โรม 9:12-29 - Compare All Versions

โรม 9:11-29 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ก่อน​ที่​เด็ก​จะ​คลอด​ออก​มา​ทำ​ดี​หรือ​ชั่ว พระเจ้า​บอก​เรเบคาห์​ว่า “คน​พี่​จะ​รับใช้​คน​น้อง” เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​แผน​ที่​พระองค์​เลือก ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​การ​เลือก​ของ​พระเจ้า​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ​ของ​คน แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระเจ้า​ผู้​เรียก​เอง ซึ่ง​เหมือน​กับ​ที่​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า “เรา​รัก​ยาโคบ แต่​เรา​เกลียด​เอซาว” แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง​ดี พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​หรือ ไม่​มี​ทาง เพราะ​พระองค์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​อยาก​จะ​เมตตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น เรา​อยาก​จะ​สงสาร​ใคร เรา​ก็​จะ​สงสาร​คน​นั้น” ดังนั้น​สิ่งนี้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​อยาก​ได้​หรือ​ความ​พยายาม​ของ​มนุษย์​หรอก แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เมตตา​ของ​พระเจ้า​ต่างหาก เพราะ​ใน​พระคัมภีร์​พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ว่า “ที่​เรา​ได้​ยก​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​นั้น ก็​เพื่อ​ว่า​คน​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์เดช​ของ​เรา​ใน​วิธี​ที่​เรา​ใช้​จัดการ​กับ​เจ้า และ​ชื่อเสียง​ของ​เรา​จะ​ได้​โด่ง​ดัง​ไป​ทั่ว​โลก” ดังนั้น​พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​เมตตา​คน​ไหน พระองค์​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ไหน​ดื้อด้าน พระองค์​ก็​จะ​ทำ​ให้​คน​นั้น​ดื้อด้าน เมื่อ​เป็น​อย่างนี้ คุณ​คง​จะ​พูด​กับ​ผม​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น พระองค์​ยัง​จะ​มา​โทษ​เรา​อีก​ทำไม เพราะ​ใคร​จะ​ไป​ขัดขืน​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์​ได้” โธ่​มนุษย์​เอ๋ย คุณ​คิด​ว่า​คุณ​เป็น​ใคร สิ่ง​ที่​ถูก​ปั้น​จะ​ย้อน​ถาม​คน​ปั้น​ได้​หรือ​ว่า “ทำไม​ถึง​ปั้น​เรา​แบบนี้” ช่าง​ปั้น​หม้อ​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​เอา​ดิน​เหนียว​ก้อน​เดียว​กัน​มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะ​หรูหรา​อัน​หนึ่ง​และ​ภาชนะ​ธรรมดา​อีก​อัน​หนึ่ง​หรือ​อย่างไร แล้ว​เรื่องนี้​จะ​ว่า​ไง พระเจ้า​ตั้งใจ​จะ​ลงโทษ​และ​แสดง​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์ พระองค์​ต้อง​อดทน​อด​กลั้น​อย่าง​มาก​กับ​คน​พวก​นั้น​ที่​สมควร​ถูก​ลงโทษ​และ​ถูก​ทำลาย ที่​พระองค์​ทำ​อย่างนี้ ก็​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​มหาศาล​ต่อ​คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เมตตา​และ​ที่​พระองค์​ได้​เตรียม​ไว้​รับ​สง่าราศี คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เรียก​มา​ก็​คือ​พวก​เรา​นี่​เอง พระองค์​ไม่​ได้​เรียก​เรา​จาก​พวก​ยิว​เท่านั้น แต่​จาก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย พระองค์​ได้​พูด​ถึง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิวนี้​ใน​หนังสือ​โฮเชยา​ว่า “คน​พวก​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา เรา​ก็​จะ​เรียกว่า​เป็น​คน​ของ​เรา และ​หญิง​คน​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​เรา​ไม่​ได้​รัก เรา​ก็​จะ​เรียก​ว่า​เป็น​ที่รัก​ของ​เรา” “ถึง​แม้ว่า​ครั้ง​หนึ่ง​พระองค์​เคย​พูด​ว่า เจ้า​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา แต่​เดี๋ยวนี้ เขา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่” แต่​อิสยาห์​ได้​ร้อง​เกี่ยว​กับ​คน​อิสราเอล​ออก​มา​ว่า “ถึง​แม้​ลูกๆ​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล จะ​มี​จำนวน​มาก​เหมือน​กับ​เม็ด​ทราย​ใน​ทะเล แต่​จะ​มี​ไม่​กี่​คน​เท่านั้น​ที่​จะ​รอด องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​ทำ​ให้​สิ่ง​ที่​พระองค์​พูด​สำเร็จ​ครบถ้วน​อย่าง​รวดเร็ว​ใน​โลกนี้” และ​ตาม​ที่​อิสยาห์​ได้​ทำนาย​ไว้​ว่า

แบ่งปัน
โรม 9 THA-ERV

โรม 9:12-29 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ไม่ใช่ตามการประพฤติ แต่ตามซึ่งพระองค์ทรงเรียก) พระองค์จึงตรัสแก่นางนั้นว่า “พี่จะปรนนิบัติน้อง ” ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “ยาโคบนั้นเรารัก แต่เอซาวเราชัง” ถ้าอย่างนั้น เราจะว่าอย่างไร? พระเจ้าไม่ทรงยุติธรรมหรือ? เปล่าเลย เพราะพระองค์ตรัสกับโมเสสว่า “เราประสงค์จะกรุณาใคร เราก็จะกรุณาคนนั้น และเราจะเมตตาใคร เราก็จะเมตตาคนนั้น” เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งจึงไม่ขึ้นกับความตั้งใจหรือความมานะของมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของพระเจ้า เพราะมีข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวแก่ฟาโรห์ว่า “เพราะเหตุนี้เองเราจึงได้ตั้งเจ้าขึ้น เพื่อเราจะสำแดงฤทธานุภาพของเราให้ปรากฏทางตัวเจ้า และเพื่อให้นามของเราประกาศไปทั่วโลก” เพราะฉะนั้นพระองค์จะทรงพระเมตตาใคร ก็จะทรงพระเมตตาคนนั้น และพระองค์จะทรงให้ใครมีใจแข็งกระด้าง ก็จะทรงให้คนนั้นมีใจแข็งกระด้าง แล้วท่านก็จะพูดกับข้าพเจ้าว่า “ถ้าอย่างนั้น ทำไมพระองค์ยังทรงติเตียน? ใครจะขัดขืนพระประสงค์ของพระองค์ได้?” มนุษย์เอ๋ย ท่านเป็นใครที่จะโต้ตอบกับพระเจ้า? สิ่งซึ่งถูกปั้นจะกล่าวแก่ผู้ปั้นได้หรือว่า “ทำไมท่านจึงปั้นข้าพเจ้าอย่างนี้?” ส่วนช่างปั้นหม้อ ไม่มีสิทธิเอาดินก้อนเดียวกัน มาปั้นเป็นภาชนะที่ใช้ในโอกาสพิเศษอันหนึ่ง และทั่วๆ ไปอีกอันหนึ่งหรือ? เป็นไปได้ไหมที่พระเจ้าทรงประสงค์จะแสดงพระพิโรธ และให้ฤทธิ์เดชของพระองค์ปรากฏ แต่พระองค์ทรงอดทนมากต่อคนเหล่านั้นที่เป็นภาชนะแห่งพระพิโรธ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับความพินาศ? เพื่อจะได้ทรงให้ศักดิ์ศรีอันอุดมของพระองค์ปรากฏแก่บรรดาผู้ที่เป็นภาชนะแห่งพระเมตตา ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนให้สมกับศักดิ์ศรีนั้น? คือเราที่พระองค์ได้ทรงเรียกมาแล้ว ไม่ใช่จากพวกยิวเท่านั้น แต่จากพวกต่างชาติด้วย ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์โฮเชยาว่า “เราจะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นชนชาติของเรา ซึ่งเมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นชนชาติของเรา และจะเรียกเขาว่าเป็นที่รัก ซึ่งเมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นที่รัก และในสถานที่ซึ่งทรงกล่าวแก่เขาว่า ‘เจ้าทั้งหลายไม่ใช่ชนชาติของเรา’ ในที่นั้นเองเขาทั้งหลายจะได้ชื่อว่า บุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ” และท่านอิสยาห์ได้ร้องประกาศเรื่องพวกอิสราเอลว่า “แม้พวกอิสราเอลจะทวีมากขึ้นเหมือนเม็ดทรายที่ทะเล แต่ผู้ที่จะรอดนั้นมีน้อย เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า จะทรงให้เป็นไปตามพระดำรัสของพระองค์โดยเร็วพลันบนแผ่นดินโลก” และตามที่ท่านอิสยาห์ได้กล่าวไว้ก่อนว่า “ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจอมทัพไม่ได้ทรงเหลือพงศ์พันธุ์ไว้ให้เราบ้าง เราก็จะเป็นเหมือนเมืองโสโดม และเมืองโกโมราห์”

แบ่งปัน
โรม 9 THSV11

โรม 9:12-29 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระองค์​จึงตรัสแก่นางนั้​นว​่า ‘​พี่​จะปรนนิบั​ติ​น้อง​’ ตามที่​มี​คำเขียนไว้​แล​้​วว​่า ‘เราก็ยังรักยาโคบ แต่​เราได้​เกล​ียดเอซาว’ ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร พระเจ้าไม่ทรงยุ​ติ​ธรรมหรือ ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะพระองค์ตรัสกับโมเสสว่า ‘เราประสงค์จะกรุณาผู้​ใด เราก็จะกรุณาผู้​นั้น และเราประสงค์จะเมตตาผู้​ใด เราก็จะเมตตาผู้​นั้น​’ เพราะฉะนั้นจึงไม่ขึ้นแก่ความตั้งใจหรือการตะเกียกตะกายของเขา แต่​ขึ้นอยู่​กับพระเจ้าผู้ทรงสำแดงพระกรุณา เพราะมีข้อพระคัมภีร์​ที่​กล​่าวแก่​ฟาโรห์​ว่า ‘​เพราะเหตุนี้​เองเราให้​เจ้​ามีตำแหน่งสูง ก็​เพื่อจะแสดงฤทธานุภาพของเราโดยเจ้าและเพื่อให้นามของเราถูกประกาศออกไปทั่วโลก’ เหตุ​ฉะนั้นพระองค์จะทรงพระกรุณาแก่​ผู้ใด ก็​จะทรงพระกรุณาผู้​นั้น และพระองค์จะทรงให้​ผู้​ใดมีใจแข็งกระด้าง ก็​จะทรงให้​ผู้​นั้​นม​ีใจแข็งกระด้าง แล​้​วท​่านก็จะกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “​ถ้าเช่นนั้น ทำไมพระองค์จึงยังทรงติ​เตียน เพราะว่าผู้ใดจะขัดขืนพระทัยของพระองค์​ได้​” โอ มนุษย์​เอ๋ย ดูก่อน ท่านคือผู้ใดเล่าซึ่งท่านจะโต้ตอบกับพระเจ้าได้ สิ​่งซึ่งถูกทำขึ้นแล้​วน​ั้นจะกลับว่าแก่​ผู้​ทำได้​หรือว่า “ท่านได้กระทำข้าพเจ้าอย่างนี้​ทำไม​” ส่วนช่างปั้นหม้อ ไม่มี​สิทธิ์​ที่​จะเอาดิ​นก​้อนเดียวกันมาปั้นเป็นภาชนะอั​นม​ี​เกียรติ​อันหนึ่ง และภาชนะอันไม่​มีเกียรติ​อันหนึ่งหรือ แล​้วถ้าโดยทรงประสงค์จะสำแดงการลงพระอาชญา และทรงให้​ฤทธิ์​เดชของพระองค์​ปรากฏ พระเจ้าได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ช้านานต่อผู้​เหล่านั้น ที่​เป็นภาชนะอันสมควรแก่พระอาชญา ซึ่งเตรียมไว้สำหรับความพินาศ เพื่อจะได้ทรงสำแดงสง่าราศีอั​นอ​ุดมของพระองค์​แก่​บรรดาผู้​ที่​เป็นภาชนะแห่งพระเมตตา ซึ่งพระองค์​ได้​ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนให้สมกับสง่าราศี คือเราทั้งหลายที่​พระองค์​ได้​ทรงเรียกมาแล้ว มิใช่​จากยิวพวกเดียว แต่​จากพวกต่างชาติ​ด้วย ดังที่​พระองค์​ตรัสไว้ในพระคัมภีร์โฮเชยาว่า ‘เราจะเรียกเขาเหล่านั้​นว​่าเป็นชนชาติของเรา ซึ่งเมื่​อก​่อนเขาหาได้เป็นชนชาติของเราไม่ และจะเรียกเขาว่าเป็​นที​่​รัก ซึ่งเมื่​อก​่อนเขาหาได้เป็​นที​่รักไม่ และต่อมาในสถานที่ซึ่งทรงกล่าวแก่เขาว่า “​เจ้​าทั้งหลายไม่​ใช่​ชนชาติ​ของเรา” ในที่นั้นเองเขาจะได้​ชื่อว่า เป็นบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์​อยู่​’ และท่านอิสยาห์​ได้​ร้องประกาศเรื่องพวกอิสราเอลด้วยว่า ‘​แม้​พวกลู​กอ​ิสราเอลจะมากเหมือนเม็ดทรายที่​ทะเล แต่​คนที​่​เหลืออยู่​เท่​านั้นจะรอด ด้วยว่าพระองค์จะทรงให้การนั้นสำเร็จ และจะให้สำเร็จโดยเร็วพลันในความชอบธรรม เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้การนั้นสำเร็จโดยเร็วพลันบนพิภพนี้’ และตามที่ท่านอิสยาห์​ได้​กล​่าวไว้ก่อนว่า ‘ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งจอมโยธามิ​ได้​ทรงเหลือเชื้อสายไว้​ให้​เราบ้าง เราก็จะได้เป็นเหมือนเมืองโสโดม และจะเป็นเหมือนเมืองโกโมราห์’

แบ่งปัน
โรม 9 KJV

โรม 9:12-29 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระองค์จึงตรัสแก่นางนั้นว่า พี่จะปรนนิบัติน้อง ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ยาโคบนั้นเรารัก แต่เอซาวเราได้ชัง ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร พระเจ้าไม่ทรงยุติธรรมหรือ มิใช่เช่นนั้น เพราะพระองค์ตรัสกับโมเสสว่า เราประสงค์จะกรุณาผู้ใด เราก็จะกรุณาผู้นั้น และเราจะเมตตาใคร เราก็จะเมตตาผู้นั้น เพราะฉะนั้นทุกสิ่งจึงไม่ขึ้นแก่ความตั้งใจหรือการตะเกียกตะกาย แต่ขึ้นอยู่กับพระกรุณาของพระเจ้า เพราะมีข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวแก่ฟาโรห์ว่า เพราะเหตุนี้เองเราจึงได้ยกเจ้าขึ้น เพื่อเราจะสำแดงฤทธิ์ของเราให้ปรากฏทางตัวเจ้า และเพื่อให้นามของเรากล่าวประกาศไปทั่วโลก เหตุฉะนั้นพระองค์จะทรงพระกรุณาแก่ผู้ใด ก็จะทรงพระกรุณาผู้นั้น และพระองค์จะทรงให้ผู้ใดมีใจแข็งกระด้าง ก็จะทรงให้ผู้นั้นมีใจแข็งกระด้าง แล้วท่านก็จะกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า <<ถ้าเช่นนั้น ทำไมพระองค์จึงยังทรงติเตียน เพราะว่าผู้ใดจะขัดขืนพระทัยของพระองค์ได้>> แต่ว่าท่านคือใคร คือมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้นเอง ท่านจะโต้ตอบกับพระเจ้าได้อย่างไร สิ่งซึ่งถูกปั้นจะกล่าวแก่ผู้ปั้นได้หรือว่า <<ทำไมท่านจึงปั้นข้าพเจ้าอย่างนี้>> ส่วนช่างปั้นหม้อ ไม่มีสิทธิที่จะเอาดินก้อนเดียวกัน มาปั้นเป็นภาชนะที่สวยงามอันหนึ่ง และภาชนะใช้สอยอันหนึ่งหรือ แล้วถ้าโดยทรงประสงค์จะสำแดงการลงพระอาชญา และทรงให้ฤทธิ์เดชของพระองค์ปรากฏ พระเจ้าได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ช้านานต่อผู้เหล่านั้น ที่เป็นภาชนะอันสมควรแก่พระอาชญา ซึ่งเตรียมไว้สำหรับความพินาศ เพื่อจะได้ทรงสำแดงพระสิริอันอุดมของพระองค์ แก่บรรดาผู้ที่เป็นภาชนะแห่งพระเมตตา ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนให้สมกับศักดิ์ศรี คือเราทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกมาแล้ว มิใช่จากยิวพวกเดียว แต่จากพวกต่างชาติด้วย ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์โฮเชยาว่า เราจะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นชนชาติของเรา ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นชนชาติของเราไม่ และจะเรียกเขาว่าเป็นที่รัก ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นที่รักไม่ และในสถานที่ซึ่งทรงกล่าวแก่เขาว่า <<เจ้าทั้งหลายไม่ใช่ชนชาติของเรา>> ในที่นั้นเองเขาจะได้ชื่อว่า เป็นบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และท่านอิสยาห์ได้ร้องประกาศเรื่องพวกอิสราเอลว่า แม้พวกลูกอิสราเอลจะมากทวีขึ้นเหมือนเม็ดทรายที่ทะเล แต่ผู้ที่จะรอดนั้นมีน้อย เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า จะทรงให้เป็นไปตามพระดำรัสของพระองค์โดยเร็วพลัน และตามที่ท่านอิสยาห์ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าพระเจ้าจอมโยธา มิได้ทรงเหลือพงศ์พันธุ์ไว้ให้เราบ้าง เราทั้งหลาย ก็จะเป็นเหมือนเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์

แบ่งปัน
โรม 9 TH1971

โรม 9:12-29 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

คือไม่ใช่โดยการประพฤติ แต่โดยพระองค์ผู้ทรงเรียก พระองค์จึงตรัสกับนางว่า “พี่จะรับใช้น้อง” ตามที่มีเขียนไว้ว่า “ยาโคบนั้นเรารัก ส่วนเอซาวเราชัง” เช่นนี้แล้วเราจะว่าอย่างไร? พระเจ้าไม่ยุติธรรมหรือ? ไม่ใช่เลย! เพราะพระองค์ตรัสกับโมเสสว่า “เราประสงค์จะเมตตาใคร ก็จะเมตตาคนนั้น เราประสงค์จะกรุณาใคร ก็จะกรุณาคนนั้น” ฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาหรือความพยายามของมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของพระเจ้า เพราะในพระคัมภีร์ พระเจ้าตรัสแก่ฟาโรห์ว่า “เรายกเจ้าให้เป็นใหญ่ก็เพื่อจุดประสงค์ข้อนี้เอง คือเพื่อเราจะได้สำแดงฤทธิ์อำนาจของเราให้ปรากฏทางเจ้า และเพื่อนามของเราจะเลื่องลือไปทั่วโลก” ฉะนั้นพระเจ้าทรงเมตตาผู้ที่ทรงประสงค์จะเมตตา และผู้ที่ทรง ประสงค์จะให้มีใจแข็งกระด้าง พระองค์ก็ทรงทำให้ใจของเขาแข็งกระด้าง พวกท่านบางคนอาจจะกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “ถ้าเช่นนั้นทำไมพระเจ้ายังทรงตำหนิเรา? เพราะใครเล่าจะขัดขืนพระประสงค์ของพระองค์ได้?” แต่มนุษย์เอ๋ย ท่านเป็นใครเล่าที่จะย้อนพระเจ้าได้? “ควรหรือที่สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดกับช่างปั้นว่า ‘ทำไมถึงสร้างฉันอย่างนี้’?” ช่างปั้นไม่มีสิทธิ์เอาดินก้อนเดียวกันมาปั้นเป็นภาชนะสวยงามและปั้นเป็นภาชนะใช้สอยทั่วไปหรือ? ในเรื่องการเลือกจะสำแดงพระพิโรธและให้ฤทธานุภาพของพระองค์เป็นที่ประจักษ์นั้น จะว่าอย่างไรถ้าพระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยอย่างยิ่งต่อผู้ที่เป็นเป้าของพระพิโรธ ผู้ซึ่งเตรียมไว้เพื่อความพินาศ? จะว่าอย่างไรถ้าพระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงพระเกียรติสิริอันอุดมแก่ผู้ที่ได้รับพระเมตตาคุณของพระองค์ ผู้ซึ่งทรงเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อพระเกียรติสิริ? แม้กระทั่งเราทั้ง หลายก็เป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกไว้ด้วย ไม่ใช่จากพวกยิวเท่านั้น แต่จากคนต่างชาติเช่นกัน ตามที่พระองค์ตรัสในหนังสือโฮเชยาว่า “เราจะเรียกผู้ที่ไม่ใช่ประชากรของเราว่า ‘ประชากรของเรา’ เรียกผู้ที่เราไม่รักว่า ‘ผู้ที่เรารัก’ ” และ “สิ่งนี้จะเกิดขึ้นที่นั่นเอง ที่ซึ่งเราบอกพวกเขาว่า ‘เจ้าไม่ใช่ประชากรของเรา’ พวกเขาจะได้ชื่อว่า ‘บุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่’ ” อิสยาห์ประกาศเกี่ยวกับอิสราเอลว่า “แม้ชนชาติอิสราเอลจะมากมายเหมือนทรายริมทะเล ก็จะมีชนหยิบมือเดียวที่เหลืออยู่เท่านั้นที่จะได้รับการช่วยให้รอด เพราะพระเจ้าจะทรงพิพากษา ลงโทษโลกโดยฉับไวและเฉียบขาด” เหมือนที่อิสยาห์กล่าวไว้ก่อนนี้ว่า “หากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ไม่เหลือวงศ์วานไว้ให้เราบ้าง เราก็คงกลายเป็นเหมือนเมืองโสโดม เราก็คงเป็นเหมือนเมืองโกโมราห์”

แบ่งปัน
โรม 9 TNCV

โรม 9:12-29 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ไม่​ใช่​เป็น​เพราะ​การ​ปฏิบัติ​ตน แต่​เป็น​เพราะ​พระ​องค์​ผู้​เป็น​ฝ่าย​ที่​เรียก พระ​เจ้า​พูด​กับ​นาง​ว่า “คน​พี่​จะ​รับใช้​คน​น้อง” ตาม​ที่​มี​บันทึก​ไว้​ว่า “ยาโคบ​นั้น​เรา​รัก แต่​เอซาว​เรา​ชัง” แล้ว​เรา​จะ​ว่า​อย่างไร พระ​เจ้า​ไม่​ยุติธรรม​หรือ ไม่​มี​ทาง​จะ​เป็น​เช่นนั้น เพราะ​พระ​องค์​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​มี​ความ​เมตตา​ให้​กับ​ผู้​ใด เรา​ก็​จะ​เมตตา​ผู้​นั้น และ​เรา​มี​ความ​สงสาร​ให้​กับ​ผู้​ใด เรา​ก็​จะ​สงสาร​ผู้​นั้น” ฉะนั้น จึง​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​ประสงค์​หรือ​ความ​มานะ​พยายาม​ของ​มนุษย์ แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เมตตา​ของ​พระ​เจ้า ข้อ​พระ​คัมภีร์​ที่​กล่าว​แก่​ฟาโรห์​ว่า “เรา​แต่งตั้ง​เจ้า​ขึ้น​มา​เพราะ​จุดประสงค์​นี้​เอง เพื่อ​เรา​จะ​ได้​แสดง​อานุภาพ​ของ​เรา​ให้​ปรากฏ​ใน​ตัว​เจ้า และ​เพื่อ​นาม​ของ​เรา​จะ​ได้​ถูก​ประกาศ​ไป​ทั่ว​โลก” ฉะนั้น พระ​เจ้า​มี​ความ​เมตตา​ต่อ​คน​ที่​พระ​องค์​ประสงค์​จะ​เมตตา และ​พระ​องค์​ทำ​ให้​คน​มี​ใจ​แข็ง​กระด้าง​ตาม​ที่​พระ​องค์​ประสงค์ แล้ว​ท่าน​ก็​จะ​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า “แล้ว​ทำไม​พระ​เจ้า​ยัง​ตำหนิ​เรา​อยู่​อีก มี​ใคร​จะ​ขัดขืน​ความ​ตั้งใจ​ของ​พระ​องค์​ได้​เล่า” มนุษย์​เอ๋ย ท่าน​เป็น​ใคร​กัน​จึง​พูด​ตอกกลับ​พระ​เจ้า “สิ่ง​ที่​ถูก​ปั้น​ขึ้น​จะ​พูด​กับ​ผู้​ปั้น​ได้​หรือ​ว่า ‘ทำไม​ท่าน​จึง​ปั้น​เรา​แบบ​นี้’” และ​ช่าง​ปั้นหม้อ​ไม่​มี​สิทธิ์​เอา​ดิน​จาก​ก้อน​เดียวกัน มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะ​สำหรับ​การ​ใช้​งาน​อัน​มี​เกียรติ และ​ภาชนะ​สำหรับ​ใช้สอย​ธรรมดา​ด้วย​หรือ แม้ว่า​พระ​เจ้า​ประสงค์​จะ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​โกรธ​เกรี้ยว​ของ​พระ​องค์ และ​ให้​อานุภาพ​เป็น​ที่​ประจักษ์ แต่​พระ​องค์​ก็​ยัง​ได้​อดทน​มาก​ต่อ​บรรดา​ผู้​เป็น​ภาชนะ​ที่​ถูก​ปั้น​ไว้​เพื่อ​การ​ทำลาย แล้ว​ใคร​จะ​ว่า​อย่างไร และ​ถ้า​พระ​องค์​ทำ​เช่นนั้น เพื่อ​แสดง​พระ​บารมี​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์ ซึ่ง​มี​ต่อ​บรรดา​ภาชนะ​ที่​ถูก​ปั้น​ล่วงหน้า​เพื่อ​รับ​ความ​เมตตา แล้ว​ใคร​จะ​ว่า​อย่างไร แม้แต่​พวก​เรา​เอง​พระ​องค์​ก็​ได้​เรียก​ให้​มา พระ​องค์​ไม่​ได้​เรียก​มา​จาก​หมู่​ชน​ชาติ​ยิว​เท่า​นั้น แต่​มา​จาก​หมู่​คนนอก​ด้วย ดัง​ที่​พระ​องค์​กล่าว​ไว้​ใน​ฉบับ​โฮเชยา​ว่า “เรา​จะ​เรียก​พวก​เขา​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ชน​ชาติ​ของ​เรา​ว่า ‘ชน​ชาติ​ของ​เรา’ และ​เรียก​ชน​ชาติ​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ที่​รัก​ว่า ‘ที่รัก’” “และ ณ ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘เจ้า​ไม่​ใช่​ชน​ชาติ​ของ​เรา’ พระ​เจ้า​จะ​เรียก​เขา​ว่า ‘บรรดา​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ดำรง​อยู่’” อิสยาห์​กล่าว​ถึง​อิสราเอล​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง​ว่า “แม้​จำนวน​ชน​ชาติ​อิสราเอล​เปรียบ​ได้​เท่า​เม็ด​ทราย​ใน​ทะเล แต่​จะ​มี​ผู้​ที่​เหลือ​อยู่​จำนวน​หนึ่ง​เท่า​นั้น​ที่​จะ​รอด​พ้น ด้วย​ว่า พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ลง​โทษ​โลก​อย่าง​รวดเร็ว​และ​ครบ​ถ้วน” ตาม​ที่​อิสยาห์​ได้​กล่าว​ล่วงหน้า​ไว้​ว่า “ถ้า​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จอม​โยธา ไม่​ได้​เหลือ​ผู้​สืบ​วงศ์​ตระกูล​ไว้​ให้​พวก​เรา พวก​เรา​คง​กลาย​เป็น​เหมือน​เมือง​โสโดม และ​เป็น​อย่าง​เมือง​โกโมราห์”

แบ่งปัน
โรม 9 NTV