สดุดี 55:1-14 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
สดุดี 55:1-14 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
ข้าแต่พระเจ้า ขอเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์จากคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงสดับและขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์ร้อนใจเมื่อร้องทุกข์ และข้าพระองค์ว้าวุ่นใจ เพราะเสียงของศัตรู เพราะการกดขี่ของคนอธรรม เหตุว่าพวกเขานำความทุกข์มาให้ข้าพระองค์ และเขาบ่มความเกลียดชังข้าพระองค์ด้วยความกริ้ว ใจของข้าพระองค์ตรอมตรมอยู่ภายใน และความสยดสยองของความตายโถมทับข้าพระองค์ ความกลัวและความสะทกสะท้านมาเหนือข้าพระองค์ และความหวาดผวาก็ครอบงำข้าพระองค์ และข้าพระองค์กล่าวว่า “โอ ข้าอยากมีปีกอย่างนกพิราบ จะได้บินหนีไปพักอย่างสงบ เออ ข้าจะได้หนีไปให้ไกล ข้าจะได้พักในถิ่นทุรกันดาร เส-ลาห์ “ข้าจะรีบไปยังที่กำบัง ให้พ้นจากลมแรงกล้าและพายุ” ข้าแต่องค์เจ้านาย ขอทรงทำลายแผนการของพวกเขา และขอทรงทำให้ภาษาของเขายุ่งเหยิงไป เพราะข้าพระองค์เห็นความทารุณ และการโกลาหลในนคร พวกเขาเดินบนกำแพงรอบนครอยู่ทั้งวันทั้งคืน และความชั่วร้ายกับความทุกข์ร้อนอยู่ท่ามกลางนครนั้น การทำลายอยู่ท่ามกลางนครนั้น การกดขี่และการฉ้อโกง ไม่ขาดหายไปจากลานกว้างของนครนั้น เพราะมิใช่ศัตรูที่เยาะเย้ยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงจะทนได้ มิใช่ผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้า ผู้ที่ยกตัวข่มข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงจะซ่อนตัวจากเขาได้ แต่เป็นท่าน ผู้เท่าเทียมกับข้าพเจ้า เป็นเพื่อนสนิทของข้าพเจ้า เป็นมิตรรู้จักมักคุ้นกับข้าพเจ้า เราเคยสนทนาปราศรัยกันอย่างชื่นใจ เราเคยเดินท่ามกลางฝูงชนในพระนิเวศของพระเจ้า
สดุดี 55:1-14 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์เสียจากคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงสดับ และขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมแพ้ความทุกข์ยากลำบากแล้ว ข้าพระองค์บ้าไปเพราะเสียงของศัตรู เพราะการบีบบังคับของคนอธรรม เหตุว่าเขานำความทุกข์ยากลำบากมาให้ข้าพระองค์ และเขาบ่มความเกลียดชังข้าพระองค์โดยความโกรธ จิตใจของข้าพระองค์ระทมอยู่ในข้าพระองค์ ความสยดสยองของมัจจุราชตกเหนือข้าพระองค์ ความกลัวและความสะทกสะท้านมาเหนือข้าพระองค์ ความหวาดเสียวท่วมข้าพระองค์ และข้าพระองค์ว่า <<โอ ข้าอยากมีปีกอย่างนกพิราบ จะได้บินหนีไปและอยู่สงบ เออ ข้าจะได้พเนจรไปไกล ข้าจะได้พักอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ข้าจะได้รีบไปหาที่กำบัง จากลมดุเดือดและพายุ>> ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงทำลายเสีย และให้ภาษาของเขายุ่งเหยิงไป เพราะข้าพระองค์เห็นความทารุณ และการโกลาหลที่ในนคร เขาเดินบนกำแพงรอบนครอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน และความบาปผิดกับความทุกข์ยากลำบากอยู่ภายในนคร การทำลายมีอยู่ท่ามกลางเธอ การบีบบังคับและการฉ้อโกง ไม่พรากไปจากตลาดของเธอ มิใช่ศัตรูผู้เยาะเย้ยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้ทนได้ มิใช่ผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้าผู้พองตัวใส่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้หลบเขาได้ แต่เป็นท่าน เสมอบ่าเสมอไหล่กับข้าพเจ้า เป็นเกลอของข้าพเจ้า เป็นมิตรรู้จักมักคุ้นกับข้าพเจ้า เราเคยสนทนาปราศรัยกันอย่างชื่นใจ เราดำเนินในพระนิเวศของพระเจ้าฉันมิตรสนิท
สดุดี 55:1-14 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
ข้าแต่พระเจ้า โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าทรงเพิกเฉยต่อคำทูลวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงสดับและทรงตอบเถิด ความคิดรบกวนจิตใจของข้าพระองค์และข้าพระองค์วิตกกังวล เพราะเสียงของศัตรู เพราะการจับจ้องของคนชั่ว พวกเขานำความทุกข์ทรมานมายังข้าพระองค์ และเหยียดหยามข้าพระองค์ด้วยความโกรธ จิตใจข้าพระองค์ร้าวรานอยู่ภายใน ความหวาดผวาต่อความตายจู่โจมข้าพระองค์ ความกลัวและความหวาดหวั่นครอบงำข้าพระองค์ ความหวาดกลัวท่วมท้นข้าพระองค์ ข้าพระองค์กล่าวว่า “โอ ข้าพเจ้าอยากมีปีกเหมือนนกพิราบ! จะได้บินจากไปและพักสงบ ข้าพเจ้าจะหนีไปไกลลิบ และพักอยู่ในถิ่นกันดาร เสลาห์ ข้าพเจ้าจะรีบรุดไปยังที่กำบัง ให้ไกลจากมรสุมและพายุร้ายนี้” ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าขอทรงทำให้คนชั่วสับสนอลหม่าน ทำให้ภาษาของเขายุ่งเหยิงไป เพราะข้าพระองค์เห็นความรุนแรงและการรบราฆ่าฟันในเมือง พวกเขาป้วนเปี้ยนอยู่บนกำแพงทั้งวันทั้งคืน ความมุ่งร้ายและการทารุณอยู่ในเมือง พวกบ่อนทำลายปฏิบัติการอยู่ในเมือง การข่มขู่และล่อลวงมีไม่ขาดตามท้องถนน หากเป็นศัตรูมาสบประมาทข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังพอจะทนได้ หากเป็นปฏิปักษ์ที่ลุกขึ้นต่อต้านข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปซ่อนตัวเสีย แต่นี่เป็นท่านเอง ซึ่งเป็นคนอย่างข้าพเจ้า เพื่อนร่วมทาง เพื่อนสนิทของข้าพเจ้า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยโอภาปราศรัยด้วยอย่างหวานชื่น ขณะที่เราเดินเคียงกันไปกับฝูงชนที่พระนิเวศของพระเจ้า
สดุดี 55:1-14 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
ข้าแต่พระเจ้า โปรดเงี่ยหูฟังคำอธิษฐานของข้าพเจ้า โปรดอย่าเพิกเฉยต่อคำอธิษฐานขอความเมตตาของข้าพเจ้าเลย โปรดรับฟังและตอบข้าพเจ้าด้วย เมื่อข้าพเจ้าเล่าถึงสิ่งที่ทำให้จิตใจข้าพเจ้าว้าวุ่น ข้าพเจ้ากลัวมากเพราะศัตรูของข้าพเจ้าข่มขู่ข้าพเจ้าอยู่ และคนชั่วกดขี่ข้าพเจ้า เขาเอาเรื่องร้ายๆมาโยนใส่หัวข้าพเจ้า พวกเขาโกรธแค้นข้าพเจ้า หัวใจของข้าพเจ้าเต้นแรงอยู่ภายใน ข้าพเจ้ากลัวจะต้องตาย ข้าพเจ้ากลัวจนตัวสั่น กลัวจับใจ และข้าพเจ้าคิดในใจว่า ถ้าข้าพเจ้ามีปีกอย่างนกเขา ข้าพเจ้าจะบินหนีไปสู่ที่ที่ปลอดภัย ข้าพเจ้าจะบินไปไกลลิบ ถึงทะเลทรายและอาศัยอยู่ที่นั่น เซลาห์ ข้าพเจ้าจะหนีไปสู่ที่ที่ปลอดภัย ข้าพเจ้าจะหนีจากมรสุมร้ายในชีวิต ข้าแต่องค์เจ้าชีวิต ช่วยทำให้คำพูดและแผนของพวกเขาสับสนอลหม่านไป เพราะข้าพเจ้าเห็นความรุนแรงและการขัดแย้งกันในเมือง ความรุนแรงและความขัดแย้งนั้นเป็นเหมือนยามเดินตรวจเวรอยู่บนกำแพงทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่เมืองเต็มไปด้วยอาชญากรรมและการกระทำชั่วร้าย มีแต่อาชญากรรมทั่วเมือง คนที่พูดโกหกและคดโกงไม่เคยขาดหายไปจากท้องถนน ถ้าศัตรูดูถูกเหยียดหยามข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ทนได้ ถ้าคนที่เกลียดข้าพเจ้ารังแกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไปแอบซ่อนได้ แต่นี่เป็นเจ้า เพื่อนที่มีใจตรงกัน เพื่อนสนิทและเพื่อนรู้ใจ ที่กำลังโจมตีข้าพเจ้า ในอดีต เราสนุกสนานกับการพูดคุยกันอย่างสนิทสนม และเดินด้วยกันท่ามกลางฝูงชนในวิหารของพระเจ้า
สดุดี 55:1-14 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
โอ พระเจ้า โปรดสดับคำอธิษฐานของข้าพเจ้า และอย่าเมินเฉยต่อคำอ้อนวอนของข้าพเจ้าเลย โปรดฟังและตอบข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าบอบช้ำจากความทุกข์ยาก ข้าพเจ้าพะวักพะวนกับเสียงของศัตรู และการข่มขู่ของคนชั่ว พวกเขานำความลำบากมาให้ข้าพเจ้า และเขาเคียดแค้นข้าพเจ้าด้วยความโกรธ ข้าพเจ้าหวั่นหวาดในทรวงอก และความกลัวตายครอบครองจิตใจข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเกิดรู้สึกกลัวจนตัวสั่น และหวาดกลัวยิ่งนัก และข้าพเจ้าพูดได้เลยว่า “ข้าพเจ้าใคร่จะมีปีกอย่างนกพิราบ ข้าพเจ้าจะได้บินหนีไปหาความสงบ ข้าพเจ้าจะบินไปไกลๆ และพักแรมอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เซล่าห์ ข้าพเจ้าจะรีบไปยังที่หลบภัยของข้าพเจ้า เพื่อให้พ้นจากลมอันแรงกล้าและลมพายุ” ทำให้แผนของเขาล้มเหลวเถิด พระผู้เป็นเจ้า ทำให้คำพูดของเขาสับสนเถิด ด้วยว่า ข้าพเจ้าเห็นความรุนแรงและการทะเลาะวิวาทที่ตัวเมือง พวกเขาล้อมรอบกำแพงเมืองตลอดทั้งวันทั้งคืน ภายในนั้นก็มีทั้งความชั่วร้ายและความยุ่งยาก ความพินาศอยู่ ณ ที่นั้น การกดขี่ข่มเหงและความหลอกลวง ไม่เคยห่างไปจากสาธารณชน หากว่าเป็นศัตรูที่เหยียดหยามข้าพเจ้า ข้าพเจ้าย่อมทนได้ หากว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามที่โอ้อวดข่มข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ซ่อนตัวเสียให้พ้นหน้าเขา แต่เป็นท่านเอง เป็นคนที่ใจตรงกันกับข้าพเจ้า เพื่อนคู่หู เพื่อนสนิทของข้าพเจ้า เราเคยร่วมสังสรรค์กันอย่างดี และเราดำเนินร่วมกันในพระตำหนักของพระเจ้า
สดุดี 55:1-14 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
โอ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์เสียจากคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงสดับ และขอทรงฟังข้าพระองค์ ข้าพระองค์เศร้าสลดในเรื่องร้องทุกข์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จึงส่งเสียงครวญคราง เพราะเสียงของศัตรู เพราะการบีบบังคับของคนชั่ว เหตุว่าเขาฟ้องว่าข้าพระองค์ได้ทำความชั่วช้า และเขาบ่มความเกลียดชังข้าพระองค์โดยความโกรธ จิตใจของข้าพระองค์ระทมอยู่ในข้าพระองค์ ความสยดสยองของมัจจุราชตกเหนือข้าพระองค์ ความกลัวและความสะทกสะท้านมาเหนือข้าพระองค์ ความหวาดเสียวท่วมข้าพระองค์ และข้าพระองค์ว่า “โอ ข้าอยากมีปีกอย่างนกเขา จะได้บินหนีไปและอยู่สงบ ดูเถิด ข้าจะได้พเนจรไปไกล ข้าจะได้พักอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เซลาห์ ข้าจะได้รีบหนีไปจากลมดุเดือดและพายุ” โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงทำลายเสีย และให้ภาษาของเขายุ่งเหยิงไป เพราะข้าพระองค์เห็นความทารุณและการโกลาหลที่ในนคร เขาเดินบนกำแพงรอบนครอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน และความบาปผิดกับความเศร้าโศกอยู่ภายในนคร ความเลวทรามมีอยู่ท่ามกลางเธอ การหลอกลวงและการฉ้อโกงไม่พรากไปจากถนนทั้งปวงของเธอ มิใช่ศัตรูผู้เยาะเย้ยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้ทนได้ มิใช่ผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้าผู้พองตัวใส่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้หลบเขาได้ แต่เป็นท่าน เสมอบ่าเสมอไหล่กับข้าพเจ้า เป็นเกลอของข้าพเจ้า เป็นมิตรรู้จักมักคุ้นกับข้าพเจ้า เราเคยสนทนาปราศรัยกันอย่างชื่นใจ เราดำเนินในพระนิเวศของพระเจ้าฉันมิตรสนิท