โรม 3:7-21 - Compare All Versions

โรม 3:7-21 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

แต่​คุณ​อาจ​จะ​เถียง​ว่า “ถ้า​การ​ที่​ผม​ไม่​ซื่อสัตย์​นั้น​ทำ​ให้​เห็น​ความซื่อสัตย์​ของ​พระองค์​เด่นชัด​ขึ้น และ​ทำ​ให้​พระองค์​ได้รับ​เกียรติ​ด้วย แล้ว​ยัง​จะ​มา​ลงโทษ​ผม​อีก​ทำไม” ทำไม​คุณ​ไม่​พูด​อย่างนี้​เสีย​เลย​ว่า “มา​ทำ​ชั่ว​กัน​เถอะ ความ​ดี​จะ​ได้​เกิด​ขึ้น” (เหมือน​กับ​ที่​มี​บาง​คน​ใส่ร้าย​เรา หา​ว่า​เรา​พูด​อย่าง​นั้น) สมควร​แล้ว​ที่​คน​พวก​นั้น​จะ​ถูก​ลงโทษ ถ้า​อย่าง​นั้น​จะ​ว่า​อย่างไร พวก​เรา​คนยิว​ได้​เปรียบ​กว่า​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​อย่าง​นั้น​หรือ ไม่​เลย เพราะ​เรา​บอก​ไป​แล้ว​ว่า ทั้ง​คนยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ก็​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​บาป​กัน​ทั้งนั้น เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “ไม่​มี​ใคร​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​เลย ไม่​มี​เลย​สัก​คน​เดียว ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​เข้าใจ ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​แสวงหา​พระเจ้า ทุก​คน​หัน​หน้า​หนี​ไป​จาก​พระองค์ ทุก​คน​กลาย​เป็น​คน​ไร้ค่า ไม่​มี​ใคร​มี​น้ำใจ ไม่​มี​เลย​สัก​คน​เดียว” “ลำคอ​ของ​พวก​เขา​เหมือน​หลุมศพ​ที่​เปิด​อยู่ ลิ้น​ของ​พวก​เขา​ชอบ​หลอกลวง” “ริมฝีปาก​ของ​พวก​เขา​อาบ​ด้วย​พิษ​งู​ร้าย” “ปาก​ของ​พวก​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​คำ​แช่งด่า​และ​คำ​พูด​ที่​ขมขื่น” “เท้า​ของ​พวก​เขา​รีบ​วิ่ง​ไป​ฆ่า​คน เขา​ไป​ไหน ก็​ทำลาย​ทุก​อย่าง​จน​หมด และ​สร้าง​ความ​ทุกขเวทนา​ที่นั่น พวก​เขา​ไม่​รู้จัก​ทาง​แห่ง​สันติสุข” “เขา​ไม่​เคย​คิด​ที่​จะ​เกรง​กลัว​พระเจ้า​เลย” เรา​รู้​แล้ว​ว่า ทุก​อย่าง​ที่​กฎ​บอก ก็​เพื่อ​บอก​กับ​คน​ที่​อยู่​ภาย​ใต้​กฎนั้น เพื่อ​ปิด​ปาก​ทุก​คน​ไม่​ให้​มี​ข้อ​แก้ตัว และ​เพื่อ​ทุก​คน​ใน​โลก​จะ​ต้อง​อยู่​ภายใต้​การ​ตัดสิน​ของ​พระเจ้า ไม่​มี​ใคร​หรอก​ที่​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​เนื่อง​จาก​ทำ​สิ่ง​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ เพราะ​กฎ​นั้น​มี​ไว้​ชี้​ให้​เรา​เห็น​ถึง​ความบาป​ของ​ตัวเอง แต่​ตอนนี้ พระเจ้า​ได้​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ โดย​ไม่​เกี่ยวข้อง​กับ​กฎ​เลย แต่​ว่า​ทั้ง​กฎ​และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ได้​เป็น​พยาน​ถึง​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระองค์

แบ่งปัน
โรม 3 THA-ERV

โรม 3:7-21 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

แต่ถ้าสัจจะของพระเจ้าปรากฏมากยิ่งขึ้นเนื่องจากการมุสาของข้าพเจ้า จนทำให้พระองค์ได้รับเกียรติแล้ว ทำไมข้าพเจ้าต้องถูกพิพากษาว่าเป็นคนบาป? และทำไมเราจึงไม่ทำความชั่ว เพื่อความดีจะเกิดขึ้น? ตามที่มีบางคนดูหมิ่นและนินทาหาว่า เราได้กล่าวอย่างนั้น การลงโทษคนเช่นนั้นก็ยุติธรรมแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะว่าอย่างไร? พวกยิวเราจะได้เปรียบกว่าหรือ? เปล่าเลยเพราะเราได้ชี้แจงให้เห็นแล้วว่า มนุษย์ทุกคนทั้งพวกยิวและพวกกรีกต่างก็อยู่ใต้อำนาจบาป ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียวไม่มีเลย ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า เขาทุกคนหลงผิดไปหมด พวกเขาเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย ลำคอของพวกเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง พิษงูร้ายอยู่ใต้ริมฝีปากของเขา ปากของพวกเขาเต็มด้วยคำแช่งด่าอันขมขื่น เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์ และเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุข เขาไม่เคยคิดจะยำเกรงพระเจ้า ” เรารู้แล้วว่า ธรรมบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็กล่าวแก่พวกที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคน และให้โลกทั้งหมดอยู่ใต้การพิพากษาของพระเจ้า เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่มีใครถูกชำระให้ชอบธรรมได้โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาป แต่เดี๋ยวนี้ความชอบธรรมของพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือธรรมบัญญัติ ความชอบธรรมดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากหมวดธรรมบัญญัติและพวกผู้เผยพระวจนะ

แบ่งปัน
โรม 3 THSV11

โรม 3:7-21 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

เพราะถ้าความจริงของพระเจ้าปรากฏมากยิ่งขึ้นเพราะเหตุความอสัตย์ของข้าพเจ้าเป็​นที​่​ให้​เก​ิดเกียรติยศแด่​พระองค์​แล้ว ทำไมเขาจึงยังลงโทษข้าพเจ้าว่าเป็นคนบาป และทำไมเราจึงไม่ทำความชั่วเพื่อความดีจะได้​เกิดขึ้น (​ตามที่​เราได้​ถู​กกล่าวร้ายและตามที่บางคนยืนยั​นว​่าเราได้​กล​่าวอย่างนั้น) พระอาชญาของคนเช่นนั้​นก​็​ยุติ​ธรรมแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร พวกเราจะได้เปรียบกว่าพวกเขาหรือ เปล​่าเลย เพราะเราได้​ชี้​แจงให้​เห​็นแล้​วว​่า ทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติต่างก็​อยู่​ใต้​อำนาจของบาปทุกคน ตามที่​มี​เข​ียนไว้​แล​้​วว​่า ‘​ไม่มี​ผู้​ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มี​เลย ไม่มี​คนที​่​เข้าใจ ไม่มี​คนที​่แสวงหาพระเจ้า เขาทุกคนหลงทางไปหมด เขาทั้งปวงเป็นคนไร้ค่าเหมือนกันทั้งสิ้น ไม่มี​สักคนเดียวที่​ทำดี ไม่มี​เลย ลำคอของเขาคือหลุมฝังศพที่เปิ​ดอย​ู่ เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง ภายใต้​ริมฝีปากของเขามีพิษของงู​ร้าย ปากของเขาเต็​มด​้วยคำแช่​งด​่าและคำขมขื่น เท​้าของเขาว่องไวในการทำให้​นองเลือด ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์ และเขาไม่​รู้​จักทางแห่งสันติ​สุข ในแววตาของเขาไม่​มี​ความเกรงกลัวพระเจ้า’ บัดนี้ เรารู้​แล​้​วว​่าพระราชบัญญั​ติ​ทุ​กข้อที่​ได้​กล​่าวนั้น ก็ได้​กล​่าวแก่คนเหล่านั้​นที​่​อยู่​ใต้​พระราชบัญญัติ​เพื่อปิดปากทุกคน และเพื่อให้​มนุษย์​ทุ​กคนในโลกมีความผิดจำเพาะพระพักตร์​พระเจ้า เพราะฉะนั้นจึงไม่​มี​เนื้อหนังคนหนึ่งคนใดเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าได้โดยการประพฤติตามพระราชบัญญั​ติ เพราะว่าโดยพระราชบัญญั​ติ​นั้นเราจึงรู้จักบาปได้ แต่​บัดนี้​ได้​ปรากฏแล้​วว​่าความชอบธรรมของพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือพระราชบัญญั​ติ ซึ่งพระราชบัญญั​ติ​กับพวกศาสดาพยากรณ์เป็นพยานอยู่

แบ่งปัน
โรม 3 KJV

โรม 3:7-21 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

แต่ถ้าสัจจะของพระเจ้าปรากฏมากยิ่งขึ้น เพราะเหตุความอสัตย์ของข้าพเจ้า เป็นที่ให้เกิดเกียรติแด่พระองค์แล้ว ทำไมเขาจึงยังลงโทษข้าพเจ้าว่าเป็นคนบาปเล่า และทำไมเราจึงไม่ทำความชั่ว เพื่อความดีจะเกิดขึ้นจากความชั่วนั้นเล่า ตามที่มีบางคนเล่าลือและนินทาหาว่า เราได้กล่าวอย่างนั้น การลงโทษคนเช่นนั้นก็ยุติธรรมแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร พวกยิวเราจะได้เปรียบกว่าหรือ เปล่าเลยเพราะเราได้ชี้แจงให้เห็นแล้วว่า มนุษย์ทุกคนทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติต่างก็อยู่ใต้อำนาจของบาป ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า เขาทุกคนหลงผิดไปหมด เขาทั้งปวงเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี ไม่มีเลย ลำคอของเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง พิษงูร้ายอยู่ใต้ริมฝีปากของเขา ปากของเขาเต็มไปด้วยคำแช่งด่าและคำเผ็ดร้อน เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์ และเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุข เขาไม่เคยคิดที่จะยำเกรงพระเจ้าเลย เรารู้แล้วว่า ธรรมบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็ได้กล่าวแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคน และเพื่อให้มนุษย์ทุกคนในโลกอยู่ใต้การพิพากษาของพระเจ้า เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นคนชอบธรรมโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติได้ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาปได้ แต่บัดนี้ได้ปรากฏแล้วว่า ความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือกฎบัญญัติ ธรรมบัญญัติกับพวกผู้เผยพระวจนะเป็นพยานอยู่

แบ่งปัน
โรม 3 TH1971

โรม 3:7-21 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

บางคนอาจแย้งว่า “ในเมื่อความอสัตย์ของข้าพเจ้าทำให้เห็นความสัตย์จริงของพระเจ้าเด่นชัดยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการเพิ่มพูนพระเกียรติสิริของพระองค์ แล้วทำไมข้าพเจ้ายังถูกตัดสินลงโทษว่าเป็นคนบาปเล่า?” ทำไมไม่กล่าวว่า “ให้เราทำชั่วเพื่อความดีจะได้เกิดขึ้น”? อย่างที่มีบางคนใส่ร้ายว่าเราพูดเช่นนั้น การลงโทษคนแบบนี้ก็สมควรแล้ว เช่นนี้แล้วเราจะสรุปว่าอย่างไร? พวกเราชาวยิวดีกว่าคนอื่นหรือ? ไม่เลย! เราชี้ให้เห็นแล้วว่า ทั้งคนยิวและคนต่างชาติล้วนอยู่ภายใต้บาปเหมือนกันหมด ตามที่มีเขียนไว้ว่า “ไม่มีสักคนที่ชอบธรรม ไม่มีแม้สักคนเดียวเลย ไม่มีใครที่เข้าใจ ไม่มีใครที่แสวงหาพระเจ้า ทุกคนล้วนหันเหไป พวกเขากลายเป็นคนไร้ค่าไปด้วยกัน ไม่มีสักคนที่ทำดี ไม่มีแม้แต่คนเดียว” “ลำคอของพวกเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ พวกเขาตวัดลิ้นปลิ้นปล้อน” “พิษงูร้ายอยู่ที่ริมฝีปากของพวกเขา” “ริมฝีปากของเขาเต็มไปด้วยคำสาปแช่งและคำเผ็ดร้อน” “เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด เขาก่อหายนะและทุกข์เข็ญไว้ตามรายทางของเขา ไม่มีความยำเกรงพระเจ้าในสายตาของพวกเขา” “เขาไม่เคยคิดที่จะเกรงกลัวพระเจ้าเลย” เรารู้อยู่ว่าสิ่งใดๆ ที่บทบัญญัติกล่าวไว้ล้วนกล่าวแก่ผู้ที่อยู่ใต้บทบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคนไม่ให้มีข้อแก้ตัวและให้ทั้งโลกอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า ฉะนั้นไม่มีใครได้ชื่อว่าเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าโดยการรักษาบทบัญญัติ บทบัญญัติเพียงแต่ทำให้เรารู้ตัวว่ามีบาป แต่บัดนี้ความชอบธรรมจากพระเจ้าซึ่งอยู่นอกเหนือบทบัญญัตินั้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว เป็นความชอบธรรมซึ่งหนังสือบทบัญญัติและหนังสือผู้เผยพระวจนะได้เป็นพยานถึง

แบ่งปัน
โรม 3 TNCV

โรม 3:7-21 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

แต่​ถ้า​การ​มดเท็จ​ของ​ข้าพเจ้า​ทำ​ให้​ความ​สัตย์จริง​ของ​พระ​เจ้า​ปรากฏ​ชัด​ยิ่ง​ขึ้น และ​เพิ่มพูน​พระ​บารมี​ของ​พระ​องค์​แล้ว ทำไม​ข้าพเจ้า​จึง​ยัง​ถูก​กล่าวโทษ​เช่น​คนบาป​เล่า ทำไม​ไม่​พูด​ว่า “ให้​เรา​กระทำ​ความ​ชั่ว​เถิด เพื่อ​ความ​ดี​จะ​ได้​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา” ดัง​ที่​พวก​เขา​ใส่ร้าย​เรา และ​ตาม​ที่​บาง​คน​อ้าง​ว่า​เรา​พูด​อย่าง​นั้น เป็น​การ​ยุติธรรม​แล้ว​ที่​คน​แบบ​นั้น​จะ​ถูก​กล่าวโทษ ถ้า​เช่นนั้น​จะ​เป็น​อย่างไร พวก​เรา​ชาวยิว​ดีกว่า​พวก​เขา​หรือ เปล่า​เลย เรา​ได้​ชี้แจง​ให้​เห็น​แล้ว​ว่า ทั้ง​ชาวยิว​และ​ชาวกรีก​ล้วน​อยู่​ใต้​อำนาจ​บาป​ทั้ง​นั้น ตาม​ที่​มี​บันทึก​ไว้​ว่า “ไม่​มี​ผู้​ใด​มี​ความ​ชอบธรรม ไม่​มี​แม้​แต่​คน​เดียว ไม่​มี​ผู้​ใด​เข้าใจ ไม่​มี​ผู้​ใด​แสวงหา​พระ​เจ้า ทุก​คน​หัน​หลัง​กลับ เขา​กลาย​เป็น​คน​ไร้​ประโยชน์​กัน​หมด ไม่​มี​ผู้​ใด​กระทำ​ความ​ดี ไม่​มี​แม้แต่​คน​เดียว” “ลำคอ​ของ​พวก​เขา​คือ​หลุม​ฝัง​ศพ​เปิด​อยู่ เขา​ใช้​ลิ้น​เพื่อ​หลอก​ลวง” “พิษ​งู​เห่า​อยู่​ภาย​ใต้​ริม​ฝีปาก​ของ​เขา” “ปาก​ของ​เขา​เต็ม​ด้วย​คำ​สาป​แช่ง​และ​ความ​ขมขื่น” “เท้า​ของ​เขา​ว่องไว​เพื่อ​ทำ​ให้​เกิด​การ​นอง​เลือด ความ​พินาศ​และ​ความ​ทุกข์​อยู่​ใน​วิถี​ทาง​ของ​เขา และ​เขา​ไม่​รู้จัก​ทาง​สู่​สันติ​สุข” “เขา​ไม่​เคย​คิด​ที่​จะ​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​เลย” เรา​ทราบ​แล้ว​ว่า ทุก​สิ่ง​ใน​กฎ​บัญญัติ​จะ​เอา​มา​ใช้​กับ​คน​ที่​อยู่​ใต้​อำนาจ​กฎ​บัญญัติ​เพื่อ​ปิด​ปาก​ทุก​คน และ​ทั่วทั้ง​โลก​จะ​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ตัดสิน​ของ​พระ​เจ้า ฉะนั้น​จะ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ที่​ถูก​นับว่า มี​ความ​ชอบธรรม​ใน​สายตา​ของ​พระ​องค์​โดย​การ​ปฏิบัติ​ตาม​กฎ​บัญญัติ ด้วย​กฎ​บัญญัติ​นั้น​เอง​จึง​ทำ​ให้​เรา​รู้​สำนึก​บาป แต่​บัดนี้ ความ​ชอบธรรม​ที่​ได้​รับ​จาก​พระ​เจ้า​ได้​เป็น​ที่​ปรากฏ​แล้ว ซึ่ง​ไม่​อยู่​ภาย​ใต้​กฎ​บัญญัติ ทั้ง​หมวด​กฎ​บัญญัติ​และ​หมวด​ผู้เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ได้​เป็น​พยาน​ใน​เรื่อง​นี้

แบ่งปัน
โรม 3 NTV