เศฟันยาห์ 3:2-8 - Compare All Versions
เศฟันยาห์ 3:2-8 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
เมืองที่ไม่ยอมฟังเสียงพระเจ้า เมืองที่ไม่ยอมรับคำตักเตือน เมืองที่ไม่ยอมไว้วางใจในพระยาห์เวห์ เมืองที่ไม่ยอมเข้าใกล้พระเจ้าของเธอ ข้าราชการที่อยู่ในเมืองนี้ต่างก็เป็นเหมือนพวกสิงโตที่แผดเสียงร้องคำราม พวกผู้พิพากษาในเมืองนี้เป็นเหมือนกับพวกหมาป่าในตอนค่ำคืนที่กัดกินเหยื่อจนไม่เหลืออะไรจนถึงเช้า ผู้พูดแทนพระเจ้าของเมืองนี้ก็เป็นนักตอแหลที่เย่อหยิ่ง พวกเขาไม่น่าไว้ใจ พวกนักบวชของเมืองนี้ก็ดูหมิ่นต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และตั้งใจตีความกฎคำสอนทั้งหลายให้ผิดเพี้ยนไป แต่พระยาห์เวห์ที่อยู่ในเมืองนี้ยุติธรรม พระองค์ไม่ได้ทำสิ่งที่ชั่วร้าย ทุกๆเช้า พระองค์ให้ความยุติธรรม ในรุ่งอรุณ พระองค์ให้ความเป็นธรรมเสมอไม่ขาดสักวัน แต่คนชั่วไม่รู้จักละอายใจ พระยาห์เวห์พูดว่า “เราได้บดขยี้ประชาชาติของพวกเขา และพวกหอคอยของพวกเขาต่างก็ถูกทำลายลง เราทำให้พวกถนนหนทางรกร้าง จนไม่มีใครใช้เดินอีกแล้ว บ้านเมืองของพวกเขาก็ถูกทำให้รกร้างว่างเปล่าจนไม่มีใครอาศัยอยู่อีกต่อไป” เราพูดกับตัวเองว่า “เจ้าจะต้องเกรงกลัวเราแน่ เจ้าจะต้องได้รับบทเรียนแล้วแน่ เจ้าจะได้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราเองได้ลงโทษเมืองนี้” แต่ความจริงคือ พวกเขายิ่งอยากจะทำสิ่งที่ไม่ได้ยั้งคิดมากขึ้นไปอีก พระยาห์เวห์จึงพูดว่า “ดังนั้น คอยดูเราให้ดี คอยวันที่เราจะลุกขึ้นมาเป็นพยานต่อต้านเจ้า เพราะเป็นการตัดสินใจของเราที่จะรวบรวมชนชาติต่างๆและอาณาจักรต่างๆ เพื่อว่าเราจะได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราเดือดดาลขนาดไหน และโกรธอย่างร้อนแรงขนาดไหน เพราะในเพลิงแห่งความหึงหวงของเรา แผ่นดินทั้งหมดนี้จะถูกเผาผลาญ
เศฟันยาห์ 3:2-8 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
เมืองที่ไม่ยอมฟังเสียงใครเลย และไม่ยอมรับการตีสอนใดๆ เมืองที่ไม่วางใจในพระยาห์เวห์ และไม่ยอมเข้าใกล้พระเจ้า พวกเจ้านายที่อยู่ในเมืองนี้ เป็นเหมือนสิงโตที่คำราม พวกผู้พิพากษาของเธอก็เป็นเหมือนหมาป่าในยามเย็น ที่ไม่ยอมเหลืออะไรไว้ถึงรุ่งเช้า พวกผู้เผยพระวจนะของเธอเป็นคนไม่รับผิดชอบ ทั้งยังเป็นคนทรยศ บรรดาปุโรหิตของเธอก็ดูหมิ่นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ และฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ พระยาห์เวห์ผู้ทรงอยู่ในเมืองนั้นชอบธรรม พระองค์ไม่ทรงทำผิดเลย ทุกๆ เช้าพระองค์ทรงทำความยุติธรรมของพระองค์ให้ประจักษ์ ทุกรุ่งอรุณไม่ทรงเว้นเลย แต่คนอยุติธรรมนั้นไม่รู้จักอาย เราได้กำจัดบรรดาประชาชาติ ป้อมปราการของพวกเขาพังทลาย เราทำให้ถนนของพวกเขาว่างเปล่า ไม่มีใครเดินบนนั้น เมืองของพวกเขาถูกทิ้งร้าง ไม่มีคนอยู่ ไร้ผู้อาศัย เรากล่าวว่า เมืองนั้นจะยำเกรงเราแน่ เธอจะยอมรับการตีสอน เธอคงจะไม่ละสายตาไปจาก ทุกสิ่งที่เรานำมายังเธอ แต่เขาทั้งหลายกลับยิ่งกระตือรือร้น ที่จะให้การกระทำทั้งสิ้นของเขาเสื่อมทราม พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เพราะฉะนั้นจงคอยเรา คอยวันที่เราลุกขึ้นเป็นพยาน เพราะเราตัดสินใจที่จะรวบรวมประชาชาติ และให้อาณาจักรมาชุมนุมกัน เพื่อเทความกริ้วของเราบนพวกเขา คือความร้อนแรงแห่งความโกรธทั้งสิ้นของเรา เพราะว่าพิภพทั้งหมดจะถูกเผาผลาญ ด้วยไฟแห่งความหวงแหนของเรา
เศฟันยาห์ 3:2-8 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
เธอไม่ยอมเชื่อฟังเสียงใดๆ และไม่ยอมรับการตีสอนใดๆ เธอไม่วางใจในพระเยโฮวาห์ และเธอไม่เข้ามาใกล้พระเจ้าของเธอ เจ้านายของเธอก็เหมือนสิงโตที่คำราม ผู้พิพากษาของเธอก็เหมือนหมาป่ายามเย็น ซึ่งไม่แทะกระดูกจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า ผู้พยากรณ์ของเธอเป็นคนเบาปัญญา เป็นคนทรยศ พวกปุโรหิตของเธอก็กระทำสถานบริสุทธิ์ให้มัวหมอง เขาฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติ พระเยโฮวาห์ผู้ทรงดำรงอยู่ในเมืองนั้นชอบธรรม พระองค์จะมิได้ทรงกระทำความชั่วช้าเลย ทุกเช้าพระองค์สำแดงคำตัดสินของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงขาดเลย แต่คนอธรรมไม่รู้จักอาย “เราได้ขจัดประชาชาติทั้งหลายออกเสียแล้ว หอคอยของเขาก็รกร้าง เรากระทำให้ถนนของเมืองนั้นเสียไปเปล่าๆ ไม่มีใครผ่านไปมา หัวเมืองของเขาถูกทำลาย เพื่อจะไม่มีคน ไม่มีชาวเมืองอยู่เลย เรากล่าวว่า ‘แท้จริง เมืองนั้นจะยำเกรงเรา เธอจะยอมรับคำสั่งสอน’ เพื่อที่อาศัยของเขาจะไม่ถูกตัดออก เราลงโทษเขาอย่างไรก็ตาม แต่เขาทั้งหลายยิ่งกลับร้อนใจที่จะให้การกระทำของเขาเสื่อมทราม” พระเยโฮวาห์จึงตรัสว่า “เพราะฉะนั้นจงคอยเรา คอยวันที่เราลุกขึ้นเพื่อทำการปล้น เพราะการตกลงใจของเราก็คือจะรวมประชาชาติ ให้ราชอาณาจักรชุมนุมกัน เพื่อเทความกริ้วของเราบนเขาทั้งหลาย คือความร้อนแรงแห่งความโกรธของเรา เพราะว่าพิภพทั้งสิ้นจะถูกเผาผลาญในไฟแห่งความหวงแหนของเรา
เศฟันยาห์ 3:2-8 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
เธอไม่ยอมฟังเสียงใดๆ และไม่ยอมรับการตีสอนใดๆ เธอไม่วางใจในพระเจ้า และเธอไม่เข้ามาใกล้พระเจ้าของเธอ เจ้านายที่อยู่ในเมืองนี้ ก็เหมือนสิงห์ที่คำราม ผู้พิพากษาของเธอก็เหมือนหมาป่ายามเย็น ซึ่งไม่ยอมทิ้งอะไรไว้จนรุ่งเช้า ผู้เผยพระวจนะของเธอเป็นคนพาล เป็นคนทรยศ บรรดาปุโรหิตของเธอก็กระทำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นสาธารณ์ เขาฝ่าฝืนต่อธรรมบัญญัติ พระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่ในเมืองนั้นชอบธรรม พระองค์มิได้ทรงกระทำผิดเลย ทุกเช้าพระองค์สำแดงความยุติธรรมของพระองค์ ทุกรุ่งอรุณมิได้ทรงขาดเลย แต่คนอยุติธรรมไม่รู้จักอาย <<เราได้กำจัดประชาชาติทั้งหลายเสีย สันปราการของเขาพังทะลาย เรากระทำให้ถนนในเมืองนั้นร้างเปล่า ไม่มีผู้ใดเดินในนั้น หัวเมืองของเขาถูกทิ้งร้าง ไม่มีคน ไม่มีชาวเมืองเหลือ เรากล่าวว่า <แท้จริง เมืองนั้นคงจะยำเกรงเรา เธอจะยอมรับการตีสอน เธอคงจะไม่ทิ้งสายตาไปเสียจาก บรรดาสิ่งต่างๆที่เรากำชับเธอ> แต่เขาทั้งหลายยิ่งกลับร้อนใจ ที่จะให้การกระทำของเขาเสื่อมทราม>> พระเจ้าจึงตรัสว่า <<เพราะฉะนั้นจงคอยเรา คอยวันที่เราลุกขึ้นเป็นพยาน เพราะการตกลงใจของเราก็คือจะรวมประชาชาติ ให้ราชอาณาจักรชุมนุมกัน เพื่อเทความกริ้วของเราบนเขาทั้งหลาย คือความร้อนแรงแห่งความโกรธของเรา เพราะว่าพิภพทั้งสิ้นถูกเผาผลาญ ในไฟแห่งความหวงแหนของเรา
เศฟันยาห์ 3:2-8 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
มันไม่ยอมฟังใคร ไม่ยอมรับการปรับปรุงแก้ไข ไม่วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่ยอมเข้ามาใกล้พระเจ้าของตน ข้าราชการของกรุงนี้เป็นเหมือนสิงโตที่ร้องคำราม ผู้ครอบครองของกรุงนี้ก็เป็นดั่งสุนัขป่ายามเย็น ซึ่งไม่เหลืออะไรไว้ถึงเช้า ส่วนบรรดาผู้เผยพระวจนะก็เย่อหยิ่ง พวกเขาเป็นคนทรยศ เหล่าปุโรหิตลบหลู่สถานนมัสการ และย่ำยีพระบัญญัติ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ประทับอยู่ในกรุงนั้นทรงชอบธรรม พระองค์ไม่ได้ทรงทำผิดเลย ทุกๆ เช้าพระองค์ทรงอำนวยความยุติธรรม และทุกๆ วันใหม่พระองค์ไม่เคยหยุดยั้งที่จะทำเช่นนั้น ถึงกระนั้นคนอธรรมก็ไม่รู้จักละอาย “เราได้กำจัดประชาชาติทั้งหลายเสีย ที่มั่นของเขาถูกทำลายล้าง เราทำให้ถนนหนทางของเขาร้างเปล่า ไม่มีใครผ่านไปมา เมืองต่างๆ ของเขาถูกทำลาย ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ไม่เหลือสักคน เราได้กล่าวแก่กรุงนั้นว่า ‘แน่ทีเดียว เจ้าจะเกรงกลัวเรา และยอมรับการแก้ไขปรับปรุง!’ แล้วที่อยู่ของเขาจะได้ไม่ถูกทำลาย และโทษทัณฑ์ของเราจะได้ไม่มาถึงเขาทั้งหมด แต่เขาก็ยังคงกระเหี้ยนกระหือรือ ที่จะประพฤติเสื่อมทรามเหมือนที่เคยทำมาทุกอย่าง” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า “ฉะนั้นคอยดูเถิด ในวันนั้นเราจะยืนขึ้นเป็นพยาน เราได้ตัดสินใจที่จะรวบรวมชนชาติ และอาณาจักรต่างๆ แล้วระบายโทสะอันรุนแรงทั้งปวง เหนือพวกเขา โลกทั้งโลกจะไหม้เป็นจุณ ด้วยไฟแห่งความโกรธอันเนื่องจากความหึงหวงของเรา
เศฟันยาห์ 3:2-8 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
เมืองนี้ไม่เชื่อฟังใคร ไม่ยอมรับการสั่งสอน ไม่ไว้ใจพระผู้เป็นเจ้า และไม่ใกล้ชิดพระเจ้าของตน บรรดาเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในเมือง ก็คือพวกสิงโตคำราม บรรดาผู้ปกครองเมืองคือสุนัขป่าในยามค่ำ ซึ่งไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้สำหรับเวลาเช้า บรรดาผู้เผยคำกล่าวของเมืองยโสโอหัง พวกเขาเป็นคนดุร้าย บรรดาปุโรหิตของเมืองดูหมิ่นสิ่งบริสุทธิ์ และพวกเขากระทำผิดต่อกฎบัญญัติ พระผู้เป็นเจ้าผู้สถิตในเมืองนั้นมีความชอบธรรม พระองค์ทำสิ่งที่ถูกต้อง ทุกๆ เช้าพระองค์ให้ความเป็นธรรม ทุกๆ วันใหม่พระองค์เป็นที่พึ่งได้เสมอ แต่คนที่ไม่ยุติธรรมไม่รู้สึกอับอาย “เราได้ตัดขาดบรรดาประชาชาติ หลักยึดของพวกเขาพังพินาศ เราได้ทำให้ถนนเป็นที่ร้าง ไม่มีใครเดินผ่านไปมาได้ เมืองทั้งหลายของพวกเขาถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ซาก ไม่มีผู้ชายสักคน ไม่มีผู้อยู่อาศัยสักคน เราพูดดังนี้ว่า ‘เจ้าจะเกรงกลัวเราอย่างแน่นอน เจ้าจะยอมรับการสั่งสอน แล้วที่อยู่อาศัยของเจ้าจะไม่ถูกกำจัด ตามที่เราได้กำหนดที่จะขัดขวางเจ้าในทุกสิ่ง’ แต่พวกเขายังกระตือรือร้น ที่จะทำทุกสิ่งให้เสื่อมทราม” ฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนี้ “รอเราเพื่อวันที่เราจะลุกขึ้นให้คำพยาน เพราะเราได้ตัดสินใจรวบรวมบรรดาประชาชาติ เพื่อเรียกประชุมบรรดาอาณาจักร เพื่อกระหน่ำการลงโทษของเราลงบนพวกเขา และกระหน่ำความกริ้วอันร้อนแรงของเรา เพราะความหวงแหนของเราลุกเป็นไฟ ทั่วทั้งโลกจะถูกเผาผลาญ