โรม 8:15-28 - Compare All Versions

โรม 8:15-28 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

เพราะ​พระวิญญาณ​ที่​คุณ​ได้รับ​นั้น​ไม่​ได้​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ทาส​ที่​ต้อง​กลัว​อีก แต่​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า และ​พระวิญญาณนี้​ทำ​ให้​เรา​ร้อง​ดังๆ​ว่า “อับบา พ่อ” พระวิญญาณ​นั้น​ทำ​ให้​เรา​มั่นใจ​ว่า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า ถ้า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​แล้ว เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​ทายาท​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วม​กับ​พระคริสต์ แต่​เรา​จะ​ต้อง​ร่วม​ทุกข์​กับ​พระคริสต์​ก่อน เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้รับ​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย ผม​ถือ​ว่า​ความ​ทุกข์​ยาก​ใน​ชีวิตนี้ ไม่​หนักหนา​อะไร​เลย เมื่อ​เปรียบเทียบ​กับ​ศักดิ์ศรี​ที่​พระองค์​จะ​เปิดเผย​ให้​กับ​เรา​ใน​อนาคต เพราะ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ กำลัง​ตั้งตา​คอย​วัน​ที่​พระเจ้า​จะ​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​ใคร​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระองค์​บ้าง ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ทำ​ให้​มัน​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ผิดเพี้ยน​ไป ไม่​ใช่​ว่า​ตัว​มัน​เอง​อยาก​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​พระเจ้า​เป็น​ผู้​กำหนด​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น เพราะ​มี​ความหวัง​ว่า ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​สร้าง​มานี้ จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​ความ​เสื่อมโทรม แล้ว​จะ​ได้​เป็น​อิสระ​และ​มี​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​มา​ใน​โลกนี้​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ ด้วย​ความ​เจ็บปวด​รวดร้าว​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ (เหมือน​กับ​ผู้หญิง​ที่​กำลัง​จะ​คลอด​ลูก) ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​พวก​นั้น​ที่​ร้อง​คร่ำครวญ แม้แต่​เรา​เอง​ก็​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ​อยู่​ในใจ​ด้วย ทั้งๆ​ที่​เรา​ได้รับ​พระวิญญาณ​ซึ่ง​เป็น​พระพร​ส่วน​แรก​จาก​พระเจ้า​แล้ว เรา​ยัง​ตั้ง​ตา​รอคอย​วัน​ที่​พระองค์​จะ​ทำให้​เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์​อย่าง​สมบูรณ์ เมื่อนั้น​ร่างกาย​ของ​เรา​จะ​ได้​หลุดพ้น​เป็น​อิสระ พระเจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​เรา​แล้ว เรา​จึง​มี​ความ​หวังนี้​อยู่​ใน​ใจ ความหวัง​ที่​เรา​เห็น​ได้​นั้น​ไม่​เรียกว่า​ความหวัง​หรอก เพราะ​ใคร​จะ​ไป​หวัง​กับ​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​แล้ว แต่​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น และ​เรา​ก็​ตั้ง​ตา​รอคอย​มัน​ด้วย​ความอดทน ใน​ทำนอง​เดียว​กัน​พระวิญญาณ​ก็​มา​ช่วย​เรา​ใน​ความ​อ่อนแอ​ของ​เรา​ด้วย เรา​ไม่​รู้​ว่า​เรา​ควร​จะ​ขอ​อะไร​เวลา​ที่​เรา​อธิษฐาน แต่​พระวิญญาณ​เอง​ได้​ขอ​ต่อ​พระเจ้า​แทน​เรา​ด้วย​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ที่​ไม่​เป็น​คำ แต่​พระเจ้า​ผู้​หยั่งรู้​จิตใจ​รู้​ว่า​อะไร​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ได้​ร้องขอ​ให้​กับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า ตาม​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​ทุก​อย่าง​เกิด​ผลดี​สำหรับ​คน​ที่รัก​พระองค์ พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เรียก​ตาม​แผนงาน​ของ​พระองค์

แบ่งปัน
โรม 8 THA-ERV

โรม 8:15-28 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

เพราะว่าพระวิญญาณที่พระเจ้าประทานมานั้นจะไม่ทรงให้ท่านเป็นทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่พระวิญญาณจะทรงให้ท่านมีฐานะเป็นบุตรของพระเจ้า โดยพระวิญญาณนั้นเราจึงร้องเรียกพระเจ้าว่า “อับบา (พ่อ)” พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับจิตวิญญาณของเราว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า และถ้าเราเป็นลูกแล้ว เราก็เป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ เมื่อเราทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์ก็เพื่อจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย ข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน ไม่ควรจะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราในอนาคต เพราะสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว คอยด้วยความปรารถนาอย่างยิ่งให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น ด้วยมีความหวังว่า สรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และจะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งลูกๆ ของพระเจ้า เรารู้อยู่ว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหมดนั้นกำลังคร่ำครวญด้วยกัน และเจ็บปวดแบบหญิงคลอดลูกมาจนทุกวันนี้ และไม่ใช่เท่านั้น แต่เราเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าจะทรงให้มีฐานะเป็นบุตร คือที่จะทรงไถ่กายของเรา เพราะว่าเรารอดโดยความหวัง แต่ความหวังในสิ่งที่เราเห็นได้นั้นไม่ได้เป็นความหวังเลย ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น แต่ถ้าเราหวังว่าจะได้สิ่งที่ยังไม่เห็น เราจึงมีความอดทนคอยสิ่งนั้น ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขออะไรอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทน ด้วยการคร่ำครวญซึ่งไม่อาจกล่าวเป็นถ้อยคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณ เพราะว่าพระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามพระประสงค์ของพระเจ้า เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

แบ่งปัน
โรม 8 THSV11

โรม 8:15-28 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

เหตุ​ว่าท่านไม่​ได้​รั​บน​ิสัยอย่างทาสซึ่งทำให้ตกในความกลั​วอ​ีก แต่​ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทรงให้เป็นบุตรซึ่งให้เราทั้งหลายร้องเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” คือพระบิดา พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับจิตวิญญาณของเราทั้งหลายว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว เราก็เป็นทายาทคือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกั​นก​ับพระองค์​นั้น ก็​เพื่อเราทั้งหลายจะได้สง่าราศีด้วยกั​นก​ับพระองค์​ด้วย เพราะข้าพเจ้าเห็​นว​่า ความทุกข์​ลำบากแห่งสมัยปัจจุบันนี้ ไม่​สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับสง่าราศีซึ่งจะเผยในเราทั้งหลาย ด้วยว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว มี​ความเพียรคอยท่าปรารถนาให้​บุ​ตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่​ตามใจชอบของตนเอง แต่​เป็นไปตามพระองค์​ผู้​ทรงบันดาลให้​เข​้าอยู่นั้นด้วยมีความหวังใจ ว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเปื่อยเน่า และจะเข้าในเสรีภาพซึ่​งม​ีสง่าราศี​แห่​งบ​ุตรทั้งหลายของพระเจ้าด้วย เรารู้​อยู่​ว่า บรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างนั้น กำลังคร่ำครวญและผจญความทุกข์ลำบากเจ็บปวดด้วยกันมาจนทุกวันนี้ และไม่​ใช่​สรรพสิ่งทั้งปวงเท่านั้น แต่​เราทั้งหลายเองด้วย ผู้​ได้​รับผลแรกของพระวิญญาณ ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยจะเป็นอย่างบุตร คือที่จะทรงไถ่กายของเราทั้งหลายไว้ เหตุ​ว่าเราทั้งหลายรอดได้เพราะความหวังใจ แต่​ความหวังใจในสิ่งที่เราเห็นได้หาได้เป็นความหวังใจไม่ ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น แต่​ถ้าเราทั้งหลายคอยหวังใจในสิ่งที่เรายังไม่​ได้​เห็น เราจึ​งม​ีความเพียรคอยสิ่งนั้น พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลั​งด​้วยเช่​นก​ัน เพราะเราไม่​รู้​ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่​พระวิญญาณเองทรงช่วยขอเพื่อเราด้วยความคร่ำครวญซึ่งเหลือที่จะพูดได้ และพระองค์ ผู้​ทรงตรวจค้นใจมนุษย์ ก็​ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณ เพราะว่าพระองค์ทรงอธิษฐานขอเพื่อวิ​สุทธิ​ชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า เรารู้​ว่า พระเจ้าทรงร่วมมื​อก​ับคนทั้งหลายที่รักพระองค์ ให้​เก​ิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่​พระองค์​ได้​ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

แบ่งปัน
โรม 8 KJV

โรม 8:15-28 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

เหตุว่าท่านไม่ได้รับน้ำใจทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทรงให้เป็นบุตรของพระเจ้า ให้เราทั้งหลายร้องเรียกพระเจ้าว่า <<อับบา>> คือพระบิดา พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว เราก็เป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน ไม่สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรี ซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย ด้วยว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว มีความเพียรคอยท่าปรารถนาให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น ด้วยมีความหวังใจว่า สรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และจะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้า เรารู้อยู่ว่าบรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างนั้นกำลังคร่ำครวญ และผจญความทุกข์ยากด้วยกันมาจนทุกวันนี้ และไม่ใช่เท่านั้น แต่เราทั้งหลายเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าทรงให้เป็นบุตร คือที่จะทรงให้กายของเราทั้งหลายรอดตาย เหตุว่าเราทั้งหลายรอดแม้เป็นเพียงความหวังใจ แต่ความหวังใจในสิ่งที่เราเห็นได้ หาเป็นความหวังใจไม่ ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น แต่ถ้าเราทั้งหลายคอยหวังใจในสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็น เราจึงมีความเพียรคอยสิ่งนั้น ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่าพระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

แบ่งปัน
โรม 8 TH1971

โรม 8:15-28 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ท่านไม่ได้รับวิญญาณซึ่งทำให้ท่านเป็นทาสของความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทำให้ท่านเป็นบุตรของพระเจ้า และโดยพระองค์ เราร้องว่า “อับบา พ่อ” พระวิญญาณเองทรงยืนยันร่วมกับวิญญาณจิตของเรา ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า บัดนี้ถ้าเราเป็นบุตรของพระองค์แล้ว เราก็เป็นทายาทคือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ ถ้าเราร่วมทนทุกข์อย่างแท้จริงกับพระองค์ เราก็จะร่วมในพระเกียรติสิริของพระองค์ด้วย ข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ยากของเราในปัจจุบันเทียบไม่ได้เลยกับพระเกียรติสิริซึ่งจะทรงสำแดงในเรา สรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างจดจ่อรอคอยให้บรรดาบุตรของพระเจ้าปรากฏ เพราะสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างได้ถูกทำให้ผิดเพี้ยนไร้ค่าไป ไม่ใช่โดยความสมัครใจของมันเอง แต่โดยความตั้งใจของผู้ที่บังคับให้มันต้องตกอยู่ในภาวะดังกล่าว ด้วยมีความหวัง ว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รับการปลดปล่อยจากการผูกมัดให้ต้องเสื่อมสลาย และจะถูกนำเข้าสู่เสรีภาพอันรุ่งโรจน์ของบรรดาบุตรของพระเจ้า เรารู้ว่าสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างกำลังคร่ำครวญราวกับเจ็บท้องจะคลอดบุตรจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่เราเอง ผู้มีผลแรกของพระวิญญาณก็ยังคร่ำครวญอยู่ภายในขณะที่เราจดจ่อรอคอยการทรงรับเราเป็นบุตร คือการไถ่ร่างกายของเราให้รอด เพราะว่าในความหวังนี้เราได้รับความรอดแล้ว แต่ความหวังที่เห็นได้นั้นไม่ใช่ความหวังเลย ใครเล่าหวังในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ แล้ว? แต่ถ้าเราหวังในสิ่งที่เรายังไม่มี เราย่อมรอคอยสิ่งนั้นด้วยความอดทน ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณทรงช่วยเราในยามเราอ่อนแอ เราไม่รู้ว่าเราควรอธิษฐานขอสิ่งใด แต่พระวิญญาณเองทรงอธิษฐานวิงวอนแทนเราด้วยการคร่ำครวญที่ไม่อาจหาถ้อยคำใดมาบรรยาย และพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจของเราทรงรู้พระทัยของพระวิญญาณเพราะพระวิญญาณทรงอธิษฐานวิงวอนแทนประชากรของพระเจ้าตามพระประสงค์ของพระเจ้า และเรารู้ว่าในทุกๆ สิ่งพระเจ้าทรงทำให้เกิดผลดีแก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์คือผู้ที่ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

แบ่งปัน
โรม 8 TNCV

โรม 8:15-28 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

และ​ท่าน​ไม่​ได้​รับ​วิญญาณ​แห่ง​ทาส​ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​ความ​กลัว​ได้​อีก แต่​ท่าน​ได้​พระ​วิญญาณ​แห่ง​การ​ได้​รับ​การ​ยก​ฐานะ​เป็น​บุตร และ​เรา​ร้องเรียก​ว่า “อับบา พระ​บิดา” ได้​ก็​เพราะ​พระ​วิญญาณ พระ​วิญญาณ​เอง​ได้​เป็น​พยาน​ต่อ​วิญญาณ​ของ​เรา​ว่า เรา​เป็น​บรรดา​บุตร​ของ​พระ​เจ้า ถ้า​เรา​เป็น​บรรดา​บุตร เรา​ก็​เป็น​ผู้​รับ​มรดก คือ​เป็น​ผู้​รับ​มรดก​ของ​พระ​เจ้า และ​เป็น​ผู้​รับ​มรดก​ร่วมกับ​พระ​คริสต์ ถ้า​เรา​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ร่วมกับ​พระ​องค์ เรา​จะ​ได้​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​พระ​บารมี​ของ​พระ​องค์​ด้วย ข้าพเจ้า​พิจารณา​เห็น​ว่า การ​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ใน​เวลา​นี้​ไม่​สมควร​จะ​เปรียบเทียบ​กับ​พระ​บารมี​ที่​จะ​เผย​ให้​เรา​เห็น สรรพสิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ได้​สร้าง​ขึ้น​กำลัง​รอคอย​อย่าง​ใจ​จดจ่อ​ให้​บรรดา​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ปรากฏ ด้วย​ว่า​สรรพสิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​สร้าง​ขึ้น ถูก​กำหนด​ให้​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ไร้​ประโยชน์ มิ​ใช่​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ต้องการ​เป็นไป​ตาม​สภาพ​แบบ​นั้น แต่​เพราะ​พระ​องค์​ตั้งใจ​ให้​เป็น​ไป โดย​มี​ความ​หวัง​ว่า สรรพสิ่ง​เหล่า​นั้น​เอง​จะ​ได้​พ้น​จาก​การ​เน่า​เปื่อย​ผุ​พัง และ​ได้​รับ​อิสระ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​บรรดา​บุตร​ของ​พระ​เจ้า เรา​ทราบ​ว่า​สรรพสิ่ง​ทั้ง​ปวง​ที่​พระ​เจ้า​สร้าง​ขึ้น​ได้​คร่ำครวญ​และ​ทน​ต่อ​ความ​เจ็บ​ปวด​อย่าง​หญิง​คลอด​ลูก มา​จน​กระทั่ง​บัดนี้ และ​ไม่​เพียง​เท่านี้ เรา​เอง​ซึ่ง​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​เป็น​ผลแรก ก็​ยัง​คร่ำครวญ​อยู่​ใน​ใจ เฝ้า​คอย​พระ​เจ้า​เพื่อ​ให้​เรา​ได้​รับ​การ​ยก​ฐานะ​เป็น​บุตร คือ​ให้​ร่างกาย​ของ​เรา​ได้​รับ​การ​ไถ่ ด้วย​ความ​หวัง​นี้ เรา​ได้​รับ​ชีวิต​รอด​พ้น แต่​ความ​หวัง​ที่​มอง​เห็น​ไม่​ใช่​ความ​หวัง ใคร​จะ​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น แต่​ถ้า​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ไม่​เห็น เรา​ก็​จะ​รอ​ด้วย​ความ​อดทน ใน​วิธี​เดียวกัน​คือ พระ​วิญญาณ​ช่วย​ความ​อ่อนแอ​ของ​เรา เพราะ​เรา​ไม่​ทราบ​ว่า​ควร​อธิษฐาน​อย่างไร แต่​พระ​วิญญาณ​เอง​อธิษฐาน​ขอ​ให้​เรา​ด้วย​การ​คร่ำครวญ​อัน​ลึกซึ้ง​เกิน​กว่า​ที่​จะ​กล่าว​ออก​มา​ได้ และ​พระ​องค์​ผู้​รู้​เห็น​ถึง​จิตใจ​ทราบ​ว่า​พระ​วิญญาณ​คิด​อย่างไร เพราะ​พระ​วิญญาณ​อธิษฐาน​ขอ​ให้​บรรดา​ผู้​บริสุทธิ์​ของ​พระ​เจ้า​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​พระ​เจ้า และ​เรา​ทราบ​ว่า พระ​เจ้า​ช่วย​ให้​ทุก​สิ่ง​เป็น​ไป​ด้วย​ดี​แก่​บรรดา​ผู้​ที่​รัก​พระ​เจ้า คือ​บรรดา​ผู้​ที่​พระ​เจ้า​ได้​เรียก​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​พระ​องค์

แบ่งปัน
โรม 8 NTV