสิ่งที่ทำให้สะดุดหรือวางเครื่องกีดขวางในทางของพี่น้อง ในฐานะผู้ที่อยู่ในองค์พระเยซูเจ้า ข้าพเจ้าแน่ใจอย่างเต็มที่ว่าไม่มีอาหารใดเป็นมลทินในตัวของมันเอง แต่ถ้าใครถือว่าสิ่งใดเป็นมลทิน สิ่งนั้นก็เป็นมลทินสำหรับเขา ถ้าพี่น้องของท่านลำบากใจเพราะสิ่งที่ท่านกิน ท่านก็ไม่ได้ประพฤติตนด้วยความรักอีกต่อไป อย่าให้การกินของท่านทำลายพี่น้องซึ่งพระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเขา อย่าให้สิ่งที่ท่านเห็นว่าดีถูกกล่าวขวัญว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย

แบ่งปัน
โรม 14 TNCV

โรม 14:1-16 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

จง​รับ​ผู้​ที่​ยัง​มี​ความ​เชื่อ​อ่อนแอ แต่​อย่า​โต้เถียง​กับ​เขา​ใน​เรื่อง​ความ​คิดเห็น​ส่วนตัว คน​หนึ่ง​เชื่อ​ว่า​จะ​รับประทาน​อะไร​ก็​ได้​ทั้ง​นั้น แต่​ผู้​ที่​ยัง​มี​ความ​เชื่อ​อ่อนแอ​รับประทาน​แต่​ผัก​เท่า​นั้น อย่า​ให้​คน​ที่​รับประทาน​ทุก​สิ่ง​ดูหมิ่น​คน​ที่​ไม่​รับประทาน และ​อย่า​ให้​คน​ที่​ไม่​รับประทาน​กล่าวโทษ​คน​ที่​รับประทาน เพราะ​พระ​เจ้า​ได้​รับ​เขา​ไว้​แล้ว ท่าน​เป็น​ใคร​ที่​จะ​กล่าวโทษ​ผู้​รับใช้​ของ​ผู้​อื่น เขา​จะ​ยืนหยัด​ได้​หรือ​ล้ม​ลง​ก็​แล้ว​แต่​นาย​ของ​เขา และ​เขา​จะ​ยืนหยัด​ได้​แน่ เพราะ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สามารถ​เป็น​ผู้​โปรด​ให้​เขา​ยืนหยัด​ได้ คน​หนึ่ง​ถือ​ว่า​วัน​หนึ่ง​สำคัญ​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง แต่​อีก​คน​หนึ่ง​ถือ​ว่า​ทุก​วัน​เหมือน​กัน จง​ให้​แต่​ละ​คน​มี​ความ​แน่ใจ​ใน​ความ​คิด​ของ​ตน​เถิด คน​ที่​ถือ​วัน​ก็​ถือ​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​แด่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​คน​ที่​รับประทาน​ก็​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​แด่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เพราะ​เขา​ขอบคุณ​พระ​เจ้า และ​ผู้​ที่​ไม่​รับประทาน​ก็​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​แด่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​ขอบคุณ​พระ​เจ้า​ด้วย เพราะ​ว่า​ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​เพื่อ​ตนเอง และ​ไม่​มี​ใคร​ตาย​เพื่อ​ตนเอง เพราะ​ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่ เรา​ก็​อยู่​เพื่อ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า หรือ​ถ้า​เรา​ตาย เรา​ก็​ตาย​เพื่อ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ฉะนั้น​ไม่​ว่า​เรา​อยู่​หรือ​ตาย เรา​ก็​เป็น​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เพราะ​เหตุ​นี้​เอง พระ​คริสต์​ได้​สิ้น​ชีวิต​และ​ฟื้น​คืน​ชีวิต เพื่อ​ว่า​พระ​องค์​จะ​ได้​เป็น​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ทั้ง​คนตาย​และ​คนเป็น แล้ว​ตัว​ท่าน​เล่า ทำไม​ท่าน​จึง​กล่าวโทษ​พี่​น้อง​ของ​ท่าน หรือ​ทำไม​ท่าน​จึง​ดูหมิ่น​พี่​น้อง​ของ​ท่าน ด้วย​ว่า เรา​ทุก​คน​จะ​ได้​ยืน​ต่อ​หน้า​บัลลังก์​พิพากษา​ของ​พระ​เจ้า เพราะ​มี​บันทึก​ไว้​ว่า “พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘ตราบ​ที่​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ฉันใด ทุก​คน​ก็​จะ​คุกเข่า​ลง​ต่อ​หน้า​เรา ทุก​ลิ้น​จะ​ออก​ปาก​ยอมรับ​ว่า เรา​เป็น​พระ​เจ้า’” แล้ว​เรา​ทุก​คน​จะ​ไป​รายงาน​เรื่องราว​ของ​ตนเอง​ต่อ​พระ​เจ้า ฉะนั้น เรา​อย่า​กล่าวโทษ​กัน​และ​กัน​อีก​เลย แต่​จง​ตัดสิน​ใจ​ให้​แน่วแน่​ว่า จะ​ไม่​ทำ​ให้​พี่​น้อง​สะดุด​ใจ​หรือ​ฉุดรั้ง​เขา​ไว้ ข้าพเจ้า​ทราบ​และ​เชื่อ​แน่​ใน​พระ​เยซู องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ว่า ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​มลทิน​ใน​ตัวเอง​เลย แต่​คน​ที่​คิด​เอง​ว่า​สิ่ง​ใด​เป็น​มลทิน สิ่ง​นั้น​ก็​เป็น​มลทิน​สำหรับ​คนๆ นั้น ถ้า​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ต้อง​มา​สะเทือนใจ​เพราะ​เรื่อง​อาหาร ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ประพฤติ​ตาม​ความ​รัก​เสีย​แล้ว อย่า​ให้​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​พินาศ​เพราะ​อาหาร​ที่​ท่าน​รับประทาน​เลย เพราะ​พระ​คริสต์​สิ้น​ชีวิต​เพื่อ​เขา​ด้วย ฉะนั้น​อย่า​ปล่อย​ให้​สิ่ง​ที่​ท่าน​นับว่า​ดี กลาย​เป็น​สิ่ง​ที่​ถูก​กล่าว​กัน​ว่า​เลว​ร้าย

แบ่งปัน
โรม 14 NTV