โรม 7:4-12 - Compare All Versions

โรม 7:4-12 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พี่น้อง​ก็​เหมือน​กัน เป็น​เพราะ​ความตาย​ของ​พระคริสต์ คุณ​เอง​ถึง​ตาย​ไป​แล้ว​ด้วย​และ​เป็น​อิสระ​จาก​กฎ​นั้น​แล้ว เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​เป็น​ของ​พระคริสต์​ผู้​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย และ​เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้​เกิด​ผล​สำหรับ​พระเจ้า แต่​ก่อน​ตอน​ที่​เรา​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน​นั้น กฎ​ก็​กระตุ้น​ให้​เกิด​กิเลสตัณหา​ขึ้น​มา แล้ว​กิเลสตัณหานี้​ก็​มา​ควบคุม​อวัยวะ​ใน​ตัว​เรา เรา​จึง​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​นำ​ไป​สู่​ความตาย แต่​เดี๋ยวนี้​เรา​ตาย​แล้ว​และ​หลุดพ้น​จาก​กฎ​ที่​เคย​ขัง​เรา​ไว้ ตอนนี้​เรา​ได้​มา​รับใช้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​เรา ด้วย​ชีวิต​ใหม่​ที่​พระวิญญาณ​นำ ไม่​ใช่​ชีวิต​เก่า​ที่​นำ​โดย​กฎ​ที่​เขียน​ขึ้น แล้ว​จะ​ว่า​ยังไง​ดี กฎ​นั้น​บาป​หรือ ไม่​มี​ทาง อันที่​จริง​ถ้า​ไม่​มี​กฎ ผม​ก็​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​บาป​คือ​อะไร เพราะ​ถ้า​ไม่​มี​กฎ​เขียน​ไว้​ว่า “อย่า​โลภ” ผม​ไม่​มี​ทาง​รู้​ว่า​ความโลภ​เป็น​อย่างไร แต่​บาป​ได้​ฉวย​โอกาส​เอา​กฎ​นั้น​มา​ทำให้​ผม​เกิด​ความโลภ​ทุก​ชนิด ถ้า​ไม่​มี​กฎ บาป​ก็​หมด​ฤทธิ์เดช​ไป​แล้ว ครั้งหนึ่ง​ผม​เคย​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​ไม่​มี​กฎ แต่​พอ​มี​กฎ​ขึ้น​มา​บาป​ก็​ฟื้น​คืน​ชีพ แต่​ผม​กลับ​ต้อง​ตาย ปรากฏ​ว่า​กฎ​อันนี้​เอง​ที่​เคย​มี​ไว้​เพื่อ​นำ​ชีวิต​มา​ให้ กลับ​มา​ทำ​ให้​ผม​ต้อง​ตาย เพราะ​บาป​ได้​ฉวย​โอกาส​ใช้​กฎ​นั้น​มา​ล่อลวง​ผม​และ​ฆ่า​ผม ดังนั้น​สรุป​ได้​ว่า​กฎ​นั้น​ศักดิ์สิทธิ์ และ​บัญญัติ​นั้น​ก็​ศักดิ์สิทธิ์ ยุติธรรม​และ​ดี​ด้วย

แบ่งปัน
โรม 7 THA-ERV

โรม 7:4-12 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

เช่นนั้นแหละ พี่น้องทั้งหลาย ท่านได้ตายจากธรรมบัญญัติทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะเป็นของผู้อื่น คือของพระองค์ผู้ที่พระเจ้าทรงให้เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว เพื่อเราจะได้เกิดผลถวายแด่พระเจ้า เมื่อเราดำเนินชีวิตในเนื้อหนัง ตัณหาชั่วที่ธรรมบัญญัติเร้าให้เกิดขึ้นนั้น ได้ทำให้อวัยวะของเราก่อผลซึ่งนำไปสู่ความตาย แต่เดี๋ยวนี้เราได้พ้นจากธรรมบัญญัติ คือได้ตายจากธรรมบัญญัติที่เคยผูกมัดเราไว้ เพื่อจะได้เป็นทาสแบบใหม่ตามพระวิญญาณ ไม่ใช่แบบเก่าตามตัวอักษร ถ้าอย่างนั้นเราจะว่าอย่างไร? จะว่าธรรมบัญญัติคือบาปหรือ? เปล่าเลย แต่ว่าถ้าไม่มีธรรมบัญญัติแล้ว ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้จักบาป เพราะว่าถ้าธรรมบัญญัติไม่ได้ห้ามว่า “ห้ามโลภ” ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้ว่าอะไรคือความโลภ แต่ว่าบาปได้ฉวยโอกาสใช้ข้อบัญญัตินั้น ทำให้ความโลภทุกอย่างเกิดขึ้นในตัวข้าพเจ้า เพราะว่าถ้าไม่มีธรรมบัญญัติ บาปเป็นสิ่งที่ตายแล้ว เมื่อก่อนข้าพเจ้าดำรงชีวิตอยู่นอกเหนือธรรมบัญญัติ แต่เมื่อบัญญัตินั้นมา บาปก็กลับมีชีวิต และข้าพเจ้าก็ตาย บัญญัติซึ่งมีไว้เพื่อชีวิต ข้าพเจ้าพบว่านำไปสู่ความตาย เพราะว่าบาปได้ฉวยโอกาสใช้บัญญัตินั้นล่อลวง และประหารข้าพเจ้าให้ตาย เพราะฉะนั้น ธรรมบัญญัติจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบัญญัตินั้นก็ศักดิ์สิทธิ์ ยุติธรรมและดีงาม

แบ่งปัน
โรม 7 THSV11

โรม 7:4-12 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

เช่นนั้นแหละ พี่​น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายได้ตายจากพระราชบัญญั​ติ​ทางพระกายของพระคริสต์​ด้วย เพื่อท่านจะตกเป็นของผู้​อื่น คือของพระองค์​ผู้​ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว เพื่อเราทั้งหลายจะได้​เก​ิดผลถวายแด่​พระเจ้า เพราะว่าเมื่อเราเคยมี​ชี​วิตตามเนื้อหนัง ตัณหาชั่วซึ่งเป็นมาโดยพระราชบัญญั​ติ​ได้​ทำให้​อวัยวะของเราเกิดผลนำไปสู่​ความตาย แต่​บัดนี้​เราได้พ้นจากพระราชบัญญั​ติ คือได้ตายจากพระราชบัญญั​ติ​ที่​ได้​ผูกมัดเราไว้ เพื่อเราจะได้​ไม่​ประพฤติ​ตามตั​วอ​ักษรในประมวลพระราชบัญญั​ติ​เก่า แต่​จะดำเนินชีวิตใหม่ตามลักษณะจิตวิญญาณ ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ว่าพระราชบัญญั​ติ​คือบาปหรือ ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย แต่​ว่าถ้ามิ​ใช่​เพราะพระราชบัญญั​ติ​แล้ว ข้าพเจ้าก็จะไม่​รู้​จักบาป เพราะว่าถ้าพระราชบัญญั​ติ​มิได้​ห้ามว่า “อย่าโลภ” ข้าพเจ้าก็จะไม่​รู้​ว่าอะไรคือความโลภ แต่​ว่าบาปได้ถือเอาพระบัญญั​ติ​นั้นเป็นช่อง ทำให้​ตัณหาชั่​วท​ุกอย่างเกิดขึ้นในตัวข้าพเจ้า เพราะว่าถ้าไม่​มี​พระราชบัญญัติ บาปก็ตายเสียแล้ว เพราะครั้งหนึ่งข้าพเจ้าดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากพระราชบัญญั​ติ แต่​เมื่​อม​ีพระบัญญั​ติ​บาปก็​กล​ับมีขึ้​นอ​ีกและข้าพเจ้าก็​ตาย พระบัญญั​ติ​นั้นซึ่​งม​ีขึ้นเพื่อให้​มีชีวิต ข้าพเจ้าเห็​นว​่ากลับเป็นเหตุ​ที่​ทำให้​ถึงความตาย เพราะว่าบาปได้ถือเอาพระบัญญั​ติ​นั้นเป็นช่องทางล่อลวงข้าพเจ้า และประหารข้าพเจ้าให้ตายด้วยพระบัญญั​ติ​นั้น เหตุ​ฉะนั้นพระราชบัญญั​ติ​จึงเป็นสิ่งบริ​สุทธิ​์ และพระบัญญั​ติ​ก็​บริสุทธิ์ ยุติธรรม และดี

แบ่งปัน
โรม 7 KJV

โรม 7:4-12 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

เช่นนั้นแหละ พี่น้องทั้งหลาย ท่านทั้งหลายได้ตายจากธรรมบัญญัติทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะตกเป็นของผู้อื่น คือของพระองค์ผู้ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว เพื่อเราทั้งหลายจะได้เกิดผลถวายแด่พระเจ้า เพราะว่าเมื่อเราดำเนินชีวิตตามทางโลก ตัณหาชั่วที่ธรรมบัญญัติเร้าให้เกิดขึ้นนั้น ได้ทำให้อวัยวะของเราก่อกรรมชั่วนำไปสู่ความตาย แต่บัดนี้เราได้พ้นจากธรรมบัญญัติ คือได้ตายจากธรรมบัญญัติที่ได้ผูกมัดเราไว้ เพื่อเราจะได้ไม่ประพฤติตามตัวอักษรในประมวลธรรมบัญญัติเก่า แต่จะดำเนินชีวิตใหม่ตามลักษณะพระวิญญาณ ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ว่าธรรมบัญญัติคือบาปหรือ หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ว่าถ้ามิใช่เพราะธรรมบัญญัติแล้ว ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้จักบาป เพราะว่าถ้าธรรมบัญญัติมิได้ห้ามว่า <<อย่าโลภ>> ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้ว่าอะไรคือความโลภ แต่ว่าบาปได้ถือเอาพระบัญญัตินั้นเป็นช่อง ทำให้ตัณหาชั่วทุกอย่างเกิดขึ้นในตัวข้าพเจ้า เพราะว่าถ้าไม่มีธรรมบัญญัติ บาปก็หาดำรงอยู่ไม่ เมื่อก่อนข้าพเจ้าดำรงชีวิตอยู่นอกเหนือธรรมบัญญัติ แต่เมื่อมีธรรมบัญญัติขึ้น บาปก็เกิดขึ้น และข้าพเจ้าก็ตาย พระบัญญัตินั้นซึ่งมีขึ้นเพื่อการดำรงชีวิต ก็ปรากฏแล้วว่าเป็นเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องตาย เพราะว่าบาปได้ถือเอาพระบัญญัตินั้นเป็นช่องทางล่อลวงข้าพเจ้า และประหารข้าพเจ้าให้ตายด้วยพระบัญญัตินั้น เหตุฉะนั้นธรรมบัญญัติจึงเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และข้อบัญญัติก็บริสุทธิ์ยุติธรรมและดีงาม

แบ่งปัน
โรม 7 TH1971

โรม 7:4-12 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ดังนั้นพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้าท่านเองก็ตายจากบทบัญญัติแล้วโดยทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะเป็นของอีกผู้หนึ่ง คือเป็นของพระองค์ผู้ทรงเป็นขึ้นจากตาย เพื่อเราจะเกิดผลถวายแด่พระเจ้า เพราะเมื่อก่อนเราถูกวิสัยบาปควบคุมอยู่จึงถูกบทบัญญัติกระตุ้นตัณหาชั่วให้ออกฤทธิ์ในกายของเรา เพื่อให้เราเกิดผลอันนำไปสู่ความตาย แต่บัดนี้โดยการตายต่อสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยผูกมัดเรา เราก็ได้รับการปลดปล่อยจากบทบัญญัติแล้ว เพื่อรับใช้ตามแนวทางใหม่คือตามพระวิญญาณ ไม่ใช่ตามแนวทางเดิมคือตามบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นนี้แล้วเราจะว่าอย่างไร? บทบัญญัติคือบาปหรือ? ไม่ใช่อย่างแน่นอน! อันที่จริงถ้าไม่ใช่เพราะบทบัญญัติ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าอะไรคือบาป เพราะถ้าบทบัญญัติไม่ได้กล่าวว่า “อย่าโลภ” ข้าพเจ้าคงไม่รู้ว่าอะไรคือความโลภ แต่บาปฉวยโอกาสจากพระบัญญัติมาก่อความโลภทุกชนิดขึ้นในตัวข้าพเจ้า เพราะถ้าไม่มีบทบัญญัติ บาปก็ตายแล้ว ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าดำเนินชีวิตโดยไม่มีบทบัญญัติ แต่พอมีพระบัญญัติ บาปก็มีชีวิตขึ้นมาและข้าพเจ้าก็ตาย ข้าพเจ้าพบว่าพระบัญญัตินั้นเองที่มุ่งหมายให้นำชีวิตมาแท้จริงกลับนำความตายมา เพราะบาปฉวยโอกาสจากพระบัญญัติมาล่อลวงข้าพเจ้า และบาปทำให้ข้าพเจ้าตายโดยทางพระบัญญัตินั้น ดังนั้นแล้วบทบัญญัติจึงบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์และพระบัญญัติก็บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ชอบธรรม และดีงาม

แบ่งปัน
โรม 7 TNCV

โรม 7:4-12 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

เช่น​เดียว​กัน พี่น้อง​เอ๋ย ท่าน​ได้​ตาย​จาก​กฎ​บัญญัติ​แล้ว โดย​การ​ตาย​ของ​พระ​คริสต์ ท่าน​จะ​ได้​เป็น​คน​ของ​องค์​ผู้​ได้​ฟื้นคืน​ชีวิต​จาก​ความ​ตาย เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เกิด​ผล​เพื่อ​พระ​เจ้า ด้วย​ว่า​แต่ก่อน​เรา​ดำเนิน​ชีวิต​ตาม​ฝ่าย​เนื้อหนัง กฎ​บัญญัติ​ปลุก​ตัณหา​ชั่ว​ที่​อยู่​ใน​ตัว​ของ​เรา​ให้​ตื่น​ขึ้น เรา​จึง​เกิด​ผล​ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​ความ​ตาย แต่​บัดนี้​เรา​พ้น​จาก​กฎ​บัญญัติ เรา​ได้​ตาย​จาก​กฎ​บัญญัติ​ที่​เคย​พันธนาการ​เรา​ไว้ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รับใช้​ใน​วิถี​ทาง​ใหม่​แห่ง​พระ​วิญญาณ ไม่​ใช่​ทาง​เก่า​แห่ง​กฎ​บัญญัติ​ที่​เขียน​บันทึก​ไว้ แล้ว​เรา​จะ​ว่า​อย่างไร กฎ​บัญญัติ​เป็น​บาป​หรือ ไม่​มี​ทาง​จะ​เป็น​เช่นนั้น แต่​ตรงกันข้าม ถ้า​ปราศจาก​กฎ​บัญญัติ​แล้ว ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​รู้จัก​บาป ด้วย​ว่า​ถ้า​กฎ​บัญญัติ​ไม่​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “อย่า​โลภ” ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ไม่​รู้​ว่า​ความ​โลภ​คือ​อะไร แต่​บาป​หา​โอกาส​ใช้​พระ​บัญญัติ​เป็น​เครื่อง​กระตุ้น​ความ​โลภ​สารพัด​ใน​ตัว​ข้าพเจ้า ด้วย​ว่า​ถ้า​ไม่​มี​กฎ​บัญญัติ บาป​ก็​คง​สภาพ​ราวกับ​ไม่​มี​ชีวิต เมื่อก่อน ข้าพเจ้า​เคย​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ขณะ​ที่​ไม่​มี​กฎ​บัญญัติ แต่​เมื่อ​มี​พระ​บัญญัติ​ขึ้น บาป​ก็​กลับ​มี​ชีวิต​ขึ้น และ​ข้าพเจ้า​ก็​ตาย ข้าพเจ้า​พบ​ว่า​พระ​บัญญัติ​นั้น​ควร​จะ​นำ​ชีวิต​มา​ให้ แต่​กลับ​นำ​ความ​ตาย​มา​สู่​ข้าพเจ้า ด้วย​ว่า​บาป​หา​โอกาส​หลอกลวง​ข้าพเจ้า​โดย​ใช้​พระ​บัญญัติ และ​บาป​ใช้​พระ​บัญญัติ​นั้น​เพื่อ​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า ฉะนั้น​กฎ​บัญญัติ​นั้น​บริสุทธิ์ และ​พระ​บัญญัติ​ก็​บริสุทธิ์ ชอบธรรม และ​ดีงาม

แบ่งปัน
โรม 7 NTV