โรม 4:1-5 - Compare All Versions

โรม 4:1-5 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

แล้ว​เรา​ได้​รับรู้​อะไร​เกี่ยวกับ​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​ชนชาติ​ยิว​เรา เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​อับราฮัม​เพราะ​การ​กระทำ​ทั้งหลาย​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้ แต่​จริงๆ​แล้ว​ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า ท่าน​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้ พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า​อย่างไร “อับราฮัม​ไว้วางใจ​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​เลย​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​พระองค์​จะ​ยอมรับ​ท่าน” ดู​อย่าง​คน​ที่​ทำงาน​สิ ค่าแรง​ของ​เขา​ไม่​ได้​นับ​ว่า​เป็น​ของขวัญ​จาก​นาย​จ้าง แต่​เป็น​สิ่ง​ที่​เขา​สมควร​จะ​ได้รับ​อยู่​แล้ว ส่วน​คน​ที่​ไม่​ทำงาน แต่​กลับ​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​ยอมรับ​เขา​ถึง​แม้​เขา​ทำ​บาป พระองค์​ก็​นับ​ความ​ไว้วางใจ​นี้​เป็น​เหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​เขา

แบ่งปัน
โรม 4 THA-ERV

โรม 4:1-5 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ถ้าอย่างนั้น เราจะว่าอย่างไรในเรื่องอับราฮัมบรรพบุรุษของเราตามสายโลหิต ถ้าอับราฮัมถูกชำระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า “อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม ” ส่วนคนที่ทำงานก็ไม่ถือว่าค่าจ้างที่ได้นั้นเป็นบำเหน็จ แต่ถือว่าเป็นค่าแรงของงานที่ได้ทำ ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้ เพราะความเชื่อของคนนั้นพระเจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรม

แบ่งปัน
โรม 4 THSV11

โรม 4:1-5 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

ถ้าเช่นนั้น เราจะว่าอับราฮัมบรรพบุรุษของเราได้​ประโยชน์​อะไรตามเนื้อหนังเล่า เพราะถ้าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมโดยการกระทำ ท่านก็​มี​ทางที่จะอวดได้ แต่​มิใช่​จำเพาะพระพักตร์​พระเจ้า ด้วยว่าพระคัมภีร์ว่าอย่างไร ก็​ว่า ‘อับราฮัมได้เชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่​ท่าน​’ ดังนั้นคนที่อาศัยการกระทำก็​ไม่​ถือว่าบำเหน็จที่​ได้​นั้นเป็นเพราะพระคุ​ณ แต่​ถือว่า บำเหน็​จน​ั้นเป็นค่าแรงของงานที่​ได้​ทำ ส่วนคนที่​มิได้​อาศัยการกระทำ แต่​ได้​เชื่อในพระองค์ ผู้​ทรงโปรดให้คนอธรรมเป็นคนชอบธรรมได้ ความเชื่อของคนนั้นต้องนับว่าเป็นความชอบธรรม

แบ่งปัน
โรม 4 KJV

โรม 4:1-5 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

ถ้าเช่นนั้น เราจะว่าอะไรเรื่องอับราฮัม บรรพบุรุษของเราตามสายโลหิต ถ้าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้าท่านไม่มีทางอย่างนั้น พระคัมภีร์ว่าอย่างไร ก็ว่า อับราฮัมเชื่อในพระเจ้าและเพราะความเชื่อนั้นเอง พระเจ้าทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม ฝ่ายคนที่ทำงานก็ไม่ถือว่าค่าจ้างที่ได้นั้นเป็นบำเหน็จ แต่ถือว่าเป็นค่าแรงของงานที่ได้ทำ ส่วนคนที่มิได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงโปรดให้คนผิดเป็นคนชอบธรรมได้ เพราะความเชื่อของคนนั้น พระเจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรม

แบ่งปัน
โรม 4 TH1971

โรม 4:1-5 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

แล้วเราจะว่าอย่างไรเกี่ยวกับอับราฮัมบรรพบุรุษของเราในเรื่องนี้? อันที่จริงถ้านับว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมโดยการประพฤติ เขาก็มีข้อที่จะอวดได้ แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเลยต่อหน้าพระเจ้า พระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไร? “อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และความเชื่อนี้พระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมของเขา” เมื่อคนคนหนึ่งทำงาน ค่าจ้างของเขาย่อมไม่ถือว่าเป็นของขวัญ แต่เป็นสิ่งที่เขาพึงได้รับ ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่วางใจพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนชั่วเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ทรงถือว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม

แบ่งปัน
โรม 4 TNCV

โรม 4:1-5 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ถ้า​เช่นนั้น เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​ที่​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​ประสบ​เรื่อง​นี้​แล้ว ถ้า​อับราฮัม​พ้นผิด​โดย​การ​ปฏิบัติ​ตน ท่าน​ก็​สามารถ​โอ้อวด​ได้ แต่​ไม่​ใช่​ใน​สายตา​ของ​พระ​เจ้า พระ​คัมภีร์​ระบุ​ไว้​ว่า​อย่างไร “อับราฮัม​เชื่อ​พระ​เจ้า และ​พระ​องค์​จึง​นับ​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​มี​ความ​ชอบธรรม” เวลา​คน​ปฏิบัติ​งาน ค่าจ้าง​ที่​ได้​รับ ไม่​นับ​ว่า​เป็น​ของ​ขวัญ แต่​เป็น​ค่าแรง อย่างไร​ก็​ตาม ผู้​ที่​ไม่​ได้​อาศัย​การ​ปฏิบัติ​ตน แต่​ได้​วางใจ​พระ​เจ้า​ผู้​โปรด​ให้​คน​ชั่วร้าย​พ้นผิด จึง​นับ​ได้​ว่า​ความ​เชื่อ​ของ​เขา​เป็น​ความ​ชอบธรรม

แบ่งปัน
โรม 4 NTV